วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พรบ.ความมั่นคง แก้ปัญหาภาคใต้ไม่ได้


 

วงเสวนาใต้ เผย รัฐบาลแก้ไปปัญหาใต้ไม่ถูกจุด ใช้พรบ.  ความมั่นคง คล้ายคอมมิวนิสต์ กำจัดสรีภาพ ประชาชน-ทารุนผู้ต้องสงสัยสารพัด-ไม้เบื่อไม้เมาสื่อ วอน รัฐบาลต้องจริงในในการแก้ปัญหา  เชื่อ ปชป. แก้ ปัญหาไม่ได้ ไม่มีความจริงใจ

               

                วันที่ 24 ม.ค. ที่มูลนิธิ 14 ตุลา ห้องประชุม 1 4 ตุลา เวลา13 .00 น. จัดเสวนาวิชาการในหัวข้อ “การเข้าถึงสิทธิมนุษยชนของประชาชน ท่ามกลางกฏอัยการศึก พรก.ฉุกเฉินฯ และพรบ. ความมั่นคง”  โดยมีนายอาดิสัน อาลีอิสเฮาะ กรรมการบริหารศูนย์ทนายความมุสลิม ประจำจังหวัดยะลา พ.ต.ต. จำรูญ เด่นอุดม ประธานมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาตใต้  นายอภิศักดิ์ สุขเกษม หัวหน้าโครงการสื่อสันติภาพเพื่อลดความรุนแรง

                ในการเสวนาตอนหนึ่ง นายอาดิสัน กล่าวว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ เสมอภาค เท่าเทียมกัน แต่ตลอดเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ความไม่สงบของภาคใต้ ได้ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ จากการกระทำที่ขัดกฏหมาย ของเจ้าหน้าที่รัฐเอง ที่ไม่เคย ออกมายอมรับว่า เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ กระทำการบางอย่างที่ขัดต่อกฏหมาย และเมื่อย่างเข้าสู่ปีที่ 5  เจ้าหน้าที่รัฐที่ทำผิดต่อชาวบ้าน ที่รับโทษทางกฏหมาย  กฏหมายระบุเพียงว่ามีการลงโทษแล้ว ซึ่งชาวบ้านไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการลงโทษจริงหรือไม่อย่างไร  

                “กฏหมายพิเศษทั้ง 3 ฉบับ กฏอัยการศึก พรก.ฉุกเฉินฯ และพรบ. ความมั่นคง เป็นการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ ขั้นพื้นฐาน และเมิดสิทธิมนุษยชน เมื่อปี 2547 รัฐบาลใช้กฏอัยการศึก ซึ่งเป็นกฏหมายที่ออกมาหักล้างสิทธิพื้นฐานทั้งหมดของชวนบ้าน ไม่ว่าจะเอาคนผิดมาดำเนินคดี จะมีการฟ้องร้องหรือจะเดำเนินคดีเจาหน้าที่รัฐไม่ได้  รัฐมีอำนาจในการกักตัวบุคคลห้ามไม่ให้เข้าพื้นที่ ทุกอย่างที่ปรากฏ คือกฏอัยการศึก ลบล้างสิทธิขั้นพื้นที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ” นายอาดิสัน กล่าว  

                นายอาดิสัน กล่าวว่า การประกาศกฏอัยการศึก ที่ทหารสามารถกักตัวผู้ต้องสงสัยว่าทำผิดได้ไม่เกิน 7 โดยไม่ต้องขออำนาจจากศาล ส่วนพรก. ฉุกเฉินที่ประกาศเมื่อปี  48 ระบุว่าถ้าทหารสงสัยว่าใครเป็นผู้ร้าย จะ เชิญไปไว้ในสถานที่ ที่หนึ่งได้ไม่เกิน 30 วันแต่ต้องขออนุญาติจากศาล โดยระบุเวลาและสถานที่ โดยที่ชาวบ้านไม่มีสิทธิ เจอทนายความ หรือขอความเป็นธรรม ยกเว้นใช้ญาติขอคววามเป็นธรรม ในเวลา 30 วันที่ชาวบ้านถูกกักตัว บางรายถูกซ้อม ถูกทรมาม ขู่เข็นให้รับสารภาพผิด ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐก็ได้รับข้อมูลมากมาย แต่จะเป็นข้อมูลที่ได้มาอย่างไร ปฏิบัติอย่างไรกับคนให้ข้อมูลไม่มีใครตรวจสอบได้          

