วันที่ พฤหัสบดี กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ศิลปินทั่วโลกร่วม แสดงสดในไทย


   

                       

                   ศิลปินทั่วโลกร่วม “แสดงสด”รับสถานการณ์ร้อนในไทย

"น้ำแดง"จากเลือดมนุษย์ ของผดุงศักดิ์ คชสำโรง ศิลปินไทย

            หยดเลือดที่ถูกกรีดจากปลายนิ้วถูกบีบลงทีละหยด...ทีละหยด...ลงในแก้วที่มีน้ำค่อนแก้ว จนกลายเป็น "น้ำแดง"จากเลือดมนุษย์ สัมพันธ์กับกองดอกกุหลาบจากเชียงใหม่ ทั้ง  “สีเหลือง”และ “สีแดง”ที่ถูกหั่นจนแหลกละเอียดลงในแก้วน้ำอีกสองใบ ดึงดูดสายตาจากผู้ชมรายรอบให้นิ่งเงียบและพุ่งมองไปยังจุดเดียว

         จากนั้นศิลปินโยนก้านที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคมลงในถังที่บรรจุด้วยน้ำแข็งปริ่มถัง  แล้วเอาหน้าซุกลงไปในถังน้ำแข็งที่เต็มไปด้วยหนามนั้นอยู่นิ่งนาน...จนผู้ชมรายรอบหลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้ว่า จะหายใจไม่ออก

มีบางเสียงสบถออกมาใกล้หูอย่างเป็นห่วงศิลปินว่า   “เดี๋ยวก็ตายหรอก

นั่นคือผลงานศิลปะการแสดงสดชุดหนึ่งของศิลปินไทยนาม ผดุงศักดิ์  คชสำโรง เพื่อสะท้อนสังคมการเมืองไทยในยุคแบ่งแยกสีและแตกแยกความสามัคคีเป็นเสี่ยงๆเหมือนกลีบกุหลาบเหลืองและแดงที่ถูกสับซอยจนละเอียด จนประชาชนเจ้าของประเทศต้องบาดเจ็บเสียเลือดเนื้อ และสังเวยชีวิตให้กับหุบเหวแห่งความล่มสลายที่เห็นอยู่ตรงหน้า หรือแม้จะมีชีวิตอยู่ ก็อาจเหมือนคนใกล้สิ้นลมลงทุกขณะ  เฉกเช่นอาการก้มหน้าลงในถังที่ไม่มีอากาศหายใจของศิลปินผู้นี้

“หอศิลปฯ กรุงเทพ ร่วมจัดเทศกาลศิลปะการแสดงสดเอเชียโทเปีย พบกับศิลปินที่มีชื่อเสียงกว่า 100 คนจากทั่วโลก”

ทันทีที่เห็นข้อความประชาสัมพันธ์ดังกล่าว หลายคนอาจมีคำถามต่างๆขึ้นในใจ  เช่น “หอศิลป์ฯกรุงเทพฯอยู่ที่ใด”  “ศิลปะการแสดงสด” คืออะไร”   “อะไรคือ “เอเชียโทเปีย””    “ศิลปินนับร้อยจากทั่วโลกมาทำอะไร” เป็นต้น

 ขอตอบบางคำถาม ดังนี้ อาคารทันสมัยขนาดใหญ่ บริเวณสี่แยกปทุมวัน เขตเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้ามหานคร  คือสถานที่ตั้งของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ 

“ศิลปะการแสดงสด”  หรือ Performance Art   เป็นคำเรียกการทำงานสดต่อหน้าผู้ชม ซึ่งสันนิษฐานว่า คำนี้น่าจะเกิดขึ้น เมื่อประมาณ ค.ศ. ๑๙๗๒ โดยนักวิจารณ์ศิลปะคนหนึ่งใช้คำนี้เพื่อเล่าถึงการทำงานแสดงสดที่กำลังเป็นคำถามอยู่ในเวลานั้นในมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก จากนั้นมาคำว่า   Live Art,Live Action,Action Art ,Action Poetry,Sound Performance เป็นต้น ก็ถูกเรียกรวมๆกันว่า เป็น Performance Art เช่นเดียวกับคำว่า “ศิลปะ”ที่มักจะเกิดคำถามเสมอว่า คืออะไร การให้คำตอบก็มีหลากหลาย แล้วแต่ว่าจะใช้สื่ออะไรมาอธิบาย

