วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คอมมูนิต้า อินคอนโทร... เพียงโอกาสที่หยิบยื่นให้




จากการชักชวนของโต้โผใหญ่ ของคณะผู้ก่อการดี ตั้งแต่งานระดมทุน ซึ่งวิกกี้เองก็ไม่ได้ไป แต่รับปากไว้ว่าจะหาของขวัญไปให้กับเด็กๆ จนแล้วจนรอด ของขวัญก็ยังไม่ได้เดินทางออกจากบ้าน ทั้งที่เตรียมไว้นานแล้ว แม้กระทั่งวันสุดท้ายที่จะฝากใครไปได้ ก็ดันไปเอาติดมือไปฝาก 

1 กุมภาพันธ์ 2552 ก็เลยต้องเอาตัวเองออกจากบ้านพร้อมของขวัญ เดินทางไปโรงเรียนคอมมูนิต้า อินคอนโทร ต.ลำไทร อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี (อยู่ใกล้คลอง 11 แล้วทำไมในที่อยู่ถึงใช้คลอง 12 ยัง งง)  กว่าจะถึงก็ปาเข้าไปบ่ายโมงตรงเผง  แต่.....เค้าจับสลากกันไปแล้ว

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวเอาไปเป็นของรางวัลตอนเล่นเกมส์" คุณสายลมที่ผ่านมา โต้โผงานบอก พร้อมถามไถ่เรื่องมื้อเที่ยง   อืมมม  ไม่เป็นไร วันนี้ปวดหัวจัง อาการไม่ค่อยดี กินไม่ลงอ่ะ กะว่าเดี๋ยวอยู่แป๊บนึง แล้วจะกลับบ้านไปกินยานอน

คุณ apooh ส่งกาแฟเย็นมาให้ชื่นใจ "คุณวิกกี้กินก่อน เดี๋ยวดีขึ้น"   ขอบคุณนะคร๊าบบ


หลังทักทายเพื่อนๆ ที่เจอ ทั้งที่หลายๆ คนก็เพิ่งได้เคยเจอตัวเป็นๆ เป็นครั้งแรก   จุดประสงค์เดียวกัน มาเพื่อช่วยเหลือ เป็นเพื่อน เป็นพี่  ร่วมเล่นกับน้องๆ นอกจาก OKnation.net แล้ว ยังมีคนใจดีจาก font.com และ sanamball.net
" พี่วิกกี้ ไปที่สนามบอลกันเถอะ เดี๋ยวมีเตะบอล"  น้องพร สิงห์มือซ้ายชวน

จากนั้น เพื่อนๆ หลายต่อหลายคนก็ช่วยกันลำเลียงข้าวของไปสนามบอล


น้องๆ มาเริ่มรอกันแล้ว จับจองพื้นที่ใต้ร่มเงาสน มุมใครมุมมัน

 
 ทีมสีส้ม ซ้อมแข้งข่มขวัญ


เฮ้ยยย ทีมข้างบน ตัวกะเปี๊ยกแค่เนี๊ยะ แพ้เสียฟอร์มนะเฟร้ย



กองเชียร์พร้อม ... ทั้งพี่ๆ 

 
และน้องๆ ... กับเชียร์ลีดเดอร์สุดสวิง นี่ท่า "เย้ยฟ้า...ท้าดิน"


ส่วนมุมนี้ ยังเกี่ยงกันออกไปเป็น เชียร์ลีดเดอร์



วัดพระวิสุทธิวงส์ ลำไทร

วัดคาทอลิก ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามสนามบอล คนละอาณาบริเวณ
แค่เพียงรั้วต้นไม้และถนนกั้นแบ่ง 
จนคนนึกว่าเป็นสถานที่เดียวกัน  


หลังเฝ้าดูบรรยากาศริมสนามอยู่พักหนึ่ง กับอากาศร้อนๆ อยู่เฉยๆ ก็รู้สึกมึนๆ เลยออกเดินเล่นลัดเลาะ เก็บบรรยากาศ

แล้วก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ดูแลเด็ก ที่เป็นชาวต่างชาติ ที่ต่างพูดภาษาอิตาลี โดยไม่สนใจจะพูดภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทย 