                ในปี 2550 ศูนย์ทนายความสลาม ได้รับเรื่องร้องเรียนถึง  900  กว่าเรื่อง  เป็นเพระาว่าชาวบ้านไม่สามารถพึ่งพากระบวนการยุติธรรมได้ ของเจ้าาที่รัฐได้ ดังนั้นเจ้าหน้าที่รัฐต้องเข้าใจการทำงานชององค์กรภาคประชาชน ที่ให้ขอความช่วยเหลือแก่ชาวบ้าน อย่าคิดว่า องค์กรถาคประชาชน เป็นคนมาคอยปัดแข้ง ปัดขาเจ้าหน้าที่รัฐ

                นายอาดิสัน กล่าาวถึง พรบ.ความมั่นคงว่าแม้จะดูเป็นกฏหมายที่ดูเหมือนจะนุ่มนวล หากชาวบ้านคนใดที่ถูกต้องสังสัย ก็จะส่งเข้าอบรมอาชีพหรือพาไปอบรมปรับทัศนคติ ทำความเข้าใจ  แต่ลึกๆ แล้วคล้ายระบบคอมมิวนิสต์ เหมือนกัน ทหารพยายามเรียกร้องให้ใช้ พรบ.ความมั่นคง ถามว่า วิธีปฏิบัติกฏระเบียบต่างๆ เป็นอย่างไร ก็ตอบไม่ได้  ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ 4 อำเภอ  ต้องยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ก่อนแล้วค่อยใช่ พรบ.ความมั่นได้

                ด้านนาย อภิศักดิ์ กล่าว่าสื่อเป็นช่องทางในการเปิดพื้นที่ หลังจากเหตุการณ์ปล้นปืน มาหลายครั้งเกิดเหตุการณ์ขึ้นในพื้นที่หลายครั้ง แต่ไม่ได้ถูกหยิบยกมาพูดเท่าที่ควร กรณีทนายสมชาย นีละไพจิตร ถูกอุ้มหายตัวไป ไม่ได้ต่างจากเหตุการณ์ 4-5 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลวันนี้มีคนหาย  17  รายของผู้สูญหาย ถูกเอาเป็นคดีความในองค์กรสหาประชาชาติ  โดยทางครอบครัวต้องการให้หาคนมาลงโทษ ที่ผ่านมายังมีการซ้อชาวบ้านจากเจ้าหน้าที่รัฐ แม้จะมีบางรายยอมรับผิด แต่ข้อบกพร่องของคำสังศาลไทยกลับที่ไม่ระบุว่าไม่มีใครเป็นคนซ้อม แต่บอกเพียงว่าทหารซ้อมจริงเท่านั้น  

                “สถานการณ์มีแน้วโน้มดีขึ้น ในเชิงตัวเลข แต่ปริมาณคุณภาพความรุนแรง พัฒนามากขึ้น ในการวิเคราะห์ของเจ้าหน้าที่ระดับนโยบายบอกว่า เร็วเกินไปที่จะบอกว่าในพื้นภาคใต้ มีแนวโน้มดีขึ้น จากการใช้กฏหมายพิเศษ เจ้าหน้าที่รัฐใช้  “ยุทธศาสตร์พิทักษ์แดนใต้”  เข้าไปดูแลพื้นที่ในทุกๆ อาทิตย์

