วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นพลักษณ์....ลักษณ์ของคุณเป็นอย่างไร...???


นพลักษณ์

....ผมหายหน้าไปจากบล็อกเสียหลายวัน เพราะไปอบรม "นพลักษณ์" มาครับ โดยสถาบันศุลกากร ได้จัดอบรมที่ "สวนนงนุช - ปราจีนบุรี" มีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งสิ้น 36 คน รวมทั้งผมด้วย มีท่านอาจารย์ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญและอาจารย์ศิริชัย เป็นผู้ดำเนินการฝึกอบรม "นพลักษณ์" คืออะไร ลองติดตามอ่านดูครับ....

ความเป็นมาและคุณค่า

นพลักษณ์เป็นศาสตร์องค์ความรู้โบราณระบบหนึ่ง ที่เกิดขึ้นแถบเอเชียกลางมานานนับสหัสวรรษ โดยอาจารย์กลุ่มซูฟี ซึ่งเป็นนักภาวนาในศาสนาอิสลาม ที่ได้ศึกษาบุคลิกภาพ แก่นแท้ ของมนุษย์ และพัฒนาเป็นศาสตร์ที่มีการถ่ายทอด ในวงเฉพาะระหว่างคุรุ (อาจารย์ ทางจิตวิญญาณ) กับลูกศิษย์ อาจารย์จะแนะนำให้ลูกศิษย์ ซึ่งต่างมีบุคลิกลักษณะพื้นฐานนิสัยใจคอที่แตกต่างกันไป ให้แต่ละคนได้รู้จัก และเฝ้าสังเกตกระบวนการรู้สึก นึกคิดภายใน เฉพาะอย่างยิ่งด้านที่เป็นกิเลส ซึ่งสร้างความเห็นแก่ตัว และพฤติกรรมอันเป็นปัญหากับผู้อื่น เมื่อสังเกตฝ่ายกิเลสแล้ว จะสะท้อนให้เห็นถึงฝ่ายตรงกันข้ามหรือเรียกว่าฝ่ายบารมี ธรรมะที่ นำมาข้ามพ้นห้วงวัฏสงสาร ทั้งนี้ เป็นไปเพื่อช่วยลูกศิษย์ได้รู้จักตนเองทั้งด้านบวก และด้านลบ เพื่อเป็นพื้นฐาน นำไปสู่การยกระดับจิตวิญญาณของตน 


ในช่วงราวคริสต์ศักราชที่ 1920 นพลักษณ์ถูกนำเข้ามาในทวีปยุโรป โดย จี.ไอ.เกอร์ดเจฟ [G.I. Gurdjieff] โดยยังคงบทบาทคุณค่าของนพลักษณ์ ในการเสริมสร้างพัฒนาจิตวิญญาณให้แก่ลูกศิษย์ของตนแต่ยังคงถ่ายทอดในวงเฉพาะ จนเมื่อประมาณปลายทศวรรษที่ 1960 ออสการ์ อิซาโซ [Oscar Ichazo] ได้เริ่ม และฝึกอบรมเรื่องจิตวิญญาณ ตามแนวของเขา ณ เมืองอริกา ประเทศชิลี โดยมีนักจิตวิทยาผู้มีชื่อเสียง ได้เข้าร่วมฝึกอบรมด้วย และได้มีการเผยแพร่สู่สาธารณชน ผู้เข้าร่วมอบรมที่สำคัญ คือ จอห์น ลิลลี โจเซฟ ฮาร์ท และคลาวดิโอ นารานโจ ท่านสุดท้ายนี้เอง ได้นำความรู้เรื่องนี้ มาเผยแพร่ในคาลิฟอร์เนีย ที่ซึ่งเขาเริ่มจัดฝึกอบรม เพื่อศึกษาเรียนรู้ลักษณะบุคลิกภาพ ที่อธิบายไว้ในนพลักษณ์ นารานโจ เน้นใช้วิธีอภิปราย ในระหว่างผู้รู้ว่าตนจัดอยู่ในลักษณ์แบบไหน ต่อมาเฮเลน พาล์มเมอร์ นักจิตวิทยา และบอบ ออร์ช นักบวชชาวโรมันคาทอลิก ร่วมกันเก็บข้อมูลนพลักษณ์ จากผู้คนที่ตั้งใจใช้นพลักษณ์ศึกษาชีวิตภายในของตน

