วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

UNHCR ปฏิบัตการปิดประตูตีแมวไทย/พิมพ์เขียวไทย?


คนปลายซอย   เปลวสีเงินจากไทยโพสต์

2 กุมภาพันธ์ 2552    

"สังคมใหม่" ที่ผู้นำยังไม่ปรากฏตัว? ท่านเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา "อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์" ส่งวารสาร EWF หรือ East West Forum ฉบับ Thailand Special มาให้ดู ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเมืองไทยเราทั้งด้านเศรษฐกิจ

การเมือง  สังคม  การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว  ก็พอดีแหละครับงาน  World  Economic  Forum  ที่เมืองดาวอส  จะได้มีข้อมูลเพิ่มเติมถึงระดับชนชั้นผู้นำโลก  เป็นอีกทางหนึ่งของการกระตุกต่อมความเชื่อมั่นในไทยให้กลับมาไวๆ

และเข้าใจว่า  "นายกฯ  อภิสิทธิ์"  คงเดินทางกลับจากสวิสถึงเมืองไทยแล้วแต่วาน  ได้ข่าวว่าในการโชว์วิสัยทัศน์บนเวทีโลกของท่าน  มีเรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียง" ด้วย

อีกเรื่องหนึ่ง หนีไม่พ้นเรื่องปฏิบัติการของไทยต่อ "โรฮิงญา" ทั้งนักข่าวต่างประเทศ   และทั้งข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยประจำสหประชาชาติ  พยามยาม "ยัดเยียด" ให้ไทยกลายเป็น "จำเลย" ต่อสายตาชาวโลกให้จงได้!

ผมว่า   บางที UNHCR และบรรดาสื่อนอก เราก็ไม่น่าไปเกรงใจอะไรมันใหัมากไปนัก ความมีมรรยาทของเรา และความเป็นประเทศมีอัธยาศัยไมตรีของเรา ทำให้ไอ้พวกนี้มันได้ใจ

หาที่ลง หาที่โทษตรงไหนไม่ได้ มันก็มาลงที่ไทยเรานี่แหละ!

ฉะนั้น บางที การตอบเรื่องอย่างนี้จากฝ่ายไทย พูดดีกับมัน แทนที่จะเกรงใจ มันกลับได้ใจ  ฉะนั้น บางทีก็ต้อง "ตีแสกหน้า" มันบ้าง

อย่าลืมนะ "เอ็นดูเขา-เอ็นเราจะขาด"!

"โรฮิงญา"  นี่ ต้นปัญหาอยู่ที่พม่า ส่วนไทย มาเลย์ อินโดฯ เป็นประเทศแบกรับปลายปัญหา เป็นผู้ "รับกรรมที่ไม่ได้ก่อ" จากการลอยเรืออพยพเข้ามาจากคนเหล่านั้น ฉะนั้น ถ้า UNHCR จริงใจในการแก้ปัญหา

โน่น  ต้องไปจัดการกับพม่า หรือพูดแล้วพม่าไม่สนใจ ก็ควรทำอย่างที่นายกฯ อภิสิทธิ์เสนอ คือ เชิญพม่า บังกลาเทศ อินเดีย มาเลย์ ไทย อินโดฯ มาหารือเพื่อหาทางออกร่วมกัน

ไม่ใช่เอะอะก็โทษมาที่ไทย  ยิ่งที่จะให้ไทย "ตั้งค่ายผู้ลี้ภัย" ก็อยากถามสหประชาชาติว่า "พวกคุณมันห่วยกันอย่างนี้น่ะหรือ?"

ถ้า UNHCR เห็นว่าที่ไทยใช้การุณธรรมต่อโรฮิงญามาตลอดนั้นไม่ดีพอ อย่างนั้นก็มาขนไปเลี้ยงดูไว้เอง  ก็ไม่มีใครว่าอะไรนี่  สหรัฐ-อังกฤษ นี่แหละ ทำเป็นนักสิทธิมนุษยชนจนตัวขึ้นขน เที่ยวด่าคนอื่นเขาไปทั่ว

ก็มารับโรฮิงญาไปอยู่ในอังกฤษ-สหรัฐเสียให้หมด เอามั้ย..ถ้าไม่เอา ก็ไม่ควรทะลึ่งกับบ้านอื่น-เมืองอื่นที่ไม่ใช่ "ต้นตอปัญหา" จนเกินความพอดี

สำหรับเมืองไทย  ผมว่าเมตตา-การุณมันต้องมีขอบเขต ขืนใครมาก็เปิดประเทศให้มาอยู่หมด อีกไม่ช้า คนไทยก็ต้องกลายเป็น "โรฮิงญาสยาม" ลอยคอหาแผ่นดินใหม่ไปกลางทะเลแทน!

ขนาดเข้มงวด  ตอนนี้แรงงานต่างชาติทั้ง พม่า ลาว เขมร บังกลาเทศ จีน ไม่รวมฝรั่ง-แขก  รวมๆ แล้วผมว่าไม่หนี ๑๐ ล้านแล้วมั้ง คิดดูแล้วกัน จากฐาน ๑๐ ล้านนี้

อีก  ๑๐-๒๐  ปีข้างหน้า แรงงานต่างชาติเหล่านี้ จะขยายเผ่าพันธุ์ยึดครองเมืองไทยไปขนาดไหน?

เรื่อง "ความมั่นคงประเทศ" นั้น ถ้าอยากรู้กันจริงๆ ว่าผลมันเป็นแบบไหน ก็ไปหานิทานอีสปเรื่อง "ม้าอารี" อ่านซะ

และโปรดทราบไว้ด้วย   ทั้ง  UN  และทั้งสื่อต่างชาติ ไม่ว่า CNN BBC AP AFP  Reuters  ล้วนอยู่ใต้กลุ่มทุนตะวันตกทั้งนั้น แล้วเขาจะทำหน้าที่สื่อ "สวมแว่นใส" มองปัญหาในซีกโลกตะวันออก หรืออย่างไทยเราโดยไม่ยึดผลประโยชน์ในชาติพันธุ์ของเขาเป็นที่ตั้งได้อย่างไร?

ยกตัวอย่างง่ายๆ   เหตุที่เกิดในฉนวนกาซาสดๆ ร้อนๆ   อิสราเอลเข้าไปถล่มฮามาส ลูกเล็กเด็กแดงปาเลสไตน์ตายไปเป็นพัน วันแล้ว-วันเล่า อยากถามว่า มีสื่อค่ายตะวันตกหน้าไหนออกมาประณามยิว-อิสราเอล ที่ทิ้งระเบิดฆ่าชาวอาหรับ "ผู้บริสุทธิ์" บ้างมั้ย?

CNN, BBC ไปถ่ายเอาภาพความโหดร้าย ป่าเถื่อน ที่ทหารยิวมันฆ่าเด็ก ฆ่าผู้หญิงชาวปาเลสไตน์มาประจาน เหมือนอย่างที่เอาภาพ "ผู้อพยพโรฮิงญา" มาบิดเบือนให้ชาวโลกเข้าใจผิดๆ ว่า ทหารเรือไทยทำไร้มนุษยธรรมกับพวกเรือมนุษย์บ้างมั้ย?

สหประชาชาติก็เถอะ นายบัน กีมูน นั่นน่ะ อมไม้ตีพริกเกาหลีเงียบฉี่ ก็จะไปกล้าพูด กล้าแสดงบทบาทพิพากษาความเป็นธรรมให้กับชาวโลกได้ยังไง  เพราะสหรัฐอเมริกาคือ "พ่อทูนหัว" ของ UN

และมันก็คือตัวการใหญ่ที่อยู่หลังฉาก "ยิวฆ่าอาหรับ" นั่นแหละ!

ถามว่า  ระหว่างอิสราเอล "ปูพรม" ฆ่าดะเป็นพัน กับชาวโรฮิงญาที่จะหลบหนีเข้าไทย   แต่ทหารจับตัวไว้  ไม่มีใครเจ็บ-ใครตาย  แล้วเอาข้าว-เอาน้ำใส่เรือให้กลับออกไป

อย่างไหน "สมควรประณาม" มากกว่ากัน?

แต่ทำไมทั้ง  UN  และทั้งสื่อตะวันตก กลับบิดเบือน-ใส่ร้าย กล่าวหาไทยไร้มนุษยธรรม  แถมทำเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตไม่ยอมหยุด ขนาดประชุม WEF เรื่องสำคัญร้อยแปด "สื่อไม่ซัก"

กลับตั้งหน้าตั้งตาซัดแต่เรื่อง "โรฮิงญา" เอากับนายกฯ อภิสิทธิ์!?

