วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เดินทางผ่านความรัก แวะพักเรือนศรัทธา...วัดป่าภูไม้ฮาว


เที่ยงวัน...

ลมแล้งตะบึงตะบอนมาจากไหน ไม่อาจรู้ได้
พัดโถมเข้าใส่กระท่อมคนยากจนสะเทือนไหว
ขณะที่เจ้าของเคหาส์กำลังเอมอิ่มอยู่กับอักษรในห้วงรัก ของคนเคาะหิน
บนเปลยวนราคาถูกที่ผูกอยู่ใต้ถุน

รีบเหวี่ยงตัวเองลงมาอย่างลนลาน เพราะควันไฟโหมคลุ้งพุ่งขึ้นมาจากบ่อซีเมนต์ ที่ใช้เผาแกลบ

แกลบที่ต้องเผาให้สุกดำ ห้ามไหม้เป็นเถ้าเด็ดขาด เพราะมันคือส่วนผสมพิเศษของปุ๋ยหมัก
ที่มีตัวหลักคือมูลวัว รองลงมา คือรำข้าว แกลบดำ และน้ำหมักจุลินทรีย์

รีบเอาฝาสังกะสี (ที่ยึดมาจากโอ่งใหญ่) ปิดกันลม จนสำลักควันไอแค่กๆๆ (อีกแล้ว)

วงจรชีวิต...

เพิ่งกลับออกมาจากเขตอภัยทาน ด้วยตัวและหัวใจที่โปร่งโล่งเบา
ทั้งการเดินทางผ่านมิตรภาพมากมาย ทำให้หัวใจไหวอ่อนราวถูกขับกล่อมด้วยเวทมนต์ลี้ลับ

และเดินทางผ่านเมือง สู่ป่า และสู่ป่า จนกระทั่งกลับสู่ป่า (ที่ตั้งของกระท่อม)

ทว่า ไม่มีป่าผืนใดเลยที่คล้ายกัน
วันที่ 7 กุมภา ผ่านค่ำคืนด้วยเสียงหัวเราะ คละเคล้า...คล้ายฝัน
วันใหม่..ตะวันยังไม่ทันทายทัก ฉันต้องรีบจากลา ทั้งที่อาลัย...ด้วยหัวใจเดียวกัน
เสียงเคาะหินยังกังวานแว่ว กระทั่งบัดนี้

(แยม).

เดินทางสู่ป่าใหญ่ ใกล้องค์พุทธะ วัดป่าภูไม้ฮาว อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร

ฉันพบกับเด็กหญิงแยม ผู้แจ่มใส..ยามตั้งสติ หลับตา หลังตรง ภาวนาพุทโธแข่งกับหลวงปู่
และเธอเป็นฝ่ายได้ชัยชนะทุกเช้าไป...
ฉันยิ้มได้กับการสอนของพระอาจารย์ ในทุกลมหายใจเข้าออก

เรื่องราวมากมาย มากมาย ที่ไม่อาจบอกเล่าผ่านคำ
ไม่อาจบรรยายเป็นอักษร แม้แต่สัญลักษณ์เดียว

6 วัน ที่สงบเงียบ


.

.

(มุมมองจากหน้าผา ที่อาศัยนอนอาบแสงจันทร์ คืนเพ็ญ วันมาฆะบูชา)

.

(แปลงผัก ที่ช่วยรดน้ำทุกเย็น)
.


(ทางเดินเข้าป่า คือแนวกันไฟของวัด)

.



(เสนาสนะป่า มีอยู่ทั่วไปในเขตวัด)

.

.

.

(ต้นไม้หลากหลายพันธุ์ ยืนต้นเบียดเสียดแน่นหนา
บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของป่า
แต่สังคมมนุษย์ ยิ่งแน่นหนา ยิ่งมากปัญหา) 
.

คืนแรก นอนหลับกับลมหนาวริมหน้าผา ในมุ้งสนามและถุงนอน
ท่ามกลางความหวาดกลัวเล็กๆ

คืนต่อมา.. ในกุฏิที่มีเรื่องราวมากมาย ยาวไกล

ฉันกลับออกมา พร้อมเรื่องราวของแม่ชีน้อย นาม "แม่ชีป่าน"
ที่บรรจุอยู่ในซองเอกสาร ทั้งข้อเขียน บันทึกของเธอ ทั้งภาพถ่ายและวิดีโอ

ทั้งหมดนั้น..บอกถึงเรื่องราวของแม่ชีวัย 13 ปี
ที่ป่วยเป็นมะเร็งที่ตับอ่อน ทรมานมานานหลายปีโดยไม่รู้สาเหตุ
เมื่อรู้ก็สายเกินเยียวยาร่างกาย
แต่นาทีสุดท้ายของชีวิต
เธอจากโลกนี้ไป อย่าง "ผู้หลุดพ้น"
ด้วยความศรัทธาในเส้นทางธรรม ที่รักษาจิตไว้ไม่ให้ป่วยตาม

.

ลมแล้งกระชากกระชั้นพัดโหม ไร้ความอ่อนโยน
ปลุกฉันจากภวังค์

กระชากสติกลับคืนมาอีกหน

งานที่รับปาก(ใครบางคน)ว่าจะเขียนเรื่องแม่ชี ยังไม่ได้เริ่มต้น
รีบทำงานซะ...

โดย กู่

 

กลับไปที่ www.oknation.net