วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สติ...หรือ...งมงาย


    สติ...หรือ...งมงาย

             ด้วยวิถีชีวิตของคนไทย  ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันคนไทยมี "ความเชื่อ" เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจของแต่ละผู้แต่ละคนแตกต่างกันไป  “ความเชื่อ” คือ ความมั่นใจต่อสิ่งนั้น ๆ ว่าเป็นความจริง ซึ่งความเชื่อบางอย่างอาจสืบต่อกันมาเป็นเวลานาน ความเชื่อเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาตั้งแต่ยุคโบราณ ตอนที่ยังไม่มีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ ไม่มีการพิสูจน์ถึงความจริงของเรื่องนั้นๆ  ในแต่ละพื้นที่ต่างก็มีความเชื่อในเรื่องที่แตกต่างกันไป  ทั้งนี้ก็อาจขึ้นอยู่กับวิถีชีวิต และสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่นั้น ๆ ด้วย
          เมื่อกล่าวถึงเรื่อง “ความเชื่อ” ก็คงจะปฏิเสธที่จะกล่าวเรื่อง “ไสยศาสตร์” ไม่ได้  เนื่องจากสองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สัมพันธ์กันอยู่มากทีเดียว  วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี  ได้กล่าวไว้ว่า “ ไสยศาสตร์” เป็นวิชาเกี่ยวกับเวทมนตร์ คาถา และ เลขยันต์ ประกอบกับการใช้อำนาจสมาธิจิต การสาธยายเวทมนตร์คาถา การภาวนา และการปลุกเสก
          ไสยศาสตร์ หรือ ศาสตร์มืด คือการทำ "คุณไสย" ในพจนานุกรมไทยให้คำจำกัดความ คุณไสย ว่า "เป็นพิธีกรรมเพื่อทำร้ายอมิตร" เป็นศาสตร์ที่ทางวิทยาศาสตร์ไม่อาจจะพิสูจน์ได้ แต่เป็นที่รู้จักกันทั่วไป และมีคนเชื่อและผู้ปฏิบัติทั่วโลก
          ในแต่ละชุมชนจะมีรูปแบบของไสยศาสตร์ที่แตกต่างกันออกไป แต่สรุปแล้วไสยศาสตร์ก็คือการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น โดยผิดแปลกจากกฏของธรรมชาติ เช่น ทำให้สามีภรรยาที่ดีกันทะเลาะและแยกทางกัน ทำให้สาวหลงรักหนุ่มที่เคยเกลียด ซึ่งปกติแล้วจะใช้ไสยศาสตร์มาใช้ในทางที่ชั่วร้าย โดยเฉพาะการทำ "คุณไสย" ที่เป็นพิธีกรรมเพื่อทำร้ายผู้ไม่เป็นมิตรด้วยการปลุกเสกสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้าไปในตัว หรือฝังรูปฝังรอย หรือการทำเสน่ห์ยาแฝด ลงนะ จากผู้ที่อ้างตัวว่ามีอาคม ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นพวกที่ทำมาหากินด้วยการหลอกลวงผู้คน หรือที่เรียกว่า พวกสิบแปดมงกุฎ ถึงกระนั้นก็ตาม“คุณไสย” หรือ “มนต์ดำ” ยังมีผู้หลงงมงายมากมาย
           ไสยศาสตร์ถือเป็นศาสตร์ที่ลี้ลับมีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ และมีทั่วโลกแม้กระทั่งในเวลาปัจจุบัน แม้รูปแบบจะแตกต่างกัน แต่ก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ การทำอันตรายต่อผู้คนด้วยวิธีที่ลี้ลับ
           ลัทธิไสยศาสตร์ คือการรวมอำนาจจิต รวมพลังงานทางจิตซึ่งได้ทำการอบรมจิตใจให้มีความยึดมั่น เชื่อถือ อย่างจริงจัง ดำเนินไปตามหลักทางไสยศาสตร์ ตามวิธีการนั้น ๆ ก็จะสามารถแสดงฤทธิ์ปาฎิหารย์ได้ด้วยกระแสคลื่นแห่งพลังอำนาจจิตอันแรงกล้า ของ มโนภาพ สมาธิ จิตตานุภาพ ทั้งสามประการนี้ จึงเป็นบ่อเกิดแห่งอำนาจที่ประหลาดมหัศจรรย์ขึ้นได้
          การที่บุคคลมีความเชื่อเพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจนับว่าเป็นเรื่องที่ดี  แต่ความเชื่อนั้นควรตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่ง “สติ” เพราะหากขาดสติแล้ว ความเชื่อนั้นอาจเป็นความงมงาย  ซึ่งอาจนำภัยมาต่อตัวท่านเองก็เป็นได้


 

โดย วิ่งกระเตงฟัด

 

กลับไปที่ www.oknation.net