จากนั้น ได้มีการรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ และจัดให้เป็นระบบตามแผนภาพนพลักษณ์ โดยอาศัยหลักจิตวิทยา เข้ามาสนับสนุน สร้างเป็นหลักเกณฑ์ ในราวทศวรรษ 1970 และ 1980 และสืบเนื่องมาเรื่อยๆ จนเป็นที่เข้าใจกว้างขวางขึ้น และใช้สอนในวิชาของท่านด้วย พาล์มเมอร์ยังได้ขยายความคิด ของนารานโจ ให้กว้างลึก เป็นเรื่องการวิเคราะห์ตนเองสำหรับผู้แสวงหาจากจุดนี้เอง เป็นแหล่งฐานให้นพลักษณ์ แผ่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วในทศวรรษนี้  จุดมุ่งหมายสูงสุดของนพลักษณ์ อยู่ที่การบรรลุภาวะสูงสุดของจิตวิญญาณ แต่เมื่อเข้ามาใช้ที่สหรัฐอเมริกา ก็ได้ผสมผสานกับหลักจิตวิทยาใหม่ๆ เฉพาะอย่างยิ่ง Transpersonal เพื่อให้บุคคลสามารถจัดการ กับชีวิตส่วนตัว ครอบครัว และการงาน ภายหลังนักบริหารธุรกิจก็ได้เข้ามาใช้ในแวดวงของตนด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ในที่สุดแล้วนพลักษณ์เป็นศาสตร์ เพื่อรู้จักตนเอง เพื่อแก้ปัญหาทางจิตวิทยา ซึ่งเป็นระดับโลกียะ เพื่อนำไปสู่ระดับจิตวิญญาณ หรือระดับโลกุตตระ

2. การทำงานของนพลักษณ์

โครงสร้างของนพลักษณ์

โครงสร้างนพลักษณ์ สามารถสื่ออธิบายง่ายๆ ด้วยแผนภาพวงกลม (ภาพที่ 1 ) บนเส้นรอบวงประกอบด้วย ตำแหน่งของเบอร์ 1 ถึงเบอร์ 9 แต่ละเบอร์ แทนความหมายของลักษณ์ทั้งหมด 9 ลักษณ์ โดยแต่ละลักษณ์ จะสื่อความเป็นตัวแทน ประเภทแห่งบุคลิกภาพพื้นฐานทั้งอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด และพฤติกรรมการกระทำ ซึ่งจัดแบ่งเป็น 9 ลักษณะบุคลิกภาพ ดังนี้

   

บนเส้นรอบวงที่มีตัวเลข 1 ถึง 9 ร้อยเรียงเป็นวงกลม ดังนั้นแต่ละเบอร์ หรือลักษณ์จะมีลักษณ์ประกบซ้าย และขวา ดังเช่น ลักษณ์ 9 ก็จะมีลักษณ์ประกบช้างซ้ายและข้างขวา คือลักษณ์ 8 และ 1 ตามลำดับ และเช่นกัน ลักษณ์ 1 ก็จะมีลัษณ์ 9 และ 2 เป็นลักษณ์ด้านข้างและลักษณ์ด้านข้างซ้าย ข้างขวานี้เองนพลักษณ์เรียกว่า ปีก ภายในวงกลมจะมีเส้นลูกศร วิ่งเข้าและวิ่งออก จากแต่ละลักษณ์ เช่น ลักษณ์ 3 มีลูกศรวิ่งไปลักษณ์ 9 และยังมีลูกศรวิ่งเข้ามาจากลักษณ์ 6 ทิศทางของลูกศร จะสื่อการแสดงออก ของบุคลิกภาพชั่วคราว ที่ต่างจากบุคลิกภาพพื้นฐานในยามภาวะพิเศษ เช่น ภาวะเครียดหนัก หรือภาวะมั่นคง ปลอดโปร่ง

นอกจากนี้ วงกลมที่แสดงแผนภาพนพลักษณ์ ยังได้จัดระเบียบ 9 ลักษณ์ ออกเป็น 3 กลุ่ม แต่ละกลุ่มเรียกว่า ศูนย์ ประกอบด้วยศูนย์หัว (ซึ่งรวมลักษณ์ 5,6 และ 7) ศูนย์ใจ (ซึ่งรวมลักษณ์ 2,3 และ 4) และศูนย์ท้อง (ซึ่งรวมลักษณ์ 8,9 และ 1) รายละเอียดจะอยู่ในหัวข้อต่อไป

ประมวลลักษณ์ของ "ลักษณ์"

ชื่อของลักษณ์ทั้ง 9 ลักษณ์ อาจเรียกแทนด้วยหมายเลข 1 ถึง 9 แต่ละลักษณ์ หรือหมายเลขจะสื่อแทนประเภทแห่งบุคลิกภาพ ที่อาจารย์ทางนพลักษณ์ ได้จัดระบบแบ่งสรรออกเป็น 9 ลักษณะ จะเรียกแต่ละลักษณ์ ด้วยหมายเลข เช่น คน1 คน5 คน8 หรือจะเรียกชื่อของลักษณ์นั้นๆว่า คนเนี้ยบ (คน 1) นักสังเกตการณ์ (คน 5) หรือเจ้านาย (คน 8) ก็ได้แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า "บุคลิกภาพ" ซึ่งสื่อออกเป็นลักษณ์ต่างๆ 9 ลักษณ์นั้น แท้จริงเป็นเพียงสิ่งสะท้อนถึงสภาวะตรงข้าม คือ แก่นแท้ ซึ่งก็คือ ธาตุแท้หรือชีวิตจิตใจฝ่ายสูงของเรานั้นเองบุคลภาพจึงมิใช้ศัตรูที่เรามุ่งพิชิต หากแท้จริงเป็นเพื่อนสนิทที่จะบ่งบอกถึงบทเรียน ที่จำเป็นต้องเรียนรู้ และวิธีการเรียนรู้ หน้าที่ของผู้ศึกษาตอนนี้ ก็คือ ทำความเข้าใจลักษณะโดยย่อของแต่ละลักษณ์

  

ลักษณ์ที่ 1 ถึง 9 มีลักษณะโดยย่อ ดังนี้

1). คน 1 คนเนี้ยบ

คน 1 วิพากษ์ทั้งตนเอง และผู้อื่นเสมอ เขาจะมีบัญชีห่างว่าวอยู่ในใจ ว่าอะไร "ควร" และ "ไม่ควร" เขาจะจริงจังกับความรับผิดชอบ อีกทั้งปรารถนา จะให้สิ่งที่ตนกระทำปราศจากข้อบกพร่องแม้กระผีก เป็นการยากยิ่งที่จะปล่อยให้ตนรู้สึกเพลิดเพลิน เพียงเพื่อให้มีความสุขเพราะเขากำกับพฤติกรรมของตน ด้วยมาตรฐานที่สูงยิ่ง และมักรู้สึกว่าต้องทำอะไรๆมากกว่านี้อีก บางทีผลัดผ่อนเพราะกลัวจะทำได้ไม่ดี ไม่สมบูรณ์แบบ ด้วยความที่รู้สึกว่า ตนเองสูงส่งด้วยคุณธรรม คน 1 อาจจะเป็นเดือดเป็นแค้น ถ้าใครไม่เดินตามกฎ โดยเฉพาะหากหลีกเลี่ยงซึ่งๆหน้า คน 1 เป็นนักจัดการชั้นยอด ซึ่งสามารถชี้จุดบกพร่องได้ทันที และบอกได้ว่าต้องแก้ไขอย่างไร จึงจะถูกต้อง