“เอเชียโทเปีย” คือเทศกาลศิลปะนานาชาติ ที่ “ศูนย์บ้านตึก” ร่วมกับกลุ่มศิลปินไทยริเริ่มเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นมานานแล้ว และสำหรับปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่๑๐ แล้ว โดยหากย้อนกลับไป ๑๐ ปีที่แล้ว เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๑ที่ผ่านมา เทศกาลศิลปะแสดงสดเอเชียโทเปียเริ่มต้นขึ้นที่สวนสราญรมย์ ไม่มีใครคาดเดาว่า เทศกาลศิลปะที่เป็นอิสระขนาดเล็กๆที่ริเริ่มขึ้นในเวลานั้นจะเติบโตมาเป็นเทศกาลศิลปะที่รู้จักกันไปทั่วโลกใน พ.ศ. ๒๕๕๑

การที่ศิลปิน ๑๐๐ ชีวิตจาก ๓๑ ประเทศมารร่วมแรงร่วมใจกันแสดงผลงานการแสดงสดด้วยแนวคิดและลีลาต่างๆกันในประเทศไทยครั้งนี้จึงอาจนับเป็นความสำเร็จหนึ่งที่ควรสืบสานต่อไป

แม้การมาเยือนไทยในระหว่างนี้จะทำให้ศิลปินทั้งหลายต้องติดอยู่ในประเทศไทย เพราะสถานการณ์การเมืองร้อนแรง จนต้องปิดสนามบินสุวรรณภูมิก็ตาม  แต่พลังที่ศิลปินนานาชาติได้ร่วมแรงร่วมใจกันครั้งสำคัญนี้จะจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การแสดงสดในประเทศไทยไม่มีวันลืม

ศิลปินอาวุโสต่างชาติชาวกรีซนาม  Demosthenes Agrafiotis ชวนผู้ชมสนุกกับการละเล่นกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับอากาศ เช่น การหายใจเข้า- ออก การเป่าลูกโป่ง การโยนบอล เป็นต้น

เขาเริ่มจากการฉีกเศษกระดาษซึ่งเขียนคำว่า “กวี”เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ปล่อยให้กระจายไปกลางอากาศ   แล้วชวนผู้ชมให้สูดลมหายใจเข้า-ออกลึกๆ  จากนั้นก็เล่นเป่าน้ำยาลูกโป่งกับผู้ชม  แล้วเล่นโยนลูกยางให้เด้งไป-มาเหมือนเด็กน้อย ตามมาด้วยการแจกขนนกให้ผู้ชมทุกคน แล้วสาธิตการเป่า โดนวางขนนกลงบนฝ่ามือ แล้วเป่าขนนกให้โบนบินไปอย่างอิสระกลางอากาศ 

ปิดท้ายด้วยการชวนกันเป่าลูกโป่ง ซึ่งเขียนข้อความตามความประสงหรือการตั้งจิตอธิษฐานของแต่ละคน ก่อนจะนำออกไปปล่อยนอกอาคาร ซึ่งกิจกรรมนี้เรียกความสนใจจากผู้ผ่านทางมากมาย  

บางคนทำสีหน้างุนงง เพราะไม่รู้ว่าเขามาทำอะไรกัน บางคนกระซิบถามไม่เบาว่า “บ้าหรือเปล่า”  บางเสียงวิจารณ์ว่า “ดูไม่รู้เรื่อง” และบ้างก็ว่า “หัวไม่ถึง”  !?ฯลฯ

