วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รองเท้าส้นสูง


                                                          รองเท้าส้นสูง

 

                                                                                              โดย  สรรพเดช

 

          ฝอยน้ำจากฝักบัวรินรดร่างเปลือยเปล่าจนชุ่มชื้น   มืออันเรียวงามหยิบก้อนสบู่ขึ้นมาฟอกจนเกิดฟอง  ถูไถจากใบหน้า  ลำคอ  แขน ผ่านโนมเนื้อนูนสองข้าง  ต่ำลงไปถึงท้องและก้น  ก่อนจะซอกไซร้ไปบนกลีบเนื้อสำคัญอย่างนิ่มนุ่ม  แล้วลดต่ำลงสู่ขาและเท้าเป็นอันจบสิ้น

           ฝอยน้ำจากฝักบัวชะล้างฟองสบู่ออกจากร่างอันเปลือยเปล่า  มืออันเรียวงามถูไถไปตามส่วนต่างๆเพื่อเป็นการขัดผิวให้สะอาดสะอ้าน  จนเป็นที่พอใจแล้ววาล์วน้ำจึงถูกปิด  มืออันเรียวงามหยิบผ้าเช็ดตัวที่แขวนอยู่ใกล้ร่างมาเช็ดเนื้อทั่วตัวพอหมาดๆ  แล้วห่อกายปกปิดส่วนสำคัญด้วยผ้าผืนเดียวกันก่อนออกจากห้องน้ำ

           หล่อนทิ้งร่างลงนั่งบนเก้าอี้นวมหน้ากระจก  หยิบผ้าขนหนูอีกผืนซึ่งวางอยู่ใกล้กันมาซับน้ำที่เส้นผมพอหมาด  จากนั้นนำเครื่องเป่าผมมาขับไล่ความชื้นออกไปจนผมแห้งสลวยงาม  ผันหน้าไปจดจ้องตัวเองในบานกระจก  หยิบครีมรองพื้นมาลูบไล้ไปทั่วใบหน้าและลำคอ  รอจนแห้งแล้วจึงตบแป้งฝุ่นทาทับจนผิวผ่อง  เสริมมาสคาร่าบริเวณขอบตาและแก้มแต่พอบางๆ  เพิ่มความเข้มของคิ้วด้วยดินสอสีน้ำตาลเข้ม  ลากไปตามริ้วโค้งจนแลดูคมชัด  ตามด้วยลิฟติกสีชมพูกวาดไปบนริมฝีปาก  เขม้มรอยบนและล่างให้แนบชิดกัน  จนแลดูราบเรียบเป็นมันวาว  จึงวางมือไปทำอย่างอื่นต่อ  จากนั้นขนาบเบ้าเหล็กเข้ากับดวงตา  ออกแรงกดนิ้วแต่เบาบางจึ่งได้ขนตาอันโค้งงอนมีเสน่ห์  เสร็จสรรพบนใบหน้าถึงคราวแต่งเติมบนเรือนร่าง  หล่อนเทครีมโลชั่นออกจากขวด  ลูบไล้ไปบนลำแขน  ลำตัว  และท่อนขา  จากนั้นหยิบขวดโรออลทาทาบเข้าตรงหว่างจั๊กแร้  เพื่อเพิ่มความหอมให้กับจุดซ่อนเร้น  เพียงเวลาไม่กี่นาทีหน้าบานกระจก  หญิงสาวผู้มีใบหน้าจืดซืดธรรมดากลับกลายเป็นสาวเจ้าพราวเสน่ห์ในทันใด

           สำหรับหญิงวัยยี่สิบเศษผู้นี้  ความสวยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำเงิน   งานบริการความไคร่  เป็นสิ่งง่ายๆที่อาศัยความกล้าและมารยาเข้าช่วย  ยิ่งตอนนี้ยังอยู่ในวัยสาว  หล่อนจึงหวังจะกอบโกยผลประโยชน์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

           หล่อนลุกขึ้นเดินไปยังมุมห้องที่มีตู้เสื้อผ้า  หยิบยกทรงในตู้ขึ้นมาสวมใส่  คว้ากางเกงในสีครีมสวมแหวกหว่างขาผ่านผ้าขนหนู  แล้วปลดผ้าซับน้ำออก  ปล่อยร่างอันขาวโพลนเผยส่วนโค้งเว้าที่เล็ดลอดผ่านชุดชั้นในให้เห็น  ความเป็นส่วนตัวทำให้เธอไม่เกิดความละอาย  ห้องเช่าที่เธออาศัยอยู่  ปกติจะไม่มีคนเข้าออกมั่วซั่ว  ยิ่งเป็นชั้นเกือบบนสุดของอาพาสเมนต์ยิ่งไม่มีผู้คนพลุกพล่าน  จึงเป็นโอกาสดีที่หล่อนจะใช้โลกส่วนตัวใบนี้อย่างเต็มที่ตามใจปรารถนา