2.)คน 2: ผู้ให้

คน 2 เป็นคนกระตือรือร้น ชอบช่วยเหลือ มักมองโลกในแง่ดี ใจเมตตา อุทิศเวลา พลังกายและทรัพย์สิ่งของเพราะคน 2 ยากที่จะรู้จักความต้องการของตัวเอง หรือร้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น เขาจึงสนองความต้องการของตัวเอง อย่างไม่รู้ตัวโดยการสร้างความสัมพันธ์ และจะเป็นสุขที่สุดเมื่อเป็นคนที่คนอื่นขาดเสียไม่ได้ คน 2 ไวมากต่อความต้องการและความรู้สึกของผู้อื่น จึงสามารถแสดงแค่บุคลิกบางส่วน ที่สามารถดึงดูดให้คนเข้าหา ความที่เป็นคนคุ้นเคยกับการให้ มากกว่ารับจึงทำให้บางครั้ง เป็นหัวเรือใหญ่ จอมบงการ เขาให้เพื่อที่จะได้มาแต่บางครั้งก็ทำด้วยความเอาใจใส่และเกื้อหนุนอย่างจริงใจ ด้วยมีธรรมชาติที่เห็นใจ เข้าใจผู้อื่น คน 2 จึงสามารถให้ในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจริงๆ เพื่อความสำเร็จและความผาสุก

3.)คน 3: นักแสดง

คน 3 เป็นพวกบ้างานที่พลังเปี่ยมล้น เขาต่อสู้สุดชีวิตเพื่อความสำเร็จ เพื่อให้ได้มาซึ่งสถานภาพ และการยอมรับ มีนิสัยแข่งขันสูง แต่เป็นเพราะรักการท้าทายความสามารถของตนมากกว่าจะคิดเอาชนะคนอื่น เขามุ่งสัมฤทธิ์ผลในทุกสถานะ เช่น เป็นบิดา มารดา ที่ประสบความสำเร็จ เป็นคู่ครองที่เชิดหน้าชูตา นักธุรกิจทะลุเป้า คู่เล่นที่เก่ง แพทย์ผู้ประสบความสำเร็จหรือแม้แต่เป็นฮิปปี้ คนลักษณ์นี้สามารถเปลี่ยนโฉมได้ทุกรูปแบบตามกลุ่มที่ตนร่วมเสวนา แม้ไม่อาจสัมผัสความรู้สึกแท้จริงของตน เพราะกลัวว่าจะขัดขวางความสำเร็จ แต่ถ้าจำเป็นก็สามารถแสดงอารมณ์ได้อย่างเหมาะสมดีเยี่ยม คน 3 ไม่มีวันหน่าย จดจ่อมุ่งมั่นสู่เป้าหมาย จนตลอดรอดฝั่ง สามารถเป็นผู้นำที่วิเศษ ปลุกพลังพรรพวกให้เชื่อว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปได้

  