"Ciao ... Come stai?  กับ "Piacere di conoscerti" ถ้อยคำง่ายๆ ที่เอ่ยทักทายไป เรียกความประหลาดใจ ตอบกลับมาเป็นภาษาอิตาลียืดยาว ธ่อ ๆ ๆ ป๋มพูดได้แค่นิดหน่อยกั๊บเพ่



สระน้ำริมทางรถ ก่อนเข้าอาคารธุรการ

อเล็กซ์ หนุ่มน้อยจากสโลเวเนีย เลยต้องทำหน้าที่เป็นล่ามแปล เพราะพูดได้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และแน่นอน ภาษาอิตาลี  นอกจาก"อเล็กซ์"แล้ว ก็ยังมี "โจวานนี่" ที่มายืนคุยด้วย ถามไถ่ได้ความว่ามาจากเมืองอูดิเนเซ  และอีกหนุ่ม ออตต้า วีโอ จากเมืองนาโปลี คนนี้เพิ่งมาอยู่ได้ 2 เดือน

ออตต้า ถามป๋มว่า รู้จักรึป่าวเมืองนาโปลี  ป๋มก็บอกเต็มภาคภูมิ "รู้ดิ ก็มาราโดน่า เป็นกัปตันทีมนาโปลี อ่ะ"  ออตต้าหัวเราะใหญ่ 5 5 5 เรื่องฟุตบอลนี่ คุยกันได้ทุกภาษาเจงๆ

ถึงตอนนี้ อีกหนึ่งหนุ่ม เข้ามาสมทบ  อ้อ...  มาจาก Sardinia เกาะทางตอนใต้ของอิตาลี อยู่คนละฝั่งกับเมืองเจ้าพ่อ ซิซิลี แต่ป๋มลืมถามชื่อ  ที่แน่ๆ เลยรู้ว่าส่วนใหญ่แล้ว ชาวต่างชาติที่เห็นเป็นชาวอิตาลี 



อาคารธุรการ

Alex มาจากสโลเวเนีย เค้าถามป๋มว่ารู้จักหรือเปล่า
ป๋มตอบอยากภาคภูมิใจ  อ๋อ ที่แยกออกมาจากเช็ก ช่ายมะ เลยเหลือเป็นสโลวัก
"ไม่ใช่ ไม่ใช่" อ้าววหน้าแตก แล้วป๋มก็นึกขึ้นมาได้ อ๋อ ....  ดินแดนที่แยกตัวออกมาจากยูโกสลาเวีย รุ่นๆ เดียวกับมาเซโดเนีย  แต่โชคดีที่สโลเวเนีย มีเหตุการณ์ตึงเครียดอยู่เพียง  7 วัน ทุกอย่างก็เข้าสู่ภาวะปกติ

และถือว่าโชคดีกว่า บอสเนีย เฮอร์เซโกวีน่า มากๆ ที่มีชนหลายเชื้อชาติ ที่กลายเป็นสงครามกลางเมือง ก่อนที่เซอร์เบีย จะแยกออกไปได้  และจนป่านนี้ เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่โคโซโว ก็ยังไม่ได้ชำระความ
อเล็กซ์ บอกว่า ตอนนี้เค้าอายุแค่ 8 ขวบ แต่ก็จำความได้แล้ว


"แล้วอเล็กซ์มาทำอะไรที่นี่"
"ผมมาบำบัด" 
"ใช้อะไรเหรอ" อึ้งๆ นิดหน่อย
"เฮโรอีน"
"โห...(อึ้งนิดหน่อย) ทำไมถึงใช้หล่ะ"
"เป็นเพราะผมอ่อนแอ  ผมไม่โทษ ไม่โทษเพื่อน แต่เป็นเพราะตัวผมเอง"

"แล้วคุณโจหล่ะ มาบำบัดด้วยหรือเปล่า"
"ใช่"
....
....
....
หลากหลายประโยคที่เราคุยกัน จนมาถึงวันที่อเล็กซ์ เข้ารับการบำบัดยาเสพติด ครั้งแรกไปอยู่ที่ศูนย์คอมมูนิตต้า ที่อิตาลี ซึ่งเป็นศูนย์ใหญ่
เพราะอยู่ใกล้กว่า และอีกอย่างการเดินทางไปอยู่ที่อิตาลี ดูจะง่ายกว่ามาที่เมืองไทย 

