วันที่ จันทร์ มกราคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เขาคือใคร


เขาคือใคร ?

         

เรื่องนี้  เคยเล่าให้แต่เฉพาะคนในครอบครัวและ..เพื่อนที่สนิท 
เท่านั้นแต่ด้วยความค้างคาใจ....และอยากฟังความคิดของเพื่อน ๆ  

ใครมีคำตอบ  ช่วยบอกเราด้วย

 

          เมื่อปี 2548  เราและพี่ได้รู้จักกับเพื่อใหม่  ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ
(เกาหลีใต้)เขาได้ทุนของ
Koica 
 มาทำงานต่างจังหวัดในประเทศไทย 
2 ปี  เรารู้จักและสนิทกันมาก   เราชวนเขามากินข้าวบ้านเราบ้าง 
เราไปแวะเยี่ยมเยียนเขาที่ห้องพักบ้าง   และกลางปี 2550 

เวลาประมาณ 19.00 น.  เราก็ไปเยี่ยมเขาห้องพักเช่นเคย 

ห้องพักของเขาเหมือนกับอาพาท์เม้น มี 3 ชั้น อยู่ริมถนน

หันข้างให้ถนนใหญ่ และปลูกได้ไม่นาน แต่ในต่างจังหวัด

ก็ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนในเมืองกรุงเท่าไรนัก....

อยู่ตรงข้ามกับห้างดัง  มีสะพานลอยข้ามจากห้างมาลงข้างตึก

ที่พักพอดี  จัดว่าสะดวกสบายนั่นแหละ 
หน้าห้อง 206  ก๊อก  ก๊อก  ก๊อก

เราและพี่เคาะประตูเรียกเขาอยู่หน้าห้อง 
สักครู.....เขามาเปิดประตูให้  ต้อนรับเราอย่างดีใจ

เหมือนทุกครั้งที่เคยมา 
เรา 2 คน ถอดรองเท้าวางอย่างเป็นระเบียบไว้หน้าห้องพัก

และเข้าไปคุยกัน

.....เวลาผ่านไป เกือบชั่วโมง... เราก็เห็นว่า มันมืดแล้ว 
ถ้ากลับบ้านมืดกว่านี้  อาจมีอันตราย ....เรา 2 คน   ลากลับ...

เขาก็ออกมาส่ง

แต่เมื่อออกมาจากห้อง  รองเท้าของพี่เรา หายไป  สิ่งแรกที่เราคิด

...สงสัยมือดี...ไม่ใช่สิ...เท้าดีใส่ไปแน่ ๆ...

มองซ้าย.....มองขวา....ไม่เจอใคร....เราเลยชะโงกมองไปบนหลังคา

นั่นแน่...มานอนเรียบร้อยอยู่บนหลังคานี้เอง

เหมือนกับว่า ใครเอาเท้ากวาดลงไป

หรือ ใครหยิบแล้วหย่อนไปบนหลังคา  อย่างนั้นแหละ       

เพื่อชาวเกาหลีที่แสนดี..อาสาหยิบให้..แน่นอน  เขาหยิบได้อยู่แล้ว
......ตัวสูงปานนั้น


          ช่วงเวลาที่เขาคุกเข่าและเอื้อมมือไปเก็บรองเท้าที่นอนแอ้งแม้ง
อยู่บนหลังคา   นั่นเองบังเอิญเรามองตรงไปสุดทาง ของชั้น 2
 

เราเห็นเด็กผู้หญิงน่ารัก อายุประมาณ  4 -5 ขวบ  ถักเปีย 2 ข้าง 

กางเกงขาสั้นสีเขียว  เสื้อสีเหลือง  ใส่ถุงเท้า รองเท้าผ้าใบ 

เหมือนชุดกีฬาของนักเรียนอนุบาลโรงเรียนแห่งหนึ่ง

สะพายเป้ไว้ด้านหลัง   กระโดดหยองแหยงอยู่หน้าห้องสุดท้าย

ของ ชั้นนี้  เขาหันหน้ามายิ้ม  ให้เราอย่างสนุกสนาน
เราคิด
“สงสัย เด็กคนนี้  แน่เลย...ที่กวาดรองเท้า พี่เราไปบนหลังคา”   
เราเรียกพี่เบา ๆ  
“เฮ้ย...แกเห็นเด็กคนนั้นไหม ??”