4.)คน 4: คนโศกซึ้ง

คน 4 มีอารมณ์ศิลปิน หมกหมุ่นในอารมณ์ แสวงหาคู่อุดมคติ หรืองานอันเป็นแก่นแท้ ความหมายแห่งชีวิต เขามีชีวิตอยู่ท่ามกลางความรู้สึกว่าบางสิ่งที่จำเป็นในชีวิตขาดหายไป รู้สึกว่าตนเองจะสมบูรณ์พร้อม ถ้าค้นพบคู่ที่แท้จริง ทำให้มีแนวโน้มที่จะยึดถือ สิ่งที่ห่างไกลเป็นอุดมคติและตำหนิสิ่งที่มีอยู่ว่าเป็นของธรรมดาๆ เขาจะถูกดูดดึงสู่ยอด และก้นบึ้งแห่งอารมณ์ความรู้สึกและแสดงความพิเศษหนึ่งเดียวให้ปรากฏ พูดง่ายๆว่าสุดขั้วตกขอบ ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นด้านไหนของชีวิต คน 4 จะสะท้อนถึงการค้นหาคุณค่าและนัยแห่งชีวิต แม้ว่าตนเองจะตกหลุมอารมณ์ปางตายเพีงใด แต่เขาก็สามารถเข้าใจ และเกื้อหนุนผู้อื่น ที่กำลังระทมทุกข์ทางอารมณ์ ได้อย่างดีเยี่ยม

5.) คน 5 นักสังเกตการณ์

คน 5 หลบเลี่ยงภาวะที่ต้องเกี่ยวข้องกับอารมณ์ทุกชนิด ดำเนินชีวิตโดยวางตัวอยู่ห่างๆ เฝ้าจับตาสังเกตการณ์ มากกว่านำตนเข้าข้องแวะ เป็นคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวมาก จะรู้สึกหมดกำลังและกระสับกระส่าย หากไม่มีเวลาพอสำหรับตัวเอง เพื่อใช้ทบทวนเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา และสัมผัสอารมณ์เหล่านั้น อย่างปลอดภัย ซึ่งเขาไม่สามารถรู้สึกได้ เมื่อถูกห้อมล้อมจากสิ่งรอบข้าง ชีวิตแห่งการคิดเป็นสิ่งสำคัญ เขาโปรดปรานการหาข้อมูล โดยมากมักเป็นเรื่องเชี่ยวชาญชำนาญ เฉพาะด้าน คน 5 แบ่งแยกชีวิตออกเป็นส่วนๆ ถึงจะไม่ชอบตารางระเบียบที่ตายตัว แต่ก็ชอบรู้เรื่องล่วงหน้าว่า ใครคาดหวังอะไรจากเขา ทั้งเรื่องงานและการพักผ่อน เขาสามารถเป็นผู้ตัดสินใจและนักคิดสร้างสรรค์ได้อย่างวิเศษ

6). คน 6 : นักปุจฉา

แม้คน 6 จะไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่ามีความหวาดกลัวเป็นทุน แต่คน 6 ก็มองโลกว่าช่างคุกคามเสียนี่กระไร เขาจึงต้องกราดหาแหล่งต้นตอแห่งการคุกคามและจินตนาการไปถึงผลร้ายสุดๆ เพื่อจะได้ป้องกันได้ทันท่วงที กรอบความคิดที่พกพาแต่ความสงสัย อาจทำให้ผลัดผ่อน (ลังเลที่จะดำเนินการตามความใฝ่ฝัน) หรือสนเท่ห์เจตนาของคนอื่น คน 6 เกลียดหรือกลัวผู้ที่มีอำนาจ เขาจะเข้าข้างฝ่ายหรือเรื่องที่เสียเปรียบ และเขาไม่สะดวกใจในการแสดงอำนาจหรือมีความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง (ที่ทำให้ตนเองโดดเด่น) คน 6 บางคนชอบเก็บตัวและปกป้องตนเองจากภาวะคุกคามต่างๆ แต่บางส่วนก็ปกป้องตนเองโดยพุ่งพรวดออกไปเผชิญเสียเลย เลยกลายเป็นเรื่องก้าวร้างไปโดยไม่เจตนา แต่ถ้าทำให้เขาไว้วางใจได้เมื่อใด เขาจะเป็นมิตรที่ซื่อสัตย์และผูกพันกับกลุ่มที่เชื่อได้เลยว่าร่วมเป็นร่วมตาย