เมื่อถามศิลปินชาวกรีซผู้นั้นว่าสิ่งที่แสดงนั้นต้องการสื่ออะไร เขาตอบเป็นภาษาอังกฤษสั้นๆคำเดียวว่า  “แอร์” ในวันที่ “แอร์พอร์ต” หรือสนามบินนานาชาติของไทย คือ สุวรรณภูมิ ถูกยึดพื้นที่ และทำให้ศิลปินทั้งคณะ นักธุรกิจ รวมถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องติดอยู่ในประเทศไทยจนเป็นข่าวร้อนไปทั่วโลกนั่นเอง !

“อิสรภาพ” อาจคือสิ่งที่ศิลปินเรียกร้องต้องการ  หรือแล้วแต่ผู้ชมจะตีความกันไปตามมุมมองของแต่ละคน เพราะไม่มีคำตอบมากกว่านั้น นอกจากคำตอบที่อยู่กลาง “อากาศ”นั่นเอง

 บนชั้นอื่นๆของหอศิลปฯกรุงเทพฯแห่งนี้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมามีการแสดงศิลปะนานาชาติขึ้นชื่อ “รอยยิ้มสยาม” ด้วยการจัดแสดงผลงานมากกว่า ๓๐๐ ชิ้น จาก ๑๐๙ ศิลปินในสาขาต่างๆ ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพถ่าย วีดิทัศน์ ศิลปะการจัดวาง และศิลปะการแสดง เพื่อร่วมกันค้นหาความหลากหลายของรอยยิ้มในความหมายที่เป็นสากล

ส่วนอีกมุมหนึ่งบริเวณชั้น ๔ ของอาคารเดียวกัน คือสถานที่สำหรับ “ศิลปะการแสดงสด” นั่นเอง โดยศิลปินร่วมร้อยจากทุกภูมิภาคของโลกที่ผลัดเปลี่ยนกันมาร่วมแสดงตลอดเดือน  เช่น อเสสแตร์ แมคเลนนอน จากเบลฟาสต์ โทนี่ สเวนเซน จากออสเตรเลีย วาเลอเรียน มาลีและคาร์ลา ชลิงเกอร์ จากสวิสเซอร์แลนด์ บอริส นีสโลนี จากเยอรมัน รอยย์ วาร์รา จากฟินแลนด์  เฮลเก้ มายเยอร์ จากเยอรมัน  ลี เวน จากสิงคโปร์ โจว บินและเฉิน จิ้น จากจีน เป็นต้น

สำหรับศิลปินไทยที่มีชื่อเสียงด้านการแสดงสดหลายคน  เช่น จุมพล อภิสุข วสันต์ สิทธิเขตต์ไพศาล-มงคล เปลี่ยนบางช้าง จิตติมา ผลเสวก  เป็นต้น ศิลปินเหล่านี้ได้ทำงานด้านการแสดงสดพร้อมๆไปกับศิลปะแขนงอื่นและการทำงานเขียนไปพร้อมๆกันในประเทศไทยมานานแล้ว เรียกได้ว่า เป็นการพิสูจน์เส้นทางการทำงานนานกว่าอายุของ “เอเชียโทเปีย” ซึ่งเพิ่งฉลองการก่อตั้งครบรอบ ๑๐ ปีในปี ๒๕๕๑ นี้

จิตติมา ผลเสวก ศิลปินหญิงไทยขณะกำลัง "แสดงสด"

หวังว่าปีหน้าฟ้าใหม่  หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯจะเปิดพื้นที่ให้สำหรับอิสรภาพทางความคิดและการแสดงออกเช่นนี้อีก 