พี่เรามองตามที่เรามอง  

  
เงียบ....ไม่มีเสียงตอบจากพี่ของเรา..

เราถามซ้ำอีก 

“แกเห็นเด็กคนนั้นไหม....นั่นไงกำลังเดินเข้าห้องนั้นไปแล้ว”

พอดีกับเพื่อนเราเก็บรองเท้าขึ้นมาให้...

“กลับเถอะ”.....พี่เราชวนเรากลับบ้าน

เดินลงมาชั้นล่างนอกตัวอาคารหลังนั้นแล้ว  

“แกเห็นเด็กคนนั้นหรือเปล่า”   เราถามซ้ำ

“แกจะถามทำไมนะ   รีบกลับบ้านเถอะ”   คราวนี้พี่เราตอบได้ แฮะ..

เรายังเซ้าซี้อีก  “อ้าว   แล้วแกไม่เห็นเหรอ”

พี่เราเงียบอีก

พอไม่ได้คำตอบทึ่ตรงกับคำถาม...เราก็เลยคิดเอง.....

สงสัยเด็กคนนี้ต้องอยู่ห้องสุดท้ายแน่ ๆ เลย   หรือว่า

ต้องแอบอยู่ระเบียบมุมตึก  เดี๋ยวเถอะ  ขึ้นสะพานลอยข้างตึก

และจะจ๊ะเอ๋ ให้ตกใจ ซะหน่อย 

พอเราขึ้นสะพานลอย  ในระยะที่พอดีกับชั้น 2  เรามองกลับไปที่นั่น
แม่เจ้า....อาคารนี้ไม่มีระเบียบข้าง....ห้องสุดท้ายปิดมืดสนิท

...ไม่มีใครอยู่  แล้วเด็กที่เดินหายเข้าไปนั่นล่ะ....

เข้าไปได้อย่างไร....???

สิ่งเดียวที่เราและพี่ทำกันตอนนี้คือ  เดินข้ามสะพานลอย

และรีบเข้าไปในห้างฯ และกลับบ้าน ให้เร็วที่สุด.....

พอมาถึงบ้าน  คำถามเดิมเลย

 “แกเห็นเด็กคนนั้น...เหมือนกับที่เค้าเห็นไหม..???”  เราถามพี่

คราวนี้มีคำตอบ  “ก็เค้าไม่เห็นน่ะซิ...แกก็ถามอยู่ได้

แล้วกลางค่ำกลางคืนแบบนี้  ทักได้ยังไง”

“เค้าจะรู้ไหมล่ะ   ว่าที่เค้าเห็นแล้วแกไม่เห็นน่ะ”   เราตอบ

“แกชอบเห็นอะไร แปลก ๆ อยู่เรื่อยเลย” พี่เราว่า

“แล้วแกคิดว่าเค้าชอบนักเหรอ...ที่เห็นอะไรที่ไม่มีใครเห็นน่ะ” 

เราตอบอีก

 

จนถึงทุกวันนี้    เราก็ยังไม่มีคำตอบ....

ว่าเราเห็นใคร....และเด็กคนนั้นเป็นใคร....

จะถามเพื่อชาวเกาหลี...ถ้าเขารู้ว่ามันคืออะไร..ก็เกรงว่าเขาจะกลัว...

แต่หลังจากนั้น  พอเราใส่บาตร 

เราก็อุทิศส่วนกุศลให้เด็กคนนั้นด้วยนะ.....

 

 

ท่านล่ะ  .....คิดอย่างไร???

ขอบคุณภาพจาก Internet

 

 

 

โดย jack-fruit

 

กลับไปที่ www.oknation.net