วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บทอวสานของ ปาปารัซซี่


บทอวสานของ ปาปารัซซี่

ฉันนึกแปลกใจตั้งแต่คราวก่อน…. หลังจากไม่ได้มาเช่าหนังที่ร้านซึทาญ่า ปากน้ำมาเสียตั้งนานว่าทำไมหนังในชั้นวางแต่ละเรื่องยังคงหยุดอยู่ที่เดิม เรื่องเดิม เหมือนกับครั้งล่าสุดที่ฉันเห็นเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน



ผิดกับร้านเช่าหนังที่ตั้งอยู่ติดๆ กัน ร้านนั้นเขาดูฉูดฉาดไปด้วยโปสเตอร์หนัง Death Note 2 และหนังเรื่อง Holiday ซึ่งลาโรงไปไม่นาน ที่จริงฉันก็เป็นสมาชิกร้านนั้นอยู่เหมือนกัน ถึงแม้หนังในร้านนั้นจะมีตัวเลือกน้อยไปหน่อย หนักไปทางหนังพากย์ไทย หนังเกรดบี แต่ราคาเช่าต่อแผ่นแค่ 20 บาท ขณะที่ร้านซึทาญ่าอยู่ที่ 30 บาทมาตั้งแต่ไหนแต่ไร



ฉันว่า น่าดีใจที่ร้านเช่าหนังมาเปิดคูหาติดๆกันแบบนี้ แถมยังตัดราคากันน่าสนุก ถ้าซึทาญ่ายอมลดเพดานราคาลงมาเท่ากัน ก็คงมันผู้บริโภคล่ะ

แต่อะไรที่ฉันรอมันก็ยังมาเกิดขึ้นเสียที ฉันยังคงเห็นสองร้านนั้นเปิดไฟร้านสว่างไสวเคียงข้างกัน และถ้าเดินข้ามถนนไปอีกไม่ไกล ก็จะเจอแมงป่องร้านเช่าหนังอีกร้านนึงด้วย

ในย่านตลาดปากน้ำ ร้านเช่าหนังน้องใหม่สุด คือร้าน 20 บาท ซึ่งเพิ่งมาเปิดได้ปีนึงมั๊ง ทีหลังร้านแมงป่องตั้งนาน แน่นอนว่า ร้านเช่าที่เก่าที่สุดก็ต้องซึทาญ่า มันเปิดมากี่ปีแล้วน้า ฉันจำไม่ได้ จำได้แต่ว่า ซึทาญ่ามาพร้อมการดับสลายของร้านเช่าวีดีโอตรงอีกหัวมุมถนนหนึ่ง



สมัยเรียน ปวช. เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน …นานน่าดูเลย ฉันเคยขอแม่ไปทำงานพิเศษที่ร้านซึทาญ่านี่ด้วย แต่แม่ไม่ยอมให้มาทำ… เซ็งน่าดู ฉันเป็นคนชอบดูหนังนะ และการเป็นพนักงาร้านเช่าหนังก็เป็นความฝันลึกๆ ในใจฉันเสมอ มันดูน่าสนใจกว่าพนักงานเดินตั๋วหนัง พนักงานในห้องฉาย เพราะการเป็นพนักงานร้านเช่าหนัง จะได้อยู่กับหนังสูงท่วมหัวมากมายทั้งเก่าและใหม่ในคราวเดียวกันไงล่ะ

….

ในฐานะที่เป็นได้แค่สมาชิกร้าน การเช่าหนังเป็นกิจกรรมความบันเทิงที่ฉันละเมียดละไมใช้เวลากับมันนานมาก เลือกแล้วเลือกอีกอยู่นั่นแหล่ะ สมัยที่วีดีโอยังราคาสูงลิบ การมาหนังเช่าเรื่องละ 30 บาทดูจะคุ้มแสนคุ้ม ทุกวันนี้แม้หนังแผ่นใหม่ๆ จะไม่กี่ตังค์ ราคาเช่ากับซื้อห่างกันนิดเดียว แต่บรรยากาศในร้านเช่าหนังคือความมีมนต์ขลังลึกๆ ที่ฉันอธิบายไม่ได้