           ชุดนักศึกษาในตู้เสื้อผ้าถูกดึงออกมาจากราวแขวน  รอยรีดเรียบจับกลีบจับมุมไว้อย่างดี  บ่งบอกได้ถึงการเตรียมตัวพร้อมไว้ก่อนล่วงหน้า  หล่อนสวมกระโปรงสั้นสีกรมท่าห่อหุ้มกางเกงในเอาไว้  เนื้อก้นโค้งงอนดันเนื้อผ้าให้แลดูเย้ายวน  เสื้อสีขาวบางรัดรูปสวมกลวมเข้าสู่เรือนร่างส่วนบน  ปิดกระดุมเสร็จจะสังเกตเห็นได้ถึงความอึดอัดของโนมเนื้อส่วนใน  แต่เปล่าเลย  หล่อนกลับมีสีหน้ามาดมั่นใจ  เดินมุ่งหน้าสู่บานกระจก  ยืนหมุนตัวสำรวจดูตัวเองอยู่พักหนึ่ง  เป็นที่พอใจแล้ว จึงหยิบต่างหูเป็นห่วงกลมวงใหญ่กลัดห้อยไว้กับใบหู   สวมสร้อยคอเงินที่มีจี้เป็นรูปหัวใจ  หยิบขวดสเปรย์น้ำหอมฉีดซับละอองลงบนส่วนต่างๆของเสื้อ 

           ทันใดนั้นเสียงกริ่งโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น  หล่อนหยิบมันขึ้นมาจากโต๊ะเสริมสวย  ดูเบอร์ที่หน้าจอแล้วจึงกดปุ่มรับสาย  แนบโทรศัพท์เข้ากับท้ายแก้ม

           “สวัสดีคะ”หล่อนกล่าวทักทายพร้อมรอเสียงตอบจากอีกฝ่าย

           “..............”             

           “พิ้งกี้กำลังจะลงไปพอดีค่ะ  กรุณาคอยสักครู่นะคะเสี่ย”

           “...............”

           “สวัสดีคะ”หล่อนกดปุ่มวางสาย  แล้วใส่โทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป่าสะพายใบเล็ก   จากนั้นรีบผละร่างไปยังชั้นวางรองเท้าใกล้ๆกัน  คว้ารองเท้าส้นสูงสีดำขึ้นมาทากีวี่แต่เบาบาง  ขัดด้วยผ้าจนเป็นมันวาว  สวมใส่เสร็จจึงหยิบกระเป่าสะพายใบเล็กขึ้นมาคล้องแขน  เอื้อมมือกดปิดสวิตซ์ไฟใกล้ประตู  แล้วเดินออกไป  ล็อคประตูห้อง  ทิ้งไว้แต่กลิ่นหอมโชยให้หลงเหลืออยู่ในห้องเงียบแทนตัว

           เสียงก๊อก  กั๊ก  ก๊อก  กั๊ก  จากการที่ส้นรองเท้ากระทบพื้นด้วยความรีบเร่ง  ดังก้องสะท้อนดั่งมีเชอร์ราว  หล่อนเดินสะบัดบั้นท้ายผ่านช่องเดินมุ่งหน้าไปสู่ประตูลิฟท์ที่อยู่เบื้องหน้า  การมีรองเท้ายกส้นช่วยทำให้บุคลิกของเธอดูดี  สง่าผ่าเผย  ร่างเหยียดตรงแลดูสูงสง่า  สมกับที่ใจเธอปรารถนาอยากให้มันเป็น  แต่ใครจะรู้บ้างว่า  กว่าที่เธอจะปรับตัวให้เข้ากับมันได้  จำต้องอาศัยระยะเวลาในการเรียนรู้  ฝึกหัดและทดลองใช้จนกว่าจะช่ำชองเช่นที่เป็นอยู่

           เดินมาถึงหน้าประตูลิฟท์  หล่อนจำต้องชะงักร่างอยู่ในระยะห่างๆ  สายตาเพ่งเล็งไปยังแผ่นกระดาษสีขาวที่ติดอยู่หน้าประตู  บนนั้นมีข้อความเขียนไว้ว่า ลิฟท์เสีย  กรุณาใช้บันไดแทน ทันทีที่อ่านเสร็จ  หล่อนถึงกับบังเกิดอารมณ์หงุดหงิด  ยิ่งอยู่ชั้นเกือบบนสุดเช่นนี้  กว่าจะลงไปถึงชั้นล่างก็คงเหงื่อแตกเหงื่อแตนกันพอดี  ไหนจะอยู่ในช่วงเร่งรีบ  เกรงจะไม่ทันใจลูกค้า  แล้วหนหลังใครจะใช้บริการอีก  กระวนกระวายจิตอยู่พักหนึ่ง  เห็นว่าไม่มีทางเลือกใด  จึงตัดสินใจก้าวเท้าลงบันไดด้วยสีหน้าบูดเบี้ยว

           ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่หล่อนรู้สึกว่ารองเท้าส้นสูงเป็นตัวถ่วงของชีวิต  ความสูงสง่าไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเมื่อจำต้องเผชิญกับอุปสรรค  คิดแล้วก็อยากจะถอดรองเท้ามาเดินตีนเปล่าแทน  แต่คนลุ่มหลงกับรูปลักษณ์ภายนอกอย่างหล่อนก็ทำได้แค่คิด “เรื่องอะไร  จะต้องให้เท้าสกปรก”หล่อนคิดพลางก้าวเท้าผ่านบันไดลงไปทีละขั้น

           และแล้วเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายก็ดังขึ้น  หล่อนหยุดร่างคว้ามือเข้าไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายออกมากดปุ่มรับสาย  พร้อมข่มลมหายใจให้นิ่ง  เพื่อไม่ให้ฝ่ายฟังได้ยินเสียงหอบ

           “สวัสดีคะ”

           “ ..............”

           “พิ้งกี้กำลังลงไป  กรุณารอสักครู่นะค่ะเสี่ย”

           “..................”

           “ค่ะ...สวัสดีคะ”

           เหมือนมีอะไรมากระตุ้น  หล่อนยัดโทรศัพท์กลับไปในกระเป๋าสะพายเสร็จ  รีบก้าวเท้าโดยหวังจะไปให้ทