วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชีวิต ความรัก และจักรยาน


            ไม่น่าเชื่อว่าชีวิต  ความรักและจักรยานจะเข้ามาเกี่ยวพันธ์กันได้อย่างไร  เพื่อน ๆบอกว่าเป็นกรรมเก่าที่ฉันทำใว้กับจักรยาน...เมื่อชาติก่อน  ฟังแล้วดูมีเหตุผลดีไหม   โธ่...เรื่องที่ไม่น่าเป็นเรื่องก็เป็นเรื่องขึ้นมาได้  เรื่องของความเคยชิน เรื่องของการปรับตัวเข้าหากัน  บางครั้งเรื่องง่าย ๆ ก็กลายเป็นเรื่องยาก  จากเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันอาจจะกลายเป็นเรื่องสำคัญของการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน  บางทีเรื่องอะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้  จริงไหมค๊ะ

บ้านฉันอยู่ริมน้ำ  ไม่มีถนนหนทาง ไปไหนมาไหนใช้แต่เรือ ฉันจึงไม่คุ้นกับจักรยาน  ฉันไม่มีโอกาสขี่จักรยานและไม่มีความสนใจใด ๆ ทั้งสิ้น  ดูแล้ว...ไม่น่ามาเกี่ยวพันธ์กันได้   จากเด็กบ้านริมคลอง  กลายเป็นนักศึกษาเชิงดอยที่เชียงใหม่   ไปไหนก็นั่งรถสี่ล้อ ฉันก็ยังไม่สนใจจักรยานเหมือนเดิม

ไปใช้ชีวิตในหมู่บ้าน ...จำได้ว่า ฉันไปอยู่ที่หมู่บ้านทาชมพู ที่ลำพูน ชื่อหมู่บ้านฟังเพราะหวานหู ฟังชื่อหมู่บ้านแล้วแสนน่าอยู่  ก็สนุกสนานไปตามประสานักศึกษาฝึกงาน  หัดขี่จักรยานนิดหน่อย...ขี่ไม่เป็นหรอก ล้มลุกคลุกคลาน ยิ่งล้มยิ่งกลัว  ตกลงการหัดขี่จักรยานครั้งแรกขี่ไม่เป็น มีของแถมเป็นแผลเป็นอยู่บนหน้าอีกต่างหาก  

“ ไม่เป็นไร....ชีวิตเราคงไม่เกี่ยวกับจักรยานสักเท่าไหร่  เรียนจบแล้ว เราก็ไปอยู่กรุงเทพหรือบ้านริมคลอง ”

ชีวิตไม่แน่นนอนจริง ๆ  อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้  โชคชะตาพาไปทำงานในหมู่บ้านแถบภาคอิสาน  เหมือนมีกรรมเก่ากับจักรยานจริง ๆ   ฉันถูกยื่นคำขาดจากนายชาวต่างชาติ

“ คุณต้องใช้มอเตอร์ไซด์ให้ได้ภายในหกเดือน ” พระเจ้าช่วย กล้วยทอด จักรยานยังขี่ไม่ได้เลย มอเตอร์ไซด์เหมือนความฝันอันสุดเอื้อมถึง  เพื่อน ๆ เห็นความทุกข์ของฉันเป็นความสนุกสนาน  พวกมันบอกว่า “ ง่ายจะตาย ”  โธ่ไม่มีใครเข้าใจคนน่าสงสารอย่างฉัน

ตั้งแต่นั้นมาฉันก็หัดขี่จักรยาองย่างจริงจังและหนักแน่น  แต่จักรยานแบบเด็กนะ  ก็..กลัวล้ม.....

หัดขี่จักรยานช่วยให้ทรงตัวได้ง่ายขึ้น เวลาที่หัดมอเตอร์ไซด์  แต่การหัดขี่จักรยานตอนสาว ๆ นี่เป็นเรื่องไม่ง่ายเลย  คือกลัวไง กลัวล้ม  กลัวเจ็บ กลัวเป็นแผล  กลัวไปเสียหมด

ในที่สุดฉันก็ขี่มอเตอร์ไซค์ได้คล่องแคล่ว   แต่ขี่จักรยานได้แบบงู ๆ ปลา ๆ เอาว่ะ...ขี่มอเตอร์ไซค์ได้แล้วกัน เท่ห์..ไหมล่ะ  มอเตอร์แบบชาย แบบหญิงฉันใช้ได้ทั้งนั้น  แต่จักรยานขอบายค่ะ  งานเข้าใหม่อีก...คราวนี้นายบอกให้หัดขับรถยนต์ต่อไปอีก  เพื่อน ๆ ว่าแดกดันว่า

 “ ปูนาเอย...อีกหน่อยเขาคงให้แกหัดขับเครื่องบิน” 

“ ถ้าเขาให้ฉันหัดะต้องถือว่าเป็นโชคว่ะ ”

ชะตากรรมเปลี่ยนผัน  จากชีวิตง่าย ๆในหมู้บ้าน  มาเป็นขีวิตวุ่นวายในกรุงเทพ.   “ ชีวิตแกตคงหมดเวรหมดกรรมกับจักรยานเสียที   หมดทุกข์หมดโศก ” เพื่อนฝูงยังล้อเล่นกันอย่างสนุกสนาม ใครจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  บุเพทำเหตุ ถึงเวลาต้องมีหวานใจกับเขาบ้าง   แต่.....กรรมแบบไม่ต้องแบ  คุณท่านชอบขี่จักรยานเป็นชีวิตจิตรใจ  เพื่อนฝูงชวนกันตั้งชมรมนักปั่น ขี่กันข้ามเมืองข้ามประเทศ  ยังไม่พอ...คุณท่านยังก้าวล้ำเข้ามาในชีวิตด้วยการชักชวนให้ฉันไปขี่จักรยานช่วงวันหยุดด้วยกัน 

ของขวัญที่ฉันได้รับในวันพิเศษ “ จักรยานสีแดง ” เกือบล้มทั้งยืน เวรกรรมอะไรกับจักรยานนะนี่

เพื่อน ๆ ลงความเห็นพ้องกันว่า “ ชาติที่แล้วแกคงทำกรรมกับจักรยานใว้แน่ ”

ในที่สุด ความหวานชื่นที่มีจักรยานเป็นตัวช่วยก็หมดความหวาน  ค่อย ๆ จืดจางห่างหายไปกับความวุ่นวายของเมืองกรุง  ไม่เป็นไร เราคงไม่ใช่คู่กัน  แต่บทสรุปก็คือจักรยานไม่ใช่ปัญหาของเราเท่านั้น  เวลาที่เราอยู่กับใครสักคนของ ใช้แวลาให้มีค่าที่สุด ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และทำทุกอย่างจากใจของเรา   

 วันแห่งความรัก ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุข โดยเฉพาะสุขใจค่ะ 

 

 

                                                        ขอบคุณภาพจาก internet ค่ะ

โดย ปูนาเจตนาดี

 

กลับไปที่ www.oknation.net