…………………

วันนี้ …ฉันไม่ลืมที่จะหยิบหนังแผ่นในกล่องสีน้ำเงินเอกลักษณ์ของซึทาญ่ามาส่งคืนทางร้าน หลังจากเกินกำหนดมาตั้ง 5 วัน โอ้ยย 2เรื่องก็เสียค่าปรับเป็น 100 นะนั่น ฉันยอมรับสภาพอยู่ในใจ

แต่เมื่อเดินจนใกล้จะถึงที่ร้าน … สภาพภายนอกร้านดูแปลกไป ร้านใหญ่ขนาดสามคูหา เปิดอยู่แค่คูหาเดียวคือตรงประตูทางเข้า ฉันหยุดอยู่ตรงข้ามร้าน รอข้ามถนน สิ่งที่เห็นผ่านประตูกระจกร้าน คือสิ่งที่ฉันไม่คาดคิดมาก่อน

ลังกระดาษใบใหญ่วางขวางอยู่ตรงหน้าประตู ภายในบรรจุกล่องแผ่นหนังสีน้ำเงิน เอกลักษณ์ของซึทาญ่าเต็มล้นจนพูนออกมา ชั้นวางหนังหน้าร้านที่เคยเรียงรายไปด้วยหนังใหม่ๆ บัดนี้ เหลือแต่เพียงสีเหลืองของชั้นวางเท่านั้น

เสียงมอเตอร์ไซต์รับจ้างแถวๆนั้นดังแว่วมาว่า เซ้งร้าน เซ้งร้าน ฉันคิดขึ้นมาว่า จำเป็นหรือเปล่าที่ต้องเอาหนังฟุตบอลเบาสมอง She’s the Man และ CSI: Miami season สองเรื่องนี้ไปส่งคืน

ยังไง ฉันก็ไม่เสียค่าปรับแน่ๆ …ฉันคิดขณะพยายามจะผลักประตูกระจกร้านเข้าไป เด็กหนุ่มในร้านโบกมือทำปากพะงาบๆว่า ร้านปิดแล้ว ฉันจึงควักกล่องใส่หนังสีน้ำเงินสองเรื่องชูขึ้นมา เด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งเปิดประตูมารับหนังคืนไป ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างลังใบใหญ่ ดูท่าทางน่าจะเป็นเจ้าของร้านส่งยิ้มขอบคุณ

…ฉันเหลือบไปเห็นผู้จัดการร้านที่เคยได้ยินพนักงานในร้านเรียกกันว่า “เจ๊หน่อย” เธอนั่งอยู่บนบันไดทางขึ้นชั้นสอง ชั้นซึ่งเคยเป็นที่ทางของแผ่นเช่าดีวีดี
เจ๊หน่อยกำลังนั่งคุยโทรศัพท์ เธอสบตาฉันแว่บหนึ่ง สีหน้าดูหนักอึ้ง เจ๊หน่อยกับฉันไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่เราต่างคุ้นเคยหน้าตากันและกัน เธอจำฉันได้ดี เพราะฉันมักจะคืนหนังให้เธอพร้อมค่าปรับอื้อซ่า ฉันเองก็จำเธอได้ดีว่า เธอเคยแนะนำให้ฉันดูหนังเรื่อง Paparazzi


(สปอยล์)







“เลือกหนังยังไม่ได้เหรอ ดูเรื่องนี้สิ ปาปารัซซี่ สนุกมากเลยนะ ตอนจบช่างภาพถูกฆ่าตายด้วย…”






ที่สำคัญ ฉันนึกอิจฉาเธอที่มีโอกาสได้ทำงานที่นี่ เติบโตจนได้เป็นผู้จัดการร้าน

ระหว่างทางกลับบ้าน เสียงบรรเลงบทเพลงออริจินัล ซาวด์แทรกค์ Nuovo Cinema Paradiso ดังมาจากที่ไหนสักแห่ง….ในใจฉัน

โดย ปาเตรัซซี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net