วันที่ ศุกร์ มกราคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความแตกต่างระหว่างศาสนากับไสยศาสตร์


ความแตกต่างระหว่างศาสนากับไสยศาสตร์ที่สำคัญ คือ
          ศาสนาเป็นแนวทางในการดำเนิน ชีวิตเพื่อเป้าหมายสูงสุด อันได้แก่
ความหลุดพ้นจากทุกข์ ความสุขอันสมบูรณ์เมื่อจากโลกนี้ไป เป็นคำอธิบายถึงสาเหตุ
แห่งทุกข์และแนวทางปฏิบัติเพื่อการพ้นทุกข์นั้น ซึ่งจะต้องปฏิบัติทุกวันจนตลอดชีวิต

          ไสยศาสตร์เป็นวิชาที่ว่าด้วยการ ควบคุมอำนาจอันลึกลับซึ่งเชื่อว่ามีอยู่ในโลก
ในธรรมชาติและในจักรวาล เพื่อให้อำนาจนั้นบันดาลให้เกิดผลที่พึงปรารถนา เช่น
การรักษาโรค การทำเสน่ห์ยาแฝดให้ผู้คนหลงใหลการสักลายต่างๆ เพื่อความอยู่ยงคงกะพัน
การแขวนวัตถุมงคลเพื่อให้พ้นภัย การทำอิทธิปาฏิหาริย์เพื่อให้เกิดผลที่ต้องการ การท่องบ่นคาถา เป็นต้น

     ไสยศาสตร์มีทั้งไสยศาสตร์ขาว ซึ่งเป็นวิธีการให้เกิดผลดี โชคลาภและสิริมงคล
เช่น การรักษาโรคต่างๆ  มีไสยศาสตร์ดำซึ่งกระทำเพื่อให้เกิดผลร้ายต่อผู้อื่น เช่น
การเสกตะปูเข้าท้องการทำร้ายด้วยเวทมนตร์คาถา เป็นต้น จะเท็จจริงแค่ไหนเป็นเรื่องที่
ผู้คนจำนวนมากยังเชื่อกันอยู่

          ไสยศาสตร์จึงเป็นเรื่องการใช้ อำนาจลึกลับเพื่อผลประโยชน์เฉพาะหน้า
ให้ได้สิ่งของต้องประสงค์ ไม่ใช่วิถีปฏิบัติเพื่อผลระยะยาวที่ทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขและเพื่อ
ความหลุดพ้นไสยศาสตร์ยังอยู่ในความโลภและความปรารถนาสำหรับตน แม้อาจจะแก้ปัญหา
ระยะสั้นได้ แต่ไม่อาจจะช่วยให้พ้นทุกข์ในระยะยาวได้

          ศาสนาสอนให้มีความอ่อนน้อมต่อ สิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ
ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างสม่ำเสมอ ไสยศาสตร์ทำให้คนเชื่อว่าตนเองมีอำนาจในการควบคุม
อำนาจลึกลับต่างๆเพื่อ ประโยชน์ของตน
  การปฏิบัติศาสนากลายเป็นเรื่อง ไสยศาสตร์ไปเมื่อคนปฏิบัติศาสนาโดยคิด
แบบไสยศาสตร์ปฏิบัติเพื่อผลเฉพาะหน้า บนบานขอโชคลาภ เช่น  การแขวนพระ 
น่าจะมีความหมายเพียง เพื่อเตือนสติให้รำลึกถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
คนจำนวนมากแขวนพระเพื่อเป็นเครื่องรางของขลัง ให้พระคุ้มครองรักษา โดยอาจจะไม่เคย
คิดถึงพระธรรมหรือรักษาศีลเลยคนที่คิดเช่นนี้ย่อมสงสัยว่า ทำไมทำดีไม่ได้ดีเสมอไปทำไมคนชั่ว
จึงได้ดีมีบ่อยครั้ง คนที่ปฏิบัติศาสนา อย่างถูกต้องจะไม่สงสัยหลักธรรมข้อนี้เลยเพราะเขาทำดีเมื่อใด
เขาก็ได้ดีในจิตใจเมื่อนั้นไม่ได้หวังผลตอบแทนเป็นลาภยศ นอกนั้นชีวิตของเขาที่ประกอบแต่กรรมดี
ย่อมเป็นชีวิตที่ดีงามอยู่แล้ว
  ทุกศาสนาจะมีปัญหาความสับสน ระหว่างศาสนากับไสยศาสตร์ เพราะศาสนิกจำนวนหนึ่ง
ยังคงยึดติดกับความเชื่อที่ผสมผสานกับศาสนาส่วนใหญ่ เป็นความเชื่อท้องถิ่น ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องผีมากที่สุด
นอกนั้น ถ้าหากความเชื่อในศาสนาไม่แข็งแกร่งพอ ก็ย่อมยังมีความโลภและความเห็นแก่ตัว วิธีคิดจึงยังคงเป็นไปเพื่อประโยชน์เฉพาะหน้าของตนมากกว่าที่จะคิดถึงคุณค่า ความดีงามและความหลุดพ้น

โดย zippoกระเเทกข้าง

 

กลับไปที่ www.oknation.net