วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทรายเม็ดแรกของอ่าวไทยฝั่งตะวันตก


วันหยุดราชการ ๓ วัน หลาย ๆ คนถือเป็นวันหยุดยาว ออกไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน ทั้งที่จุดมุ่งหมายก็เพื่อหยุดให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสไปวัดไปวาทำบุญสุนทานกันเนื่องในวันมาฆบูชาแท้ ๆ


 
ผมเองซึ่งปีหนึ่งมีวันหยุดเพียง ๓๖๕ วัน ก็เกิดนึกอยากเที่ยวขึ้นมาบ้าง แต่ยังไม่อยากเที่ยวยาว ๆ เพราะเพิ่งไปมา ๒ ทริปสด ๆ ร้อน ๆ  ก็เลยไปแบบเช้าไป-เย็นกลับก็แล้วกัน ตั้งใจว่าจะไปดูทรายเม็ดแรกของอ่าวไทยที่แหลมผักเบี้ย โดยใช้เส้นทางเลียบชายฝั่งทะเลครับ


 
เช้าตื่นขึ้นมา ชงกาแฟกิน เคารพธงชาติเสร็จ ก็ออกเดินทาง (จากกรุงเทพ ฯ ครับ ไม่ใช่จากเชียงราย) ไม่รีบไม่ร้อนเพราะไม่ได้ไปไหนไกล มุ่งหน้าไปถนนพระราม ๒ ขับรถไปก็กะแผนการณ์คร่าว ๆ พอถึงถนนพระราม ๒ ก็มุ่งหน้ามหาชัย กะว่าจะไปหาข้าวต้มปลาร้อน ๆ อร่อย ๆ กินที่นั่น แต่พอไปถึงจริง ๆ ก็ไม่รู้จะไปหาข้าวต้มปลากินได้ที่ไหน เข้าเมืองไปวน ๆ ดู เห็นมีแต่ร้านข้าวขาหมู ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ ข้าวแกง เลยออกถนนพระราม ๒ มุ่งหน้าไปแม่กลองดีกว่า ยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ ไปหาเอาข้างหน้าดีกว่า


 
วิ่งมาตามถนนพระราม ๒ สักพัก ก่อนถึงแม่กลองมีป้ายบอกทาง "ทางลัดไปดอนหอยหลอด"  อ๊ะ! ได้การ เข้าดอนหอยหลอดดีกว่า ร้านอาหารเยอะแยะ ร้านขายของทะเลก็มากมาย คุ้นเคยอยู่ คงหาข้าวต้มปลากินได้แน่ พอเลี้ยวเข้าทางลัดไป ถนนเป็นทางลาดยาง ๒ เลน สองข้างทางเป็นบ่อเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาตลอด ๒ ข้างทาง


 
ขับมาได้หน่อยเดียวก็เห็นฝูงนกกระยางสีขาวสะอาดจำนวนมากชุมนุมกันอยู่ปากบ่อปลา จึงจอดรถชิดขอบทางมองดู นอกจากนกกระยางสีขาวแล้ว ก็มีนกกาน้ำขนสีดำเป็นมันขลับที่เห็นแล้วนึกถึงเพลงโบ(ราณ) ที่คุณสวลีร้องเพลงหนึ่ง "ใครหนอน่าชมเรือนผมเจ้างาม อ่อนสลวยสวยดำเหมือนขนกาน้ำเล่าหนา ฝังนิลเม็ดงามไว้ที่ดวงตา ใครหนองามน่าริษยา อิจฉาโฉมเจ้า" แต่สาวสมัยนี้คงไม่ปลื้มกับผมสีดำ ต้องไปย้อมไปโกรกซะให้หายดำ
ระหว่างทางลัดไปดอนหอยหลอด พบฝูงนกกำลังสัมมนากันอยู่ ว่าจะรอชาว OK Nature หรือไม่?
ระหว่างทางลัดไปดอนหอยหลอด ฝูงนกกำลังสัมมนาว่าจะเข้าร่วมกับ OK Nature ดีหรือไม่?