ส่วนเมืองไทยนี่มาอยู่ได้ 2 ปีแล้ว และเดือนเมษายนนี้ ก็จะเดินทางกลับบ้านเกิดซะที
"ตอนนี้ผมหายแล้ว  ก็จะกลับไปบ้าน"
"กลับไปแล้วทำอะไรต่อหล่ะ"
"ผมก็จะไปเรียนต่อ แล้วก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ ซึ่งก็เท่ากับเริ่มจากหนึ่งใหม่ เพราะยังไงที่นั่นเป็นบ้านผม"
 
ป๋มว่าที่นี่มันน่าสนใจมากเลย เลยถามโน่นถามนี่ เพราะความที่ไม่รู้จักคอมมูนิต้ามาก่อน ....
อเล็กซ์ เลยพาเดินเยี่ยมชม พร้อมกับบอกเล่าเรื่องราวให้ได้ทราบ


 

คอมมูนิต้า อินคอนโทร (Communita Incontro) เคยมีศูนย์อยู่ที่ ท่าแร่ จ.สกลนคร กับที่แม่สอด จ.ตาก เพราะเมื่อก่อนมีปัญหาเรื่องยาเสพติดเยอะ แต่ปัจจุบันปิดไปแล้ว เหลือเพียงศูนย์เดียว คือที่ ต.ลำไทร อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 
ผู้อำนวยการคนปัจจุบัน คือ เคลาดิโอ แอนติโล่ ลีกราแมนตี (Claudio Legramanti) ที่ตอนหลังเดินมาถามป๋มเลยว่า
"Parli Italino ? "
"Si" เอ้ย "No" แค่นิดโหน่ยกั๊บ (แอบคิดในใจ ถ้าไม่ใช่โจ้ ก็ออตต้าแหงม ที่ไปบอก)
 


อาคารฟื้นฟูบำบัดผู้ติดยาเสพติด

คอมมูนิตา อินคอนโทรที่ลำไทร เปิดมาได้ 18 ปีแล้ว (ตั้งแต่ปี 2534) เริ่มแรกก็เป็นศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติด จนกระทั่งเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา ( ธค.2547) จึงได้เปิดโรงเรียนอย่างเป็นทางการ 


อาคารเรียน 1 ในไม่กี่หลัง

โดยเปิดสอน ตั้งแต่ปี 1-6 จากนั้น ก็จะส่งเด็กๆ ไปเรียนต่อที่โรงเรียนข้างนอก ในชั้น ม.1 - ม.3  โดยทางศูนย์รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด แต่หลังจากนั้น เด็กคนนั้นก็ต้องตัดสินใจเองว่าจะทำยังไงต่อ เพราะฉะนั้น เด็กที่อยู่ที่นี่ จึงมีตั้งแต่อายุน้อยๆ ไปจนอายุเยอะ

ปัจจุบัน คอมมูนิต้า อิน คอนโทร มีเด็กประมาณ 200 คน แยกเป็นศูนย์เด็กเล็ก วัยรุ่น เด็กโต และศูนย์หญิง  มีครูจากข้างนอกที่จะมาสอน 9-10 คน

ส่วนเด็กเหล่านี้ ส่วนใหญ่มาจากเชียงราย และเชียงใหม่บ้าง ซึ่งคุณพ่อเจ้าวัด ซิสเตอร์ หรือผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน คัดเลือกส่งมาอยู่กับศูนย์ เพราะเห็นว่า เป็นเด็กยากจนจริงๆ เป็นเด็กด้อยโอกาส ทำให้เด็กไม่ได้รับการศึกษา บางคนมาเพื่อบำบัดยาเสพติด

อเล็กซ์เล่าว่า มีอยู่ 5-6 คนที่พ่อแม่ทอดทิ้ง  จู่ๆ ก็เอามาส่งที่ศูนย์ แล้วก็ไม่ติดต่อมาอีกเลย  แล้วก็มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่รู้แม้แต่นามสกุลตัวเอง คุณพ่อฯที่ดูแลศูนย์ เลยให้นามสกุลตัวเองไปใช้ เพื่อเด็กจะได้เข้าเรียนหนังสือได้