ยิ่ง  UNHCR ด้วยละก็ เป็นผู้ใหญ่เสียเปล่า เอาแต่ไล่เตะเด็กอวดบารมี ตั้งประเด็นเค้นไทยคล้ายเป็นจำเลย แล้วยังจะรวบหัว-รวบหางให้ไทยเจียดแผ่นดิน "ตั้งค่ายผู้ลี้ภัย"

ความจริง  การเข้ามาของชาวโรฮิงญา  ไม่ใช่ผู้ลี้ภัย เป็นพวกอพยพหลบหนีเข้าเมืองเพื่อตั้งรกราก  และหางานทำ  ถ้า UN บอกว่าแบบนี้คือผู้ลี้ภัย อย่างนั้นก็ต้องรับ "โรบินฮูด" ในสหรัฐ เป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกาให้หมดซี!?

นี่ถ้าขืนเซ้าซี้ให้ตั้ง "ค่ายผู้ลี้ภัยในไทย" ควรจะยันด้วย "บั้นท้ายเท้า" ให้ไปไกลๆ เลย ผมว่านายกฯ อภิสิทธิ์ไม่ต้องไปเว้าวอนอะไรกับพวกหนังหนา-หน้าด้านประเภทนี้ให้มากนักหรอก!

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า "ตีนใหญ่ทำอะไรไม่ผิด" และพวกตีนใหญ่ตะวันตก มันกำลังขยายเรื่องโรฮิงญากลบเรื่องหมาๆ ของพวกมัน เข้าตำรา "โทษคนอื่นเท่าภูเขา โทษของเราเท่าตัวเล็น"

ฆ่าพี่น้องปาเลสไตน์ตายโครมๆ ซึ่งยิ่งกว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นไหนๆ แต่ทั้ง UN ทั้งสื่อตะวันตก กลับอมสาก อ้อมแอ้มพูดแต่ว่า..โนพลอมแพลม อย่างเดียว!?

ในสังคม "โลกกำลังเปลี่ยนยุค" นี้ อย่าไปเป็นทาสระบบอะไรจนไม่ลืมหู-ลืมตาเลยครับ ปรัชญาบริหารสังคมชาติจากนี้ไปอีก ๒๐-๕๐ ปี "รู้รักษาประเทศให้รอดเป็นยอดดี"

อย่าไปหลงมายาภาพ "ประชาธิปไตย-เผด็จการ" อะไรจนบ้าใบ้-ไร้สติ  และไร้ความเป็นตัวของตัวเอง  จนขาดจิตวินิจฉัยใน "ความเคลื่อนไหว" จากการแตกตัวของสังคมชาติตามกลไกแห่งกาลเวลา และการปรับตัวที่เรียกว่าพัฒนาการของสัตว์-มนุษย์ เพื่อความอยู่รอดบนความกลมกลืนของ "ธรรมชาติใหม่"

เพราะ "โลกใบนี้"   ณ   วันนี้  วิถีธรรมชาติเข้าสู่วงรอบแห่งการ "เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่" แล้ว!!

ฉะนั้น การบริหารสังคมชาติเพื่อ "อยู่รอด" ในศตวรรษใหม่ ไม่ต้องไปสนใจว่า เราทำอะไรเหมือนเขา หรือไม่เหมือนเขา จงทำในสิ่งที่ "เราจะรอด" เพราะทุกประเทศในโลกต่อจากนี้ เขาก็จะบริหารในแนวนี้

คือไม่มีอะไรที่เขาต้องยึดเป็นเงื่อนไข ถ้าสิ่งนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ "ประชาชน-ประชาชาติ" ของเขาอยู่รอด-ปลอดภัย!

กระทั่ง "สหรัฐอเมริกา" ก็ไม่ผิดไปจากนี้ ต้องอยู่ใต้อาณัตินี้ ไม่เชื่อ..คอยดู!!

ฉะนั้น  ใครก็อย่าหวังไปพึ่งใคร  ไม่ต้องชะเง้อคอยาวไปพึ่ง "ตลาดส่งออก" นายกฯ อภิสิทธิ์  บอกนักธุรกิจภาคเอกชนได้เลยว่า  จงหดคอเถอะ..เมื่อยเปล่า แล้วจงทำอย่างที่ไปพูดบนเวที WEF ที่ดาวอสนั่นแหละ

"ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ไม่ใช่หนังตัวอย่าง มีไว้เพื่อเอาไปฉายสร้างภาพฉาบฉวยนะครับ  รัฐบาลต้องรีบเอาทำเองในฐานะ "ประเทศต้นแบบ" แห่งรากฐานเศรษฐกิจสังคมโลกใหม่ ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

"เศรษฐกิจพอเพียง" ไม่ได้ปฏิเสธตลาดการค้าเสรี หากแต่ตลาดการค้าเสรีระบบทุนนิยม เป็นเศรษฐกิจ "ขุดตอมาโต" ถึงยังไง รากก็ไม่ยึดดิน

ตรงข้ามกับเศรษฐกิจพอเพียง เป็นเศรษฐกิจเพาะเมล็ด โตช้าหน่อย แต่โตมั่นคง มีรากแก้วยึดดิน ไม่หัก ไม่โค่น ไม่ล้มง่าย ถ้าทำถูกต้อง และเป็นไปตามขั้นตอน คือไม่ละโมภโลภ "รวยเร็ว-ฟื้นเร็ว"

หัวใจเศรษฐกิจพอเพียงคือ "พัฒนาคน" กับ "พัฒนาประเทศ" ให้อยู่ในจุดสมดุลไปพร้อมๆ  กัน   และความสมดุลนั้น  จะเสริมฐานสังคม  และฐานเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง แข็งแรงไปพร้อมๆ กัน!

ข้อสำคัญ   อย่าใจร้อน  อย่าอยากรวยพรวดพราดแบบ "เพาะถั่วงอก" วิกฤติเศรษฐกิจโลกครั้งนี้ คือการ "เปิดโอกาส" ในการแข่งกันเติบโตสู่อนาคตจากจุดสตาร์ทเดียวกัน

ขณะนี้อาจพูดได้ว่า ทุกประเทศ "จนเท่ากันแล้ว" ก็จงใช้ความจนที่เท่ากันนี้เป็น "ฐานทุน" สร้างเศรษฐกิจประเทศเป็นอนาคตดูซิว่า อีก ๒๐ ปีข้างหน้า ใครจะตาย-ใครจะโต?

นายกฯ อภิสิทธิ์..ขืนแก้เศรษฐกิจ-กู้ชาติอย่างที่ทำอยู่ ขนเงินแจกแหลกนั้น "ได้แหลกทั้งประเทศ" แน่!

เอาที่ไปคุยอวดบนเวทีโลกนั่นแหละมาลงมือทำ "รอดแน่" ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน และการแจก ส.ป.ก.นั่นน่ะ เก็บไว้ก่อนเถอะ แล้วไปร่าง "พิมพ์เขียว" มาดูซิว่า การก่อร่างสร้างสังคมประเทศใหม่ตามแนว "เศรษฐกิจพอเพียง" น่ะ

รูปธรรมชัดเจน "เพื่อปฏิบัติเดี๋ยวนี้" หน้าตาเป็นอย่างไร?

ไม่ใช่ไปเอานโยบาย "กองทุนหมู่บ้าน" ของทักษิณมาเปลี่ยนฉลากเป็น "งบพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง" อย่างนี้มัน "แหกตา" กันชัดๆ  เพราะแนวทางปฏิบัติ "เศรษฐกิจพอเพียง" มันคนละโลกกับแนวทาง "กองทุนหมู่บ้าน" ที่ปรัชญามีแค่ว่า

"รัฐบาลเอาเงินมาให้ชาวบ้านกู้..เพื่อชักดาบ"!

ผมอยากจะให้สัญลักษณ์เพื่อการ "เสี่ยงทาย" ไว้กับท่านทั้งหลาย เพื่อจะได้ดูว่า คนที่มาเป็นรัฐบาล-เป็นนายกฯ "ใช่..ผู้นำของสังคมชาติยุคใหม่หรือไม่?" ด้วยการสังเกตง่ายๆ ว่า  บริหาร "เงินกับงาน" ก่อน   หรือว่าพัฒนา "คนกับประเทศ" ก่อน ถ้าเงินมาก่อนคนเมื่อไหร่ "ผู้นำยุคใหม่" ยังไม่ปรากฏตัวครับ.

-------------------------

นายกฯ อภิสิทธิ์ แม้ว่าท่านจะมีภารกิจและกำแพงขวางกั้นการทำงานอย่างไรก็ตาม ขอจงตั้งใจฝ่าข้ามเพื่อพาประเทศของเราพ้นวิกฤติด้วยเถิด

ที่สำคัญ!!!! โปรดจง

ประกาศนโยบาย มาตรการระยะปานกลางและระยะยาว

หรือร่างพิมพ์เขียวในสำนวนของเปลวสีเงิน

เพื่อให้คนไทยได้เห็นถึงแสงสว่าง ณ ปลายอุโมงค์ ด้วย

โดย แสงปลายฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net