 
นอกจากนกกระยางกับนกกาน้ำที่ยืนผึ่งแดดอ่อน ๆ ยามเช้าแล้ว ยังมีนกตีนเทียน (ขออนุญาตใช้คำไม่สุภาพแทนคำว่า "นกเท้าเทียน") เดินเลาะอยู่ตามชายฝั่งหาปลาและแมลงกิน ส่วนเจ้านกนางนวลแกลบก็บินร่อนไปร่อนมา บางครั้งก็โฉบลงบนผิวน้ำ โดยมีเจ้านกกระแตแต้แว๊ดบินไปบินมาส่งเสียงร้องเตือนภัยเสียงดัง "แต้แว๊ด ๆ" เป็นระยะ ๆ เมื่อเห็นผมจอดรถ


 
ผมคว้ากล้องลงจากรถ ใช้เคล็ดวิชาถ่ายภาพนกที่พี่ 'Supawan' ถ่ายทอดมาอีกทีหนึ่ง "ต่ำช้า" คือก้มตัวต่ำ ๆ ให้กอหญ้าแห้งริมถนนบังไว้ ย่องเข้าไปช้า ๆ จนใกล้ที่สุดเท่าที่จะใกล้ได้ (ไม่ใช่วิธีการ "ต่ำช้า เลวทราม" แต่ประการใด) แล้วก็บรรจงถ่ายภาพซะให้หนำใจ กลับมาขึ้นรถขับต่อไปตามทางที่คดเคี้ยวผ่านไปตามบ่อกุ้ง-บ่อปลา สลับด้วยดงต้นโกงกาง ต้นแสม ที่บางแห่งมีฝูงลิงแสมลงมาหากิน เห็นมีรถนักท่องเที่ยวจอดดูลิงและถ่ายรูปอยู่


 
ใกล้ดอนหอยหลอดเข้าไป จะเห็นป้ายโฆษณาร้านอาหารติดเรียงรายอยู่สองข้างทางหนาตาขึ้น มีร้านหนึ่งโฆษณารายการอาหาร "แฮมเบอร์เกอร์ปลาทู" ใครมาดอนหอยหลอดแล้วไม่กินถือว่ามาไม่ถึง ผมกะว่าจะลองสักอันเหมือนกัน


 
พอถึงเขตที่เรียกว่าดอนหอยหลอด มีร้านอาหารตั้งเรียงรายอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ คือ ด้านริมทะเล เป็นร้านใหญ่ ๆ ทั้งนั้น มีพนักงานต้อนรับคอยโบกให้รถที่ผ่านมาเข้าไปจอดกินอาหารอยู่หลายร้าน ผมขับเลยไปจนถึงลานจอดรถทางขวามือ หลังเพิงขายอาหารทะเลและของฝาก เสียค่าจอดรถ ๒๐ บาท เสร็จแล้วลงมาเดินหาร้านข้าวต้มปลา


 
เพิงร้านขายอาหารทะเลและของฝากนี้ มีขายสารพัดทั้งที่เป็นของแห้ง ของสด ของสุก เดินดูไปก็น้ำลายสอไปเพราะเริ่มหิวแล้ว แต่ก็ยังไม่ละความพยายามหาร้านข้าวต้ม เดินไปเรื่อย ๆ ใจก็อาฆาตกับอาหารทะเลหลายอย่าง เดี๋ยวกินข้าวเสร็จจะมาซื้อซะให้เข็ด


 
จนเลยศาลกรมหลวงชุมพร ฯ มาก็เห็นร้านอาหารตามสั่งและร้านก๋วยเตี๋ยวตั้งคู่กันอยู่ ตรงเข้าไปสั่งก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ทะเล แล้วหันไปสั่งข้าวต้มทะเลอีกชามหนึ่ง ไม่ผิดหวัง อร่อยทั้งก๋วยเตี๊ยวและข้าวต้มทะเล ระดมใส่กันมาทั้งเนื้อปลา หอยแมลงภู่ ปลาหมึก กุ้ง สด ๆ ไม่มีคาวสักนิด ส่วนก๋วยเตี๋ยวเป็นแบบโบ(ราณ)จริง ๆ มีกุ้งแห้งตัวเล็ก ๆ โรยมาด้วย ราคาก็ไม่แพง ก๋วยเตี๋ยว ๒๕ ข้าวต้ม ๓๐
อิ่มแล้วก็ไปเดินซื้ออาหารทะเลไว้เป็นเสบียงมื้อเย็นที่บ้าน ซื้อแมงดาทะเลไข่เผา ตัวขนาดฝ่ามือกาง ๆ ตัวละ ๒๐ บาท ๓ ตัว ๖๐ บาท แถมเครื่องยำ  ปลาอินทรีแช่น้ำปลาแดดเดียวยังไม่ทอด ๓ ชิ้น ๑๑๐ บาท ซื้อแค่นี้ก่อนแล้วกัน เผื่อไปเจออะไรถูกใจข้างหน้า นี่เพิ่งเริ่มต้นเอง!
ข้าวต้มทะเล-ก๋วยเตี๋ยวทะเล อร่อย ๕ ดาว
ก๋วยเตี๋ยวทะเล ข้าวต้มทะเล ประเดประดังกุ้ง หอย ปลา ปลาหมึกสด ๆ มาเพียบ อร่อย ๕ ดาว ติดใจไม่หาย


