วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เหยื่อของการพัฒนา


นางสมปอง เวียงจันทร์ อดีตชาวประมงบ้านวังสะแบงใต้ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี แกนนำชาวบ้านเขื่อนปากมูล

 

บ่ายโมงกว่าๆ วันที่ 30 มกราคม ฉันได้ไปนั่งฟังแม่สมปองพูดถึงเรื่องปัญหาเขื่อนปากมูลที่เธอได้เจอ เธอบอกว่า เดิมมีอาชีพประมงเต็มตัว ไม่เคยรู้จักอาชีพอื่น โดยสามารถหาเงินจากอาชีพประมงเลี้ยงตัว ส่งลูกเรียนได้ ไม่ต้องเป็นหนี้เป็นสินใคร และเก็บพอที่จะซื้อที่ดินได้ แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว

 

ปลาหายไปจากแม่น้ำมูล เพราะตอนสร้างเขื่อนปากมูลได้มีการระเบิดแก่งหินที่เป็นที่อยู่ของปลาจำนวนมาก

แม่น้ำมูลที่เป็นแหล่งข้าวปลานาน้ำของชาวบ้าน ไม่สามารถให้อาหารอันอุดมสมบูรณ์ได้แล้ว วิถีชีวิตของพวกเขาก็ถูกเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง หลังการต่อสู้ เรียกร้องมายาวนานนับสิบปี พวกเขาก็พบแต่ความว่างเปล่า

 

ผลกระทบจากการสร้างเขื่อน  เขื่อนขนาดใหญ่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติหลายด้าน นอกจากจะต้องสูญเสียพื้นที่ป่าไม้เป็นจำนวนมากแล้วชาวบ้านยังต้องอพยพย้ายถิ่นเนื่องจากบริเวณที่อยู่อาศัยถูกน้ำท่วม

 

การสร้างเขื่อนปากมูล ยังส่งผลกระทบทำให้ทรัพยากรประมงลดลงอย่างมาก เนื่องจากมีการระเบิดร่องน้ำบริเวณปากเขื่อนซึ่งเคยเป็นที่พักอาศัยของปลาหลากหลายชนิด ตลอดจนการกักเก็บน้ำทำให้บริเวณเหนือเขื่อนไม่สามารถระบายถ่ายเทสู่แม่น้ำโขง

 

แม่สมปองบอกว่า การก่อสร้างเขื่อนปากมูลได้ดำเนินการไปท่ามกลางการประท้วง การคัดค้านจากชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง การก่อสร้างสันเขื่อนและทางระบายน้ำได้มีการทำการระเบิดแก่งอย่างน้อยสองแก่งเพื่อทำร่องระบายน้ำ และการกักเก็บน้ำที่ทำให้น้ำต้องท่วมแก่งต่างๆ อีกกว่า 50 แก่ง ยิ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์สายน้ำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผลกระทบต่อพันธ์ปลา จนทำให้รัฐบาลออกมาตั้งกรรมการขึ้นมาศึกษาผลกระทบและได้มีการจ่ายค่าชดเชยให้กับชาวบ้านมากกว่าสี่พันครอบครัวในเวลาต่อมา ขณะที่ กฟผ. อ้างว่าได้สร้างบันไดปลาโจนเพื่อให้ปลาข้ามไปยังต้นน้ำ แต่ในความเป็นจริงแล้วปลาไม่สามารถข้ามไปได้จริงตามที่ กฟผ. ได้โฆษณาไว้

 

ด้านสาธารณสุข สุขภาพอนามัยของชาวบ้านย่ำแย่ลงอันเนื่องมาจากไม่มีรายได้ ไม่มีปลาในแม่น้ำให้จับต่อไป ในทางกลับกันเมื่อเกิดการกักเก็บน้ำน้ำจึงเน่าเสีย เป็นแห่งแพร่เชื้อโรค จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขชี้ให้เห็นถึงการเกิดโรคพยาธิใบไม้ในตับสูงขึ้น เพราะน้ำนิ่งเชื้อโรคมาก กระทรวงสาธารณสุขได้ช่วยกันรณรงค์และจัดอบรมในการป้องกันให้กับชาวบ้านทุกหมู่บ้านในละแวก อ่างเก็บน้ำจนชาวบ้านไม่กล้าลงน้ำอีก

 

ด้านระบบนิเวศน์ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องพันธ์ปลา ที่มีจำนวนและปริมาณลดลงอย่างมาก จนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรงต้องออกมาชุมนุมเรียกร้องให้ กฟผ. รัฐบาล และธนาคารโลก ร่วมกันรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น โดยชาวบ้านได้เรียกร้องให้ทั้ง 3 องค์กรนี้จัดหาที่ดินให้ครอบครัวละ 15 ไร่ เพื่อเยียวยาและฟื้นฟูวิถีชีวิตชุมชนสองริมฝั่งแม่น้ำมูน ชาวบ้านได้รวมตัวกันจัดตั้งหมู่บ้านแม่มูนมั่นยืนขึ้นที่ริมสันเขื่อนปากมูล มาตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2542 ในปัจจุบัน เพื่อยืนยันข้อเรียกร้องที่พึงมีพึงได้ตามสิทธิที่ตนเองควรได้รับ

 

เป็นความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และยังคงดำรงอยู่ในปัจจุบัน ที่ชาวบ้านคนยากคนจนถูกกระแสการพัฒนากระหน่ำทำลายจนชุมชนล่มสลาย ธรรมชาติถูกทำลายจนย่อยยับ นอกจากนั้นยังจะหวังพึ่งการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงาน หรือองค์กรที่ก่อปัญหาอย่าง กฟผ. รัฐบาล และธนาคารโลก ไม่ได้แน่ๆ ประชาชนจึงต้องรวมตัวกัน ประสานงานกัน จนก่อเกิดเป็นเครือข่ายองค์กรประชาชนที่เข้มแข็งในนาม สมัชชาคนจน เมื่อปลายปี 2538

 

 

สมัชชาคนจน เป็นเครือข่ายชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนในประเด็นความขัดแย้งในสิทธิการใช้ทรัพยากร-สิ่งแวดล้อม และเครือข่ายอื่นๆ

 

สมัชชาคนจนเป็น "เครือข่ายของชาวบ้านคนยากคนจนจากชุมชนท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการพัฒนาของรัฐ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามการแย่งชิง ทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า ระหว่างรัฐและภาคธุรกิจกับชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนท้องถิ่นทั้งในชนบทและในเมือง นโยบาย และโครงการพัฒนาของรัฐ กฎหมาย ฯลฯ ได้รุกรานวิถีชีวิตปกติ ละเมิดสิทธิในการจัดการทรัพยากรของชุมชนท้องถิ่น ทำลายวัฒนธรรมที่แตกต่างหลากหลาย

 

วัตถุประสงค์ในการรวมเป็นเครือข่าย สมัชชาคนจน ก็เพื่อเป็นเวทีรวมพลังแห่งความร่วมมือ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ประสานความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

 

 

ในช่วงแรกสมัชชาคนจน จัดโครงสร้างของเครือข่าย โดยมีคณะกรรมการที่มาจากกลุ่มปัญหาที่ได้รับผลกระทบ 16 กลุ่มๆ ละ 1 คน ตัวแทนภาคๆ ละ 1 คน กรรมการตัวแทนเครือข่ายต่างประเทศ 1 คน ด้านสิ่งแวดล้อม 2 เครือข่าย

 

ลักษณะของเครือข่ายสมัชชาคนจน ประกอบด้วย ชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่น ชาวบ้านที่ประสบกับปัญหาความขัดแย้ง อาศัยอยู่ในเขตป่า คนจนในเมือง ฯลฯ กับพันธมิตรที่เป็นคนชั้นกลางในเมือง ประกอบด้วย นักอนุรักษ์ NGOs นักวิชาการ นิสิตนักศึกษา ฯลฯ ซึ่งรวมกันเป็นเครือข่ายและร่วมกันเคลื่อนไหวต่อสู้ เพื่อปกป้องสิทธิและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติร่วมกัน

สมัชชาคนจนถือได้ว่าเป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน

 

20กว่าปี ของการพัฒนาที่ผ่านมา โครงการของรัฐได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก เมื่อสิ่งแวดล้อมเสียหายชีวิตความเป็นอยู่ก็ถูกกระเทือน จึงอาจกล่าวได้ว่าการเกิดขึ้นของขบวนการประชาชนอย่าง สมัชชาคนจน นั้น เป็นผลจากการสร้างเขื่อนที่ได้ทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นการแสดงออกถึงการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิของตน และเพื่อให้ได้มาซึ่งสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น การแย่งชิง การใช้ทรัพยากรในชนบทมากขึ้น ก่อให้เกิดการสูญเสียไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ สมัชชาคนจนก็เป็นผลผลิตมาจากความขัดแย้งในการช่วงชิงทรัพยากร ผู้ไร้อำนาจเป็นผู้เสียเปรียบ ดังนั้นจึงต้องรวมตัวกันเพื่อสร้างเวทีของการเคลื่อนไหว ระดมพลังเพื่อสร้างอำนาจคานกับรัฐราชการ รัฐบาล และองค์กรข้ามชาติ ในแง่นี้จะเห็นว่า สมัชชาคนจน เป็นขบวนการเพื่อสร้างความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมอันเป็นเรื่องความยุติธรรมสมัยใหม่ที่ไม่เหมือนความยุติธรรมสมัยก่อน

โดย crazy-crazy

 

กลับไปที่ www.oknation.net