อาคารเรียนอยู่เกาะกลางน้ำ


 ที่แท้เป็นอาคารเรียนคอมพิวเตอร์

ระหว่างทางก็ได้ถามไถ่ถึงค่าใช้จ่ายของศูนย์ 
"เดือนละไม่ต่ำกว่า 2  แสนบาท" อเล็กซ์บอก
"โอ้โห...  เป็นค่าอะไรบ้างเนี่ยะ"
" ค่ามีการใช้จ่ายทุกอย่าง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเรียน ของนักเรียนทั้งหมด ทั้งที่เรียนที่นี่ แล้วก็ที่ส่งไปเรียนถึง ม.3 ข้างนอกด้วย"
"อืมมม หนักเอาการนะ"

"แล้วเงินทุนมาจากไหนหล่ะ"
"ที่นี่ไม่ได้เงินช่วยจากรัฐบาลไทยเลย  เงินทุนของศูนย์ จะส่งมาจากศูนย์ใหญ่ ที่ประเทศอิตาลี"


ทางเดินไปอาคารคอมพิวเตอร์ มองย้อนไปเห็นสนามบอล
กับศาลาที่ป๋มและเจ้าวีว่า ไปถ่ายรูป (รูปแรก)

ก่อนหน้านี้ตรงที่ยืนคุยกัน4 คนที่สนามบอล  มีวิกกี้, อเล็กซ์ , ออตโต้ และโจวานนี่ ที่ตอนหลังกลายเป็นคุณโจ้ของป๋ม แต่เจ้าตัวไม่ยอมให้เรียกคุณโจ้  บอกว่าเราเป็นเพื่อนกันแล้ว ให้เรียกว่าโจ หรือโจ้เฉยๆ  เราก็คุยกันเรื่องเงินบริจาค

Alex บอกว่า Silvio Berlusconi นายกรัฐมนตรีของอิตาลี ก็ให้เงินสนับสนุนสร้างศูนย์นี้  แม้ไม่ได้ให้โดยตรง แต่ก็
คุณโจ้ของป๋มรีบสนับสนุนเลยว่า เค้าเป็นคนดีนะ แต่ป๋มส่ายหัวเพราะจากข่าวคราวที่ได้รับส่วนใหญ่มีเรื่อง conflict of interest  แต่ทั้งโจ้ และ Alex ยืนยันว่า "เค้าเป็นคนดีนะ ที่เหลียวแล และให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้หลงผิด"

เดี๋ยวนี้ อะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยนไป  มาเฟียหลายคนรวยมาก และเค้าก็เอาเงินมาช่วยเหลือคนยากคนจน เยอะแยะ  

"แบร์ลุสโคนี่ เป็นเพื่อนของคุณพ่อที่ก่อตั้งศูนย์คอมมูนิต้า ศูนย์ใหญ่ที่อิตาลี ก็เลยให้เงินสนับสนุนมาตั้งศูนย์"  อเล็กซ์อธิบายเพิ่มเติม 


ศูนย์เด็กเล็ก


ศูนย์เด็กโต

อเล็กซ์ บอกว่า เมื่อก่อนเป็นหัวหน้าดูแลที่ศูนย์เด็กเล็ก แต่ตอนนี้มาดูแลที่ศูนย์เด็กโตแล้ว
"โห เป็นใหญ่แล้วซิ"

เดินไปคุยกันไป ดูทั้งห้องนอน ห้องอาหาร กระทั่งห้องอาบน้ำ ที่ยังไงก็ต้องเดินผ่าน
"เด็กๆ ที่เข้ามาที่นี่ ต้องมีกฎเกณฑ์ ต้องอยู่ในระเบียบ  พอเราทำได้ ก็รู้สึกภูมิใจ อย่างผมทำอาหาร ก็จะชอบ และทำให้เราได้คิดได้ด้วย"

ป๋มเองแซวเค้าไปว่า ต้องทำไม่อร่อยแน่ๆ แต่ Alex ยืนยันว่าเค้าทำอร่อย  ทำเก่งด้วยนะเออ พร้อมกับอธิบายต่อว่า "การทำหน้าที่ของตัวคุณ คุณก็ต้องเอาใจใส่ ต้องออกมาจากใจ"