7.) คน 7 : นักผจญภัย

คน 7 เป็นคนมองโลกในแง่ดี กระฉับกระเฉงมีเสน่ห์และหลบหลีกเก่ง มีคุณสมบัติเหมือน Peter Pan (เด็กที่ไม่ยอมโต ยังรักการผจญภัย) เขาเกลียดชังการติดกับ หรือถูกบังคับและสำรองทางเลือกแห่งความสำราญสนุกสนาน ไว้มากที่สุดที่จะคิดได้ ในยามไม่สบายใจ จิตจะหลีกหนีไปตามความฝัน คน 7 เป็นพวกมุ่งอนาคต และมีแผนในใจ ซึ่งรวมทุกๆอย่างที่เขาต้องการ จะทำให้สำเร็จในฝัน และมักจะปรับแผนให้ทันปัจจุบันเมื่อมีทางเลือกใหม่ๆผ่านเข้ามา ความปรารถนาที่จะรักษาไว้ ซึ่งชีวิตที่สนุกสนาน ทำให้เขาปรับเปลี่ยนความจริงรอบๆตัวเพื่อขจัดอารมณ์ที่ไม่ชอบใจ และสิ่งที่จะรบกวนภาพลักษณ์ของตนเอง เขาจะชื่นบานอยูกับสถานการณ์ใหม่ๆ คนใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ และสามารถเป็นนักสร้างเครือข่าย นักสังเคราะห์และนักทฤษฎีที่สร้างสรรค์

8.) คน 8 : เจ้านาย

คน 8 เป็นคนกล้าแสดงสิทธิ์ จนถึงก้าวร้าวเป็นครั้งคราว ดำเนินชีวิตแบบต้องได้ทั้งหมดหรือไม่เช่นนั้นจะไม่เอาเลย เขามักเป็นผู้นำ หรือไม่ก็เป็นตัวของตัวเอง อย่างดุเดือดกล้าแข็ง สามารถปกป้องเพื่อนหรือคนในปกครองอย่างเข้มแข็ง รู้ว่าตัวเองคิดอะไร มุ่งรักษาความยุติธรรม เที่ยงธรรม เที่ยงตรงและมุ่งมั่นต่อสู้เพื่อผดุงไว้ คน 8 สามารถที่จะถูกชักชวนให้สำเริงสำราญได้สุดเหวี่ยง นับตั้งแต่ดื่มเมามายกับเพื่อนฝูง หรือร่วมกลุ่มถกเถียงทางความคิด เขาตระหนักว่าอำนาจอยู่ ณ หนใด จึงไม่ปล่อยตนเองถูกควบคุม แต่อาจครอบงำผู้อื่น คน 8 สามารถใช้พลังอำนาจของตน เพื่อสนับสนุนสิ่งที่เขาเห็นว่า มีคุณค่าอย่างจงรักภักดี และไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

9.) คน 9 ผู้ประสานไมตรี

คน 9 เป็นคนใฝ่สันติ เข้าอกเข้าใจมุมมองของคนทั้งหลายได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ไม่เข้าใจความคิด ความต้องการของตัวเองดีนัก คน 9 ชอบชีวิตที่ราบรื่น กลมกลืน สะดวกสบาย จึงมีความเห็นคล้อยตามไปกับแผนการของทุกๆคน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง อย่างไรก็ตามในภาวะที่ถูกกดดัน คน 9 ก็อาจจะดื้อดึงดันทุรัง แถมโกรธเกรี้ยวขึ้นมาได้ ปกติแล้วคนลักษณะนี้จะกระฉับกระเฉง มากด้วยความสนใจใคร่รู้ แต่ก็แปลกที่จะชอบผัดผ่อนสิ่งที่จำเป็นต้องทำ จนนาทีสุดท้าย เขามักจะทำให้ตัวเองง่วงเหงา ด้วยการทำกิจกรรมที่ไม่อยู่ในอันดับสำคัญ เช่น อ่านหนังสือเล่นๆ ล่องลอยเฮฮาไปมาในวงเพื่อนๆ หรือดูวีดีโอ คน 9 เป็นผู้ไกล่เกลี่ย และนักเจรจาต่อรองที่ดี และสามารถทำให้การทำงานเป็นทีมมีจุด

   

....กำลังออกกำลังกายในท่าจี้กงกันอยู่ครับ...มันส์มากท่านี้....