ได้ยินศิลปินเยอรมันบางคนดำริบนโต๊ะกาแฟร่วมกับศิลปินนานาชาติว่า อยากเปิด “สถาบันศิลปะการแสดงสด” ขึ้นในประเทศไทย  จึงฝากกระซิบเสียงดังๆมายังผู้รับผิดชอบว่าควรพิจารณาอย่างไร เพราะนักศึกษาศิลปะไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้จักศิลปะแขนงนี้เลย  ส่วนศิลปินแสดงสดในประเทศไทยก็มีซ้ำหน้าจนนับนิ้วได้ ขณะที่หลายประเทศได้เปิดสอนด้านศิลปะการแสดงสดอย่างเป็นจริงเป็นจังแล้ว  หรือประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงก็ให้ความสำคัญ  เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เป็นต้น

จากการพูดคุยกับศิลปินต่างชาติหลายคน ยังได้ฟังเสียงวิจารณ์แสดงความเห็นเกี่ยวกับการออกแบบหอศิลป์ฯกรุงเทพฯว่า ไม่เหมาะสำหรับการแสดงสดนัก เพราะพื้นที่ส่วนกลางช่วงบันไดวนหายไป เหลือแต่พื้นที่โดยรอบซึ่งคับแคบเกินไป ทำให้ขาดอิสระในการแสดง

 มีหอศิลป์ฯก็คงดีกว่าไม่มี  สำหรับกรุงเทพมหานครที่เพิ่งได้รับการยกย่องจากชาวโลกว่าเป็นเมืองน่าอยู่  (จริงหรือ) 

โจว บิน (Jhou Bin) ศิลปินจากดินแดนแผ่นดินไหวในจีน ซึ่งเพิ่งจัดศิลปะแสดงสดรับเหตุการณ์ดังกล่าวในเมืองเฉิงตู เรื่อง “Sudden Change”ช่วงที่ผ่านมา แสดงความเห็นว่า "อยากออกไปแสดงนอกอาคาร เพราะผู้ผ่านทางจะได้มีโอกาสร่วมการแสดงด้วย"

อย่างไรก็ตาม การแสดงของโจว บิน ที่มีแนวคิดเพื่อเรียกร้องสันติภาพ จากสื่อแสดงที่เขียนคำว่า “Peace” ลงบนกระจก ก็สามารถเรียกความสนใจจากผู้ชมโดยรอบได้เป็นอย่างดี   โดยเฉพาะเมื่อกระจกแผ่นสุดท้ายถูกศิลปินจับกระแทกกับหน้าผากตัวเองอย่างฉับพลันรุนแรง จนแตกละเอียด ทำเอาหลายคนใจหายใจคว่ำว่าอาจจะได้เห็นเลือดกลางหน้าผากของศิลปิน!

มีเสียงผู้ชมบางคนวิจารณ์ว่า "ช่วงหลังนี้ไม่อยากดูการแสดงสด เพราะศิลปินชอบนำความรุนแรงมาใช้ในการแสดง"

ศิลปินซึ่งเป็นอาจารย์สอนศิลปะจากมหาวิทยาลัยหนานยาง สิงคโปร์อีกคนนาม ไช่ ชิง (Cai Qing) ก็แสดงแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับความสูญเสียจากเหตุธรณีวิบัติแผ่นดินไหวในจีน ด้วยการนำเศษอิฐจากเขตแผ่นดินไหวดังกล่าวติดตัวมาเป็นสื่อแสดง โดยศิลปินสวมบทของพระจีนที่สวมจีวรและถือลูกประคำในมือ จากนั้นก็ค่อยๆถอดทุกสิ่งออกจากกาย...ไม่เหลือกระทั่งจีวร

ศิลปินจีนที่อยู่ประเทศไทยมานานจนได้สัญชาติ นาม สือ ช่าง (Xi Chang)  เคยแสดงผลงานศิลปะหลายครั้งในประเทศ กล่าวแสดงความยินดีที่ประเทศไทยมีหอศิลปวัฒนธรรมฯ แต่แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า  "หอศิลป์ฯกรุงเทพฯน่าจะมีสิ่งที่เรียกว่า "พิพิธภัณฑ์ศิลปะ"ของตนเองในอาคารด้วย ไม่ใช่เมื่อจัดแสดงแต่ละครั้ง ก็ไปหยิบยืมภาพหรือผลงานศิลปะจากศิลปินหรือเจ้าของผลงานมาจัดแสดงชั่วคราว แล้วส่งคืน แต่ควรมีส่วนที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เป็นการถาวรด้วย  เพื่อเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์แห่งหอศิลป์ฯกรุงเทพฯ"

