วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สังคมนิยม + ทุนนิยม คือหนทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม


ช่วงนี้ได้รับฟังข่าวสารเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกเป็นประจำ  ฟังทีไรก็ให้รู้สึกอึดอัด ..  อึดอัดกับปัญหาและวิธีการแก้ไขปัญหา   …. 

เศรษฐกิจตกต่ำนั้นส่งผลอย่างไร  ส่งผลให้คนมีรายได้น้อยลง  มีเงินซื้อข้าวกินน้อยลง  อดอยากกันมากขึ้น  ตกงานกันมากขึ้น   ขโมยข้าวของกันมากขึ้น  เครียดกันมากขึ้น ฯลฯ

รัฐบาลประเทศต่างๆ มุ่งแก้ปัญหาโดยการกระตุ้นเศรษฐกิจ  ให้คนใช้จ่ายเงินมากขึ้น  แล้วคิดว่ามันจะแก้ปัญหาได้หรือ  ผมไม่คิดว่ามันจะแก้ได้หรอกนะ   ความผิดพลาดมันอยู่ที่ระบบสังคม ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมที่หลายคนยังหลงระเริงกันอยู่ ... แก้ปัญหาวันนี้ได้ วันหน้าก็ต้องเกิดปัญหาเช่นนี้อีก

ยกตัวอย่าง .. การให้เงินพนักงานราชการแบบให้เปล่า คนละ 2,000 บาท    ผลจะเป็นอย่างไร  จริงที่ว่า คนจะเอาเงินไปใช้  แต่ จะใช้ทำอะไร  ใช้ซื้อข้าว  ใช้ซื้อมือถือ  ใช้ซื้อหวย  ใช้เที่ยวเตร่  ใช้หนี้ ฯลฯ  แล้วจะเป็นอย่างไร สุดท้ายเงินก็หมด แล้วก็อดอยากกันใหม่

หรืออย่างต่างประเทศ  ให้เงินอุ้มสถาบันการเงิน  เพื่อให้มีเงินให้คนกู้มากขึ้น  เพื่อให้คนเอาเงินไปใช้มากขึ้น  ทำธุรกิจอะไรกันมั่งก็ไม่รู้ เพื่อแข่งขันกับเจ้าอื่นๆ ซึ่งมันแน่อยู่แล้วว่าต้องมีผู้แพ้ผู้ชนะ  สุดท้ายคนแพ้ก็ต้องกลายเป็นคนจนและมีปัญหา

รถขายไม่ออก  รัฐบาลก็จะเน้นช่วยให้รถขายออก เพื่อให้เศรษฐกิจดี  โดยไม่คิดว่าทุกวันนี้คนมีรถกันพอแล้ว  ..   ข้าวขายราคาถูก รัฐบาลก็ไม่คิดว่าข้าวมันมีเหลือกิน (เพียงแต่ไปไม่ถึงคนที่อยากกิน)  คิดแต่จะต้องประกันราคา

ให้เงินน่ะ  ให้เท่าไหร่ก็ไม่พอ  แต่ถ้าให้ข้าวกิน  กินกันแค่อิ่มหรือแค่พุงกางก็ต้องพอกันแล้ว

ผมเคยบอก ว่าคนน่ะ ไม่ได้กินเงิน  แต่กินอาหาร .. เมื่อไหร่เราจะเลิกให้คนหาแต่เงิน แต่ทำลายแหล่งข้าวปลาอาหารกันเสียที

ระบบทุนนิยมที่มุ่งใช้แต่เงิน  ให้คนแข่งขันกันหาเงิน เพื่อให้เกิดการพัฒนา  แล้วผลมันเป็นอย่างไร  ดูผลที่เกิดขึ้นกับโลกทุกวันนี้สิ  อาชญากรรม  โสเภณี  ยาเสพติด  โลกร้อน   ความยากจน  ความเครียด  ความเกลียด  ความโกรธ

…. นี่คือบทพิสูจน์ถึงความผิดพลาดของระบบทุนนิยมสุดโต่ง ซึ่งต้องถึงวันล่มสลายในที่สุด ... ซึ่งเราไม่ควรรอให้มันล่มสลายโดยเกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง

จริงอยู่ ที่ว่าการแข่งขันนั้นช่วยกระตุ้นให้คนทำงานมากขึ้น สร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า บ้านจัดสรร ฯลฯ สิ่งดีๆ มากมาย  แต่ .. ส่วนหนึ่งที่ดีนั้นมาจากจิตด้านดี  จิตที่มุ่งหวังให้สังคมดีขึ้น  ส่วนจิตด้านเห็นแก่ตัวก็คือ ให้ฉันมีเงินมากขึ้น  ให้ฉันได้มีคนรับใช้มากมาย

คนเรานั้นมีทั้งความคิดดีและคิดเห็นแก่ตัวในตัวเอง   ส่วนที่ดีนั้นก็ส่งผลให้เราทำอะไรเพื่อสังคม เพื่อคนอื่น เพื่อความสุขสงบ   ส่วนที่เห็นแก่ตัวก็คือการกระทำที่ทำไปด้วยความหลง  เพื่อความสุขชั่วคราว หรือเพื่อความชอบส่วนตัว

ระบบสังคมทุกวันนี้มันก็แฝงด้วยลักษณะของความเป็นทุนนิยมผสมกับสังคมนิยมอยู่แล้ว  เพียงแต่ ความเป็นสังคมนิยมมันน้อยไป  มีแค่รถเมล์ฟรี  ห้องสมุดประชาชนฟรี สวนสาธารณะฟรี  แต่ ยังไม่ค่อยมีอาหารฟรี  บ้านฟรี  รัฐบาลส่วนใหญ่ไม่กล้าให้ระบบสวัสดิการอย่างเต็มที่ เพราะกลัวว่าคนจะไม่ทำงาน  ... ต้องให้คนแข่งกันเพื่อหนีการอดตายเพื่อให้เร่งทำงานกันให้เต็มที่  ....  ผลก็คือ พวกที่เก่งก็รวยล้ำฟ้า  พวกที่ด้อยโอกาสหรือพลาดพลั้งก็แทบไม่มีอะไรกิน

หยุดเถอะ .. รัฐบาลทั้งหลาย  .. หยุดคิดแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยวิธีเดิมๆ  ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคมแบบเดิมๆ  ที่พ่อแม่ต่างมุ่งสอนลูกให้เรียนสูงๆ เพื่อให้ได้เป็นเจ้านายคน เพื่อให้มีงานดีๆ มีเงินเดือนเยอะๆ  ให้รวยๆ กันเสียที

จะรวยกันไปทำไม  ต่อให้มีเป็น 100 ล้านก็ต้องป่วยตายอยู่ดี

มีรวยก็มีจน   มีเจ้านายก็มีข้าทาส  มีผู้ชนะก็มีผู้แพ้   แล้วโลกจะมันสุขสงบได้อย่างไร

หนทางแก้ปัญหาที่ถูกต้องคือ ส่งเสริมการหาปัจจัยสี่ให้มีเพียงพอกับทุกผู้คนกันก่อน  ให้ทุกคนมีข้าวกิน  มีบ้านอยู่  มีเสื้อผ้าใส่  เจ็บไข้มียารักษา ให้เพียงพอกันก่อน   วิธีการก็คือปลูกข้าวให้มากขึ้น  ทำเกษตรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  ปลูกสร้างบ้านฟรีให้คนมากขึ้น  กระจายคนให้ไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่มากขึ้น   ทำให้ทุกคนขยันทำงานที่ได้ประโยชน์จริงๆ   ไม่ใช่ขยันซื้อขายทอง  ไม่ใช่ขยันส่ง e-mail ขยะต้มตุ๋มมนุษย์    ไม่ใช่ขยันติดป้าย “เงินด่วน”   ไม่ใช่ปล่อยให้คนมีนิสัยขี้เกียจ อยากทำงานสบายๆ แต่อยากมีเงินมากๆ อย่างทุกวันนี้  ...

ช่วยดูแลปากท้องทุกคนฟรีๆ เถอะ ... ถึงแม้ว่าช่วงแรก คนที่ขี้เกียจอาจยังไม่ได้สำนึกและยังงอมืองอเท้าอยู่   อย่างน้อย คนที่มีความตั้งใจดี  สติปัญญาดี  และขยันทำงาน  ก็จะสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  จนสามารถดูแลคนทั้งโลกได้  หากไม่โดนระบบเศรษฐกิจแห่งการแก่งแย่งแข่งขันมาขัดขวาง

คิดดูกันหน่อยเถิด มนุษย์ ... เจ้าได้ชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชาญฉลาดที่สุดบนโลก  แต่เหตุใดชีวิตเจ้าจึงต้องยุ่งยากเหน็ดเหนื่อยกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆ มากมาย ... กวางมันยังเล็มหญ้าแค่วันละไม่กี่ชั่วโมงแล้วก็ได้นอนเล่นไปวันๆ .. เหตุไฉนเจ้าจึงต้องทำงานกันถึงวันละ 8 ชั่วโมงแล้วยังมีไม่พอกิน .....  เพราะเจ้ามัวแต่แข่งกันหากินจนเพื่อนเจ้าไม่มีอันจะกิน ... หากเพียงเจ้าสามัคคีกันแล้ว    ด้วยปัญญาอันเลอเลิศของพวกเจ้า   เจ้าอาจจะทำงานกันแค่วันละสี่ชั่วโมงแล้วก็มีกินมีใช้หายห่วงชั่วชีวิต

มนุษย์เราจับกลุ่มกัน  ปกครองร่วมกัน  ก็เพื่อที่จะช่วยเหลือกัน ให้อยู่กันได้ด้วยดีทุกคน   หากรวมกันแล้วเรายังต้องเจอภัยสังคม  เจอปัญหาความอดอยากอยู่เช่นนี้  ก็แยกกันอยู่  ตัวใครตัวมันไม่ดีกว่าหรือ  ไม่ต้องมีมันหรอก ประเทศโลกเนี่ย  มีเพื่อให้สบายกันแค่บางคนบางกลุ่มหรือเปล่า   มันก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ  เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมย่อมกระทบต่อทุกคนในสังคมไม่มากก็น้อย     รัฐบาลโปรดพิจารณาด้วย   ช่วยให้ทุกคนอยู่ฟรีกินฟรีกันได้ก่อน  แล้วค่อยแข่งขันกันในส่วนที่มันเกินปัจจัยพื้นฐาน  ไม่ใช่มัวแต่แข่งกันหาความสุขเสียจนลืมทำมาหากิน  ไม่ใช่มัวแต่แข่งกันทำขนมเค้กจนไม่มีข้าวกิน  ไม่ใช่มัวแต่เล่นฟุตบอลจนไม่มีบ้านอยู่   ไม่ใช่มีสวนสาธารณะที่เลี้ยงเต่าเลี้ยงปลามากมาย แต่คนไม่มีปลาจะกิน ... จะห้ามจับปลาก็ช่วยหาปลาให้กินหน่อยเถอะ

กงจักร  ใจดี  10 กุมภาพันธ์ 2552

โดย Globe

 

กลับไปที่ www.oknation.net