วันที่ อังคาร มกราคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไสยศาสตร์ กับปัญหาสังคม


ไสยศาสตร์ เป็นวิชาเกี่ยวกับเวทมนตร์ คาถา และ เลขยันต์ ประกอบกับการใช้อำนาจสมาธิจิต การสาธยายเวทมนตร์คาถา การภาวนา และการปลุกเสก

ไสยศาสตร์ หรือ ศาสตร์มืด คือการทำ "คุณไสย" ในพจนานุกรมไทยให้คำจำกัดความ คุณไสย ว่า "เป็นพิธีกรรมเพื่อทำร้ายอมิตร" เป็นศาสตร์ที่ทางวิทยาศาสตร์ไม่อาจจะพิสูจน์ได้ แต่เป็นที่รู้จักกันทั่วไป และมีคนเชื่อและผู้ปฏิบัติทั่วโลก

ในแต่ละชุมชนจะมีรูปแบบของไสยศาสตร์ที่แตกต่างกันออกไป แต่สรุปแล้วไสยศาสตร์ก็คือการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น โดยผิดแปลกจากกฏของธรรมชาติ เช่น ทำให้สามีภรรยาที่ดีกันทะเลาะและแยกทางกัน ทำให้สาวหลงรักหนุ่มที่เคยเกลียด ซึ่งปกติแล้วจะใช้ไสยศาสตร์มาใช้ในทางที่ชั่วร้าย โดยเฉพาะการทำ "คุณไสย" ที่เป็นพิธีกรรมเพื่อทำร้ายผู้ไม่เป็นมิตรด้วยการปลุกเสกสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้าไปในตัว หรือฝังรูปฝังรอย หรือการทำเสน่ห์ยาแฝด ลงนะ จากผู้ที่อ้างตัวว่ามีอาคม ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นพวกที่ทำมาหากินด้วยการหลอกลวงผู้คน หรือที่เรียกว่า พวกสิบแปดมงกุฎ ถึงกระนั้นก็ตาม“คุณไสย” หรือ “มนต์ดำ” ยังมีผู้หลงงมงายมากมาย

ไสยศาสตร์ถือเป็นศาสตร์ที่ลี้ลับมีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ และมีทั่วโลกแม้กระทั่งในเวลาปัจจุบัน แม้รูปแบบจะแตกต่างกัน แต่ก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ การทำอันตรายต่อผู้คนด้วยวิธีที่ลี้ลับ

ลัทธิไสยศาสตร์ คือการรวมอำนาจจิต รวมพลังงานทางจิตซึ่งได้ทำการอบรมจิตใจให้มีความยึดมั่น เชื่อถือ อย่างจริงจัง ดำเนินไปตามหลักทางไสยศาสตร์ ตามวิธีการนั้น ๆ ก็จะสามารถแสดงฤทธิ์ปาฎิหารย์ได้ด้วยกระแสคลื่นแห่งพลังอำนาจจิตอันแรงกล้า ของ มโนภาพ สมาธิ จิตตานุภาพ ทั้งสามประการนี้ จึงเป็นบ่อเกิดแห่งอำนาจที่ประหลาดมหัศจรรย์ขึ้นได้

ลัทธิไสยศาสตร์ ได้เกิดขึ้นมาก่อนพุทธกาล ในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ ไตรเพท ในลัทธิของพราหมณ์ ได้แบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ

ฤคเวทย์ เป็นคำฉันท์ใช้สำหรับสวดมนต์และสรรเสริญพระเจ้า

ยชุรเวทย์ เป็นคำร้อยแก้วให้สำหรับท่องบ่นเวลาบวงสรวงบูชาพระเจ้า

สามเวทย์ เป็นคำฉันท์ใช้สำหรับสวดมนต์ทำพิธีถวายน้ำโสม

อาถรรพเวทย์ เป็นคัมภีร์ประกอบด้วยเวทยมนต์คาถาเรียกผีสาง เทวดาให้ช่วยป้องกันอันตรายให้ และให้มีการแก้อาถรรพ์ ทำพิธีสาปแช่งให้เป็นอันตรายได้ด้วย

อาถรรพเวทย์

อาถไสยศาสตร์. อาถรรพเวทย์ในคัมภีร์ไสยศาสตร์ แยกออกเป็น 2 นิกาย คือ

นิกายขาว (White System) เป็นวิชาที่ใช้ในทางดี คือช่วยเหลือมนุษย์ให้มีสุขปลอดภัย

นิกายดำ (Black System) เป็นวิชาที่ใช้ในทางชั่ว คือทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น

คัมภีร์แสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ทางเวทมนตร์คาถา

มี 8 ประเภทคือ

พระเวทย์แก้โรคต่าง ๆ

พระเวทย์ประสาน

พระเวทย์สะเดาะ เช่น สะเดาะกุญแจและโซ่ตรวน

พระเวทย์ป้องกันตัว เช่น คาถาแคล้วคลาด

พระเวทย์แสดงปาฎิหาริย์

พระเวทย์ทำอันตรายผู้อื่น

พระเวทย์แก้ภูติผีปีศาจ เช่น คาถาสะกดวิญญาณ

พระเวทย์ทำเสน่ห์ เช่น มนตร์เทพรำจวญ

                     จากข้างต้นจะเห็นว่าไสยศาสตร์คืออะไร หากเเต่ไม่สามารถเเก้ไขปัญหาได้อย่างเเน่นอนได้ทุกวิธีการเสมอไป ว่า ทุกวันนี้ ผู้คนยังใช้หลักทางพระพุทธศาสนาในทางที่ผิด นับถือเพียงแค่ร่างกายแต่จิตใจนั้นไม่ได้นำมาปฏิบัติ ซึ่งถ้าบุคคลยังมีความเห็นแก่ตัวยึดมั่นถือมั่นว่าของตนดีอย่างนั้นดีอย่างนี้แล้วของผู้อื่นไม่ดี ย่อมจะทำให้เกิดปัญหา ดังจะเห็นได้จากโลกทุกวันนี้การแก้ปัญหาต่างๆ ของผู้คน ไม่ได้แก้ปัญหาด้วยภาษาธรรมะ แต่แก้ปัญหาด้วยภาษาหมัดมวย ดังนั้น เหล่าชาวพุทธจะต้องหันมาใช้หลัก เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร โดยใช้หลักอหิงสา คือความไม่เบียดเบียนผู้อื่น ถือเป็นคุณธรรมสูงสุดที่ทุกคนควรมีมาแก้ปัญหาต่างๆ จะทำให้สังคมมีความสงบสุขมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ชาวพุทธควรที่ร่วมกันคิดว่าจะทำอย่างไร จะทำให้ผู้คนสามารถใช้หลักธรรม 3 ประการ ได้แก่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ได้อย่างถูกต้องและเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทุกอย่างบนโลกมันไม่เที่ยงและไม่ใช่ของคนหนึ่งคนใดเลย เพื่อให้สังคมโลกดีกว่านี้ อยู่ได้อย่างสนุก โดยใช้หลักธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นหลักในการดำเนินชีวิต

                                                                                                           กมลชัย

โดย วิรัตติ

 

กลับไปที่ www.oknation.net