นักวิชาการศิลปะและนักเขียน นาม ถนอม ชาภักดี ยังวิจารณ์ว่า ความกว้างใหญ่ของหอศิลป์ฯ แห่งนี้ยังเต็มไปด้วย “ความว่างเปล่า”ที่ยังต้องรอการเติมเต็ม

นั่นคือภาพและเสียงสะท้อนจากศิลปินทั้งชาวไทยและนานาชาติเกี่ยวกับ  “ศิลปะการแสดงสด” หรือ   Performance Art  ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ ๑๐ ปี ของ เอเชียโทเปีย ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

นอกจากเสียงสะท้อนต่างๆ ดังกล่าว  สำหรับผู้สนใจยังอาจหาคำตอบเกี่ยวกับศิลปะการแสดงสดได้จากสื่อแสดงและกิจกรรมอื่นๆในงาน เช่น การบรรยายทางวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในทางทฤษฎีและการเคลื่อนไหวทางสังคมของแต่ละประเทศเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ   เช่น “ศิลปะที่แสดงความเจ็บปวดทางกาย”  “ การจัดเทศกาลศิลปะแสดงสดในชุมชนท้องถิ่น”  “ร่างกายในฐานะสื่อศิลปะ”  “การทำงานศิลปะแสดงสดแถบอุษาคเนย์” จากศิลปินมีชื่อเสียงนานาชาติและไทย รวมถึงนิทรรศการศิลปะแสดงสด ทั้งจากหนังสือ ภาพ วีดีโอบันทึกการแสดงสดจากเทศกาลต่างๆ ที่ผ่านมา รวมทั้งศิลปวัตถุที่ศิลปินใช้ในการทำงานศิลปะซึ่งจัดแสดงในงาน

หลายคนให้ความสนใจกับมุมแสดงเหล่านี้ บ้างก็สนใจเฉพาะการจัดแสดงบนเวที บางคนที่ไม่เคยรู้จักว่า "ศิลปะการแสดงสด "คืออะไรมาก่อน เมื่อผ่านทางมาร่วมชมกับลูกหลานแล้ว ยังชวนกันไปดูอีกในวันถัดไปก็มี เช่น คุณยายคนหนึ่ง ซึ่งออกปากว่า "อยากร่วมแสดงด้วย" และได้มีโอกาสร่วมแสดงจริงๆ โดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นศิลปินหญิงต่างชาติคนหนึ่งกำลังพยายามจะปลูกต้นไม้บนพื้นคอนกรีตหน้าอาคารหอศิลป์ฯ แล้วใช้มือขุดดินบนพื้นคอนกรีตไร้ดิน ขณะกระถางต้นไม้ใบน้อยตกกระจายเรียงราย แล้วคุณยายต้องรีบวิ่งเข้าไปช่วยปลูกด้วยอย่างยินดี เพราะอยากเห็นผืนป่าบนพื้นคอนกรีต

 สิ่งเหล่านี้อาจเป็นคำตอบของหลายคำถามสำหรับผู้สนใจ "ศิลปะการแสดงสด" หรือกำลังเริ่มสนใจ   แต่ไม่รู้ว่าจะหาคำตอบจากที่ใด

               ____________________________________________________

 เขียนโดย  สุธาทิพย์ โมราราย

 ภาพโดย   อุกฤษฏ์ ทองยิ้ม

 

 

 

(พิมพ์ครั้งแรก นิตยสารกุลสตรี ฉบับปักษ์แรก เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒)

โดย ying-chama

 

กลับไปที่ www.oknation.net