แต่กลับสร้างปัญหาให้ชาวบ้ามมากขึ้น” นายอภิศักดิ์ กล่าว 

                นายอภิศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า  การทำงานของสื่อในพื้นที่ ถูกประเมินจากเจ้าหน้าที่รัฐว่า สื่อตกเป็นเครื่องมือผู้ของผู้ประกอบการ เป็นกระบอกเสียงของนายทุน  มีการกล่าวหาสื่อ และพยายามควบคุมสื่อทุกแขนง พยานมตั้งศูนย์ดูแลการานำเสนอข่าวสาร มีการประท้วงเพื่อปิดกันการนำเสนอข่าว แต่บางครั้งสื่อก็นำเสนอข่าวบิดเบือน เพราะว่าในการลงพื้นที่แต่ละครั้ง สื่อเข้าถึงความจริงยากมาก สื่อมักจะได้รับคำบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่รัฐมากกว่า ที่สำคัญสื่อเป็นกลุ่มแรกที่เจ้าหน้าที่รัฐกันไม่ให้เข้าพื้นที่ที่เกิดเหตุ  สื่อจะเก็บข้อมูลได้ก็ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐเคลื่อนออกจากพื้นที่แล้ว ดังนั้นถ้ารัฐต้องการให้สื่อนำเสนอข้อมูลที่เป็นจริงๆ ภาครัฐต้องมีความจริงใจ ต้องปรับปรุงนโยบาย ที่ปฏิบัติกับสื่อ

                ขณะที่นายอาดิสัน กล่าวว่า นักสิทธิมนุยชน  เอ็นจีโอ และนักศึกษาได้ทำงานในพื้นที่ ร่วมกับ  สนนท.  สภาจังหวัดชายแดนใต้ ช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ โดยรวมตัวกันเป็นตัวแทนชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ เรียกร้องสิทธิให้กับชาวบ้าน โดยศูนย์ทนายความมุสลิม ดึงบุคคลดังกล่าวเข้ามาช่วย ในฐานะเป็นผู้ช่วยทนายความ ประสานงาน ในขณะที่รัฐพยายามตั้งองค์กรขึ้นมามากกมายใช้งบเป็นแสนๆ ล้าน เปิดช่องให้ชาวบ้านเข้ามาขอความช่วยเหลือแต่ไม่ประสบความสำเร็จ

                “รัฐต้องดูว่า  ทำไมหน่วยงานรัฐถึงไม่ได้รับคววามไว้วางใจจากชาวบ้าน ทำไม ชาวบ้านไว้ไจ เอ็นจีโอ หรือคนทำงานภาคประชาสังคม แต่ก็ถูกจับตามองว่า เป็นคนของฝ่ายตรงหันข้าม เป็น “ทนายโจร”  การให้ความรู้แก่ชาวบ้าน ในเรื่องกฏหมายขั้นพื้นฐาน รัฐก็หาว่าให้ความรู้ติดอาวุธกับชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านไม่ไม่เชื่อฟังเจ้าหน้าที่รัฐ บอกว่าเป็นการปลุกระดมชาวบ้านบ้าง  เกิดความหวาดระแวงเจ้าหน้าที่รัฐ คนทำงานด้านสิทธิมนุษยชน รัฐหาว่าการทำงานในพื้นที่ใต้เป็นเรื่องความมั่นคง เคยใช้คำพูดกับนักสิทธิฯว่า  “คุณคิดว่าช่วยแก้ปัญหาหรือสร้างปัญหา”  ผมจึงต้องบอกชาวบ้านว่า ถ้าไม่มีการร้องขอจะไม่ เข้าพื้นที่เด็ดขาด เราต้องมีจุดยืน ในการทำหน้าที่ของเรา ทุกวันนี้รัฐสับสนในนโยบาย ไม่เข้าใจปัญหาของภาคใต้  ขณะเดียวกันหลายองค์กร  ก็พยายามทำงานรับเรื่องร้องเรียนและลงไปตรวจสอบ พบว่ามีทั้งการการซ้อมทรมานจริง  ดังนั้นองค์กรภาคเอกชนต้องร่วมมือกับรัฐ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน ให้การทำงานเชื่อมกัน” นายอาดิสันกล่าว

                ด้านนาย อภิศักดิ์ กล่าวว่า ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ภาคใต้ในสัปดาห์ที่แล้ว โดยบอกว่าจะยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน แต่ประกาศใช้พรบ.ความมั่นคงแทน ก็ไม่ได้เป็นปัญหาที่ถูกจุด เพราะต้องแก้ที่หน่วยงานพัฒนาของรัฐที่ไม่ได้สนใจที่จะแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านมากกว่า