  

....ในคืนสุดท้ายเรามีปาร์ตี้เป็นคาราโอเกะกัน...ลักษณ์อะไรต่อมิลักษณ์อะไรก็มารวมเป็นลักษณ์เดียวกันหมด....

              

....อาหารที่นี้อร่อยมากครับ...โดยเฉพาะน้ำสลัดและผักสด....อร่อยจริงๆ...

 

....น่าทานไหมล่ะครับจานนี้....ขอบอกว่าผมทานเกลี้ยงจานเลยครับ....

  

....สวนนงนุชที่นี่จะเป็นที่สำหรับเพาะพันธุ์ไม้ทั้งหมดเพื่อไปประดับและจำหน่ายที่ สวนนงนุช พัทยา...

     

....แต่ที่นี่ก็มีวิวทิวทัศน์และการตบแต่งประดับประดาที่สวยงามไม่แพ้กัน...ดูลานทองกวาวนี่สิครับ....เห็นแล้วอยากจะถ่ายรูปกันไหม...???   

           

...เก๋งกลางน้ำเรือนนี้ ถูกผมถ่ายมาเสียหลายภาพ....สวยดีครับ...

       

....ยามสายัณห์ของเย็นวันหนึ่ง....ผมก็ได้ภาพนี้มา...

 

....ภาพกิจกรรม "นวด" ที่ผู้เข้าฝึกอบรมกำลังปฏิบัติ....ผู้ถูกนวดจะต้องปิดตา...จากนั้นผู้นวดจะสลับกัน...ไม่ให้ผู้ถูกนวดทราบว่าเป็นใคร...เป็นกิจกรรมที่เน้นในเรื่อง "ความไว้วางใจ"....

  

....อันนี้เป็นปาร์ตี้กันในคืนสุดท้ายครับ...ไม่ว่าจะคนลักษณ์ไหน...หรือว่าผู้ใหญ่ผู้น้อยซีอะไร...ไม่คำนึงถึงกันแล้วครับ...มันอย่างเดียว...!!!

 

...แต่แน่นอนล่ะว่า "คนลักษณ์ 7" จะเป็นผู้ถือไมค์มากกว่าคนลักษณ์อื่น...ฮาๆๆ

  

....และวันสุดท้ายของการอบรม "นพลักษณ์" เราก็ถ่ายรูปร่วมกันทั้งศิษย์ทั้งอาจารย์....

 

....ก่อนจบเรื่อง "นพลักษณ์" อยากจะให้ท่านผู้สนใจลองไปทำการศึกษาดู...เพื่อหาลักษณ์ของตนเอง....และเพื่อความเข้าใจในลักษณ์ของผู้อืน....แล้วจะทำให้เราเข้าใจคนและเข้าใจตนได้มากยิ่งขึ้น...

          

....ขอจบเอนทรี "นพลักษณ์" นี้ด้วยภาพดอกบัวขาวภาพนี้...ดอกบัวบานจนชูเกสรข้างในออกมาจนเด่นอยู่กลางสระน้ำ...แวดล้อมไปด้วยใบเขียวที่ต่างก็มาจากกอเดียวกัน...เปรียบเสมือนคนเราที่แม้นมาจากที่เดียวกัน...แต่ก็แตกต่างกันไปตาม "ลักษณ์" ของแต่ละคน....ลองทายดูสิครับว่าผม "ลักษณ์" อะไร....???

....ขอขอบคุณข้อมูลเรื่อง "นพลักษณ์" จาก....เว็บไซด์มหาวิทยาลัยมหิดล...

http://www.op.mahidol.ac.th/orga/Character.htm

โดย เป๊ปซี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net