 
ออกจากดอนหอยหลอดอีกด้าน มาออกเชิงสะพานแม่กลองหรือสะพานพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ข้ามแม่น้ำท่าจีน จนถึงคลองโคนมีป้ายบอกทางเข้า เขายี่สาร เพชรบุรี ชะอำ เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลย ทางนี้แหละผ่านไปผ่านมา หมายตาไว้แล้วว่าจะต้องลองใช้เส้นทางนี้สักครั้ง


 
ถนนดี ลาดยางตลอด คงเพิ่งเสร็จ ยังเรียบกริบ เส้นบนถนนยังใหม่ชัดเจน คดโค้ง ลัดเลาะผ่านไปตามนากุ้ง บ่อปลา มีนกที่หากินในน้ำให้จอดดูและถ่ายรูปอยู่เป็นระยะ ๆ ผ่านไปตามหมู่บ้านเล็ก ๆ อาศัยอยู่ตามริมฝั่งคลองที่ออกทะเลได้ เป็นบรรยากาศที่นับวันจะหาดูได้ยากขึ้นทุกที
ทางหลวงชนบท สส. ๒๐๒๑
ระหว่างทางคลองโคน - บางตะบูน
สะพานข้ามแม่น้ำบางตะบูนและปากอ่าวบางตะบูน
สะพานข้ามแม่น้ำบางตะบูน และอ่าวบางตะบูน

เส้นทางนี้เป็นทางหลวงชนบท เลขที่ สส. ๒๐๒๑ จากปากทางที่ถนนพระราม ๒ ถึงเพชรบุรี ระยะทางเพียง ๓๕ กม. ผ่านเขายี่สาร ข้ามแม่น้ำบางตะบูนตรงปากอ่าวบางตะบูน ไปถึงบ้านแหลม เลี้ยวเข้าเพชรบุรีได้ หรือจะไปต่อก็ผ่านบางขุนไทร ปากทะเล บางแก้ว แหลมผักเบี้ย หาดเจ้าสำราญ ปึกเตียน บางเก่า ไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข ๔ ถนนเพชรเกษม ที่ชะอำ เดินทางต่อไปหัวหิน ประจวบ ได้


 
นกและตัวกินนกในโครงการ ฯ แหลมผักเบี้ย
ผมเดินทางไปจนถึงแหลมผักเบี้ยเข้าไปดูในโครงการพระราชดำริ หาทางจะไปดูทรายเม็ดแรกของอ่าวไทยฝั่งทะเลตะวันตก ถามเจ้าหน้าที่ดู เขาบอกว่าตัองเข้าไปทางท่าเรือ เห็นมีป้ายบอกทางเข้าหาดแหลมหลวงอยู่ เลี้ยวเข้าไปมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแต่ปิด ขับรถเลยเข้าไปก็เป็นทางตัน เลยไม่รู้จะไปยังไง เลยไปอีกนิดมีทางเข้าอีกทาง เลยลองเข้าไป ไปโผล่ริมทะเล มีป้ายบอกว่าเป็นเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งของกรมการขนส่งทางน้ำ ฯ เป็นกำแพงหินยาวเหยียด หลายกิโล มีทรายอยู่มากมาย ไม่รู้ว่าเป็นเม็ดที่เท่าไหร่ ไม่ใช่เม็ดแรกแน่นอน แต่ก็พอใจแล้วครับ
ทรายกองแรกของอ่าวไทยฝั่งตะวันตก
แหลมผักเบี้ย? หรือ แหลมหลวง? กับทราบเม็ดแรกของอ่าวไทยฝั่งตะวันตก ?!?
แผนที่การเดินทาง
แผนที่การเดินทาง

โดย MrTote

 

กลับไปที่ www.oknation.net