                “พูดถึงวัดน่าจะเป็นพื้นที่ปลอดภัย แต่เมื่อมีทหารมาตั้งค่ายรักษาความปลอดภัย  ทั้งที่รู้อยู่ว่าทหาร เป็นเป้าในการถูกโจมตี แต่ก็ยังเอาทหารไปรักษาการที่นั่นที่นี่ทั้งโรงเรียน ทักวัด ทำให้วิถีชีวิตคนที่นี่เปลี่ยนไป การที่ทหารไปตั้งค่ายรักษาความปลอดภัย กลับสร้างความรุนแรงมากขึ้น  เด็กที่เกิดในพื้นที่สงคราม เด็กเห็นทหารถือปืนเขาถือว่าเป็นเรื่องปกติ ในทางจิตวิทยาบอกระบะว่าลดความรุนแรง แต่สังคมวิทยาบอกว่าการปฏิบัติงานของทหารปลูกฝังให้เด็กใช้ความรุนแรง ดังนั้นควรมีมาตราการบางอย่างถอยทหารออกพื้นที่ ให้เป็นพื้นที่ปลอดความรุนแรง” นายอภิศักดิ์ กล่าว

                ด้านพ.ต.ต. จำรูญ กล่าวว่า ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเริ่มมจากปี 2544-2545  จากความขัดแย้งภายในประเทศระหว่างทหารกับตำรวจ เริ่มต้นจากสมัยรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร  จากเวลา 6  เดือนที่รัฐบาลพ.ต.ท. ทักษิณ จะแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้  ได้มีคนเสียชีวิตเป็นตำนวนมาก เพราะรัฐบาลขาดนโยบาย  จากความอคติของเจ้าหน้าที่รัฐ และจากความอยุติธรรม 

                “เมื่อรัฐบาลไม่สามรถแก้ปัญหาได้ในเวลา 6 เดือนที่กำหนด  ก็เอาคนในพื้นที่ ที่เป็นกำนัน เป็นเด็กวัยรุน เอาไปซ้อม ถูกจับ เอาไฟช็อต แต่ศาลก็ไม่สามารให้คววามยุติธรรมได้  มีการบีบบังคับ จนไม่มีใครฟ้องร้องคดีพวกนี้เลย  5 ปีมาแล้ว ที่ความยุติธรรมไม่มี ไม่มีแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกดำเนินคดี จากปี 47-51  รวมระยะเวลา 4 ปี เกิดคดีในภาคใต้ 60,103  คดี ที่เกี่ยวกับความั่นคง เป็นคดีที่เจ้าน้าที่ตำรวจรู้ว่าใครทำ 1,200  กว่าคดี ซึ่งไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ  อีก  4,857 คดี ยังไม่ได้ดำเนินการ  มีการจับตัวคนร้าย 33,016 คดี ทำไม่จับคนมามากกว่าตัวเลขที่ตำรวจรู้ว่าใครทำ แสดงว่ามีความไม่โปร่งใสในกรณ๊นี้  ทั้งนี้ศาลลงโทษคนผิดเพียง  155  คน เท่านั้น”  พ.ต.ต. จำรูญ

                พ.ต.ต. จำรูญ  กล่าวอีกว่า ปัญหาดังกล่าวเป็น สิ่งที่เกิดจากรัฐละเมิดสิทธิของชาวบ้าน และถึงแม้ว่า รัฐบาลที่นำโดยนายอภิสิทธิ์  ที่ระบุว่าจะแก้ไขปัญหาด้วยการให้ผู้นำชาวบ้านมุสลิมมาช่วย  แต่ชาวบ้านก็คงไม่ไว้วางใจ เพราะผู้นำศาสนาในทุกวันนี้ ต้องการดำรงตำแหน่งในรัฐบาล  ต่างแย่งชิงอำนาจ อยากเป็นสว. หรือที่ปรึกษารัฐมนตรีบ้าง  ทิ้งชาวบ้าน ไม่สนใจชาวบ้าน

                “ เชื่อว่ายังไง พรรค ประชาธิปัตย์ ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหา ภาคใต้ได้ แม้ว่าจะมี ส.ส. ในพื้นที่มากกว่า พรรคอื่น จากรัฐบาลสมัย นายชวน หลีกภัย ก็ยังไม่สามารถแก้ปัยหาได้เลย เพราะพรรค ประชาธิปัตย์ไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา” พ.ต.ต. จำรูญ กล่าว

///////////

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย ใบฝิ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net