"ที่นี่ สอนให้คนรู้จักรับผิดชอบ เรียนรู้ทั้งวิชาการ และการอาชีพ เพราะคุณต้องดำรงชีพอยู่ให้ได้"
 

ดังนั้น ทุกคนที่นี่ ต้องช่วยกันทำงาน ไม่ว่าจะเป็นความสะอาด ทำอาหาร การเกษตร ฯลฯ  แต่เดี๋ยวนี้ทำอาหารมีคนมาช่วยทำแล้ว
"โหหห  ให้แต่เด็กทำงาน  ผู้ใหญ่ก็สบายดิ"  ป๋มไม่วายแหย่อีก (ดีนะไม่โดนเตะ)
"ไม่ได้ ไม่ได้ ผู้ใหญ่ก็ต้องทำ ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง คุณถึงจะสอนเด็กให้ทำได้  แล้วก็จะสามารถบอกเค้าได้ ....  "
อีกหลายประโยคที่ผู้ชายคนนี้ ที่ยอมรับว่าตัวเองอ่อนแอ ได้บอกกับป๋มระหว่างที่เราเดินทัวร์สถานที่กัน


จากศูนย์ผู้ใหญ่ เราพากันเดินไปชมศูนย์วัยรุ่น ซึ่งที่นี่มีห้องพยาบาล สำหรับรองรับผู้ป่วยที่อาจจะติดต่อได้ง่าย เช่น อีสุกอีใส หิด รวมถึงห้องสวดมนต์ของศาสนาพุทธ ที่มีโต๊ะหมู่บูชาตั้งอยู่ด้วย 
"มีศาสนาอิสลามด้วยนะ ที่นี่คุณพ่อให้โอกาสทุกคน" อเล็กซ์บอก
และต่อเนื่องไปถึงศูนย์หญิง ที่ดูจะอยู่ไกลสุด  รวมถึงเรือนรับรองผู้ปกครองจากแดนไกล 

"ถ้าจะมาทำกิจกรรม มากินข้าว ก็ติดต่อมาได้  แต่ไม่ใช่เปิดให้เป็นที่ท่องเที่ยว"
ข้าวของที่มีผู้บริจาคมา ให้มา เอาก็ต้องเอามาแบ่งให้เท่าๆ กัน เพื่อไม่ให้เด็กเกิดความรู้สึกแตกต่าง รวมถึงเด็กติดยาเสพติดที่มาบำบัดด้วย  เรียกว่าทุกอย่างต้องเท่าเทียม  


"อเล็กซ์ กลับไปแล้วไม่คิดถึงที่นี่เหรอ"  ป๋มถามขึ้นระหว่างที่เดินกลับมายังสนามบอล
"คิดถึงซิ คิดถึง แต่ที่นี่ก็ไม่ใช่บ้านผม"
"ต้นไม้ที่นี่สวย  ให้ความรู้สึกว่าเป้นต้นไม้จริงๆ เพราะต้นใหญ่  ไม่เหมือนที่ประเทศผม เป็นต้นไม้เล้ก ดอกไม้ที่นี่ก็สวยกว่าที่บ้านผม"
"โหยย เป็นธรรมดา คนที่นี่ก็บอกว่าดอกไม้เมืองหนาวสวย คนเมืองหนาวก็มักมองว่าดอกไม้เมืองร้อนสวย เพราะต่างไม่มีมันไง"

"ถามจริงๆ นะ อะไรทำให้คิดได้ อยากเลิกยาเสพติด"
"ตอนเสพยาตอนนั้นมันแย่มาก เป็นคนนิสัยไม่ดี เกเร ไม่ดีมากๆ ขี้ขโมยด้วย แล้วแม่ก็ไม่ยอมรับ แต่ตอนนี้หายแล้ว จริงๆ ที่บำบัดที่อิตาลีก็เกือบหายแล้ว แล้วก็มาอยู่ต่อบำบัดที่นี่ จบครอสไปเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม แต่ก็ขออยู่ต่อช่วยดูแล และถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับคนอื่นๆ"

"ตอนนี้แข็งแรงดีแล้วนะ"
"ใช่ ผมว่ายังงั้น"


รากไม้วันนั้น...ที่ดูแห้งแล้ง    

จากการพูดคุยกับอเล็กซ์  ทำให้ป๋มได้รับรู้ และซึมซับถึงความรู้สึกของคนที่มีความรับผิดชอบมากๆ คนหนึ่ง คนที่มีความภาคภูมิใจในตัวเอง  และการแบ่งปันประสบการณ์เหล่านั้น ให้กับเด็กๆ ที่เข้ามาอยู่ในศูนย์ ซึ่งเป็นเด็กไทย ที่ด้อยโอกาสตัวน้อยๆ ที่ไม่ได้แม้แต่ต้นทุนทางสังคมจากรัฐบาลไทย

และเชื่อว่า เด็กๆ ที่ได้เข้ามาที่ศูนย์นี้ จะได้รับการหล่อหลอม ให้เติบโตขึ้นเป็นคนดีของสังคมต่อไป ขอเพียงแค่ได้มีโอกาสที่สังคมจะหยิบยื่นให้
  



เติมเต็ม ให้รากไม้...ในวันนี้ อุดมสมบูรณ์ จากต้นไม้เล็ก หรือต้นหญ้า ที่จะมาช่วยดูดซับ กลบเกลื่อนความแห้งแล้งนั้น ให้เลื่อนหายไป


* * * เพิ่มเติม * * *

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น ป๋มเลยโทรศัพท์ไปสอบถามที่ศูนย์ ก็ได้คำตอบจากพี่ศิริพร เจ้าหน้าที่ที่ดูแล บอกว่า คอมมูนิต้า อิน คอนโทร เป็นองค์กรเอกชนจากต่างประเทศ คนก็เลยคิดว่า ที่นี่ต้องมีเงิน  ก็จริงอยู่ ทางศูนย์ได้เงินบริจาคมาจากต่างประเทศ ซึ่งบริจาคไปที่องค์กรใหญ่  แต่ก็ต้องกระจายไปตามศูนย์ต่างๆ ที่มีอยู่ประมาณ 100 แห่งทั่วโลก  ซึ่งแน่นอน ก็ต้องพิจารณาจากความจำเป็นต้องใช้ก่อน

และที่ศูนย์นี่ ก็ได้เงินช่วยเหลือมาจำกัด ค่อนไปทางน้อย เพราะฉะนั้น ทางศูนย์ต้องทำทุกอย่างเพื่อเลี้ยงตัวเอง  โดยเด็กที่มาอยู่ที่ศูนย์นี่แหล่ะช่วยกัน ตั้งแต่ปลูกผัก เลี้ยงหมู เลี้ยงปลา หรือแม้แต่ทำไม้ดอกไม้ประดับออกจำหน่าย

"คนมักมองว่า คอมมูนิต้า มีพื้นที่กว้างขวาง ดูโอ่อ่า เหมือนรีสอร์ต น่าจะมีเงิน เราจึงไม่ได้รับการช่วยเหลือ คุณพ่อที่เข้ามาก่อตั้งบอกว่า ต้องสร้างให้มั่นคง ถาวร สร้างแบบดีไปเลย อยู่ได้หลายสิบปี จะได้ไม่ต้องซ่อมแซมบ่อย เพราะที่นี่ ก่อตั้งเป็นศูนย์ฟื้นฟูบำบัดผู้ติดเสพติด ซึ่งการบำบัดที่นี่จะไม่ใช้ยา แต่เป็นการใช้ชุมชน และธรรมชาติบำบัด  ให้ผู้ที่ติดยา ได้อยู่ร่วมกัน  และอยู่กับธรรมชาติจริงๆ " 

หวังเป็นอย่างยิ่งที่เราจะมีส่วนร่วมในการสร้างความชุ่มชื่นให้กับรากไม้ เพื่อให้เติบใหญ่ขึ้นอย่างสมบูรณ์ ไม่มาก ก็น้อย  

และขอบคุณคณะผู้ก่อการดี ที่ทำให้ป๋มได้มีวันดีๆ ในชีวิตอีกหนึ่งวัน
"Bambini, Mi mancherai"
 arrivederci,
 -vickie-

 
บทเพลงเพื่อเด็ก  โดย เรวัติ พุทธินนท์

โดย vickie

 

กลับไปที่ www.oknation.net