วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประวัติความเป็นมาของตราตำรวจ


ตราแผ่นดิน และตราหน้าหมวกตำรวจ

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ผูกตราประจำ
ประเทศขึ้นเป็นครั้งแรก
เมื่อ พ.ศ.2416 โดยเรียกกันทั่วไปว่าตราแผ่นดินหรือตราอาร์ม
ซึ่งตราดังกล่าวนี้เป็น
พระราชลัญจกรประจำแผ่นดิน
ซึ่งใช้สำหรับประทับกำกับพระปรมาภิไธย
หรือกำกับนามผู้สำเร็จราชการแทน
พระองค์

แต่สำหรับตราหน้าหมวกตำรวจในปัจจุบันนั้น
เริ่มใช้กันตั้งแต่ปี พ.ศ.2492 โดยได้มีการนำ
ตราแผ่นดินของ
รัชกาลที่ 5 มาลงอักษรคำว่า "พิทักษ์สันติราษฎร์"
ไว้บนแพรริ้วใต้ตราแผ่นดินซึ่งก่อนหน้านั้นตราหน้าหมวก
ตำรวจ
ได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงมาถึง 4 ครั้ง

ครั้งแรกเริ่มใน รัชกาลที่ 4 เป็นโลหะรูปช้างสามเศียร ยืนในตราอาร์ม
มีอักษรจารึกว่า "พลตระเวณสยาม"

 

ส่วนตราหน้าหมวกรุ่นที่ 2 (ตำรวจนครบาล) และรุ่นที่ 3 (ตำรวจภูธร)
เริ่มใช้ในปี พ.ศ.2458 โดยของตำรวจนครบาล
เป็นรูปเพชราวุธล้อมด้วย
กลีบกนก ในขณะที่ตำรวจภูธรในยุคนั้นใช้หน้าหมวกเป็น
ตราปทุมอุณาโลมบนพื้นสี
แดงโดยมีบัวกนกสีน้ำตาลล้อมรอบ
สำหรับหน้าหมวกตำรวจรุ่นที่ 4 เริ่มใช้ในปี พ.ศ.2478
เป็นโลหะรูปสี่เหลี่ยมรี
มีปทุมอุณาโลมอยู่กลางกงจักร
โดยรอบนอกกงจักรมีลายเพลิงส่วนในกงจักรมีอักษร
"พิทักษ์สันติราษฎร์"

ดังนั้นตราหน้าหมวกในปัจจุบันที่ทำด้วยโลหะสีเงิน ดุนเป็นตราแผ่นดิน
และจารึกคำว่า พิทักษ์สันติราษฎร์นั้น
จึงเป็นตราหน้าหมวกตำรวจรุ่นที่ 5
โดยในตราแผ่นดินจะมีพุทธภาษิตจารึกไว้ว่า
"สัพเพสัง สังฆะภูตานัง สามัคคี
วุฑฒิสาธกา"
ซึ่งแปลว่า ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะย่อมยังความเจริญให้สำเร็จ
อันเป็นพุทธภาษิตที่จำเป็น

สำหรับข้าราชการตำรวจ ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่โดยอาศัยความพร้อมเพรียง
เป็นหลัก
ดังนั้นเมื่อรวมกับตัวอักษร ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ จึงหมายถึง
พระบารมีของพระมหากษัตริย์ ความพร้อมเพรียง
ของหมู่คณะ
และภาระหน้าที่ตำรวจในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชน

...

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(หรือเดิมกรมตำรวจ)มีเครื่องหมายราชการ
เป็นรูปพระแสงดาบเขนและโล่ เป็นรูปวง
กลมเส้นคู่สองชั้น
วงนอกเป็นลายพรรณพฤกษา
วงในเป้นลายใบเทศผูกลายเป็นรูปหน้าสิงห์หรือหน้ายักษ์
เรียก
ว่าจตุรมุข ตามธรรมเนียมโบราณที่แกะสลักรูปหน้ายักษ์จตุรมุข
ไว้บนหน้าบันประตู ทั้งสี่ทิศของปราสาทหิน

ด้วยความเชื่อว่าเป็นผู้พิทักษ์ทวารเข้า-ออก ปกป้องคุ้มครองและขจัดสิ่งชั่วร้าย
ส่วน "ดาบ" ที่คาดติดอยู่ในปลอก
มีลวดลายกนก
ทั้งนี้สัญลักษณ์ไม่จำกัดสีและขนาด

ตำรวจไทยเกิดเป็นรูปแบบองค์กรครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 4
ทรงโปรดให้จัดตั้งองค์กรตำรวจและปฏิรูป
กระบวนการยุติธรรมของไทย
ให้เป็นระบบ แสดงความเป็นอารยะทัดเทียมตะวันตกโปรดให้ใช้สัญลักษณ์เป็นรูป
"หนุมานสี่กร"

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวราชกาลที่ 5
ได้พระราชทานเป็นพระราชหัตถเลขา อนุญาตให้
กรมตำรวจภูธรใช้พระรูปพระแสงดาบเขนและโล่ ประจำที่มุมธงและใช้เป็น
ตราประจำกระดาษสำหรับราชการ
ในกรมตำรวจภูธร
เมื่อ 20 มิถุนายน พ.ศ.2445
ตราโล่เขนนี้ ออกแบบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2440
โดย
หม่อมเจ้า
ประวิชชุมสาย
(ผู้ผูกลายพระราชลัญจกรแผ่นดิน เมื่อปี พ.ศ.2416)

ถึงสมัยรัชกาลที่ 6 ดาบเขนและโล่ได้ปรากฏอยู่ในพระธรรมนูญตรา
ที่โปรดเกล้าฯให้ตราขึ้นเมื่อ พ.ศ.2453 ให้
เป็นตราประจำกรมพลตระเวน
(ต่อมา พ.ศ.2458 เปลี่ยนเป็นกรมพลตำรวจนครบาล)

...

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2445 เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
มีลายพระหัตถ์กราบบังคมทูล
พระบาทสมเด็จพระจุล
จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ขอพระราชานุญาตใช้ตราประจำชาดสำหรับเจ้ากรมตำรวจภูธร
เป็นรูปเทวดาเชิญพระแสง
ดาบเขนและพระแสงดาบเขนและโล่
ซึ่งจะใช้เป็นตราประจำตำแหน่งเจ้ากรมตำรวจภูธร ตราประจำที่มุมธง
และเป็นตราประจำเอกสารราชการสำหรับกรมตำรวจภูธร

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2445 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชานุญาต โปรด
เกล้าฯให้ใช้ตราประจำชาติ
เป็นรูปเทวดาเชิญพระแสงดาบใจเพชร สำหรับตำแหน่งเจ้ากรมตำรวจภูธร

แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ธงประจำตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้น
ใช้ประดับแท่นตรวจแถวกอง
เกียรติยศ เนื่องในโอกาสที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ขึ้นแท่นรับความเคารพหรือตรวจพลสวนสนาม
ใช้
ประดับที่หน้ารถตรวจพลสวนสนามและใช้เป็นตราประทับแทนตำแหน่ง
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

หมายเหตุ
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2475 ได้มีประกาศให้เปลี่ยนตราตำแหน่ง
ในกรมตำรวจจากเดิม ให้ใช้ชื่อ
ใหม่เป็น อธิบดีกรมตำรวจ

ส่วนรูปตราคงเดิม ต่อมามีพระราชกฤษฎีกาโอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย
ไป
จัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อ 17 ตุลาคม พ.ศ.2541
ส่งผลให้ชื่อ "กรมตำรวจ" เปลี่ยนเป็น
"สำนัก
งานตำรวจแห่งชาติ"
ตำแหน่ง
"อธิบดีกรมตำรวจ"
เปลี่ยนเป็น
"ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ"

..........LL..........

ขอบคุณข้อมูลจาก
กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โดย พล.ต.ต.พจนารถ หวลมานพ
รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.

โดย LittleLee

 

กลับไปที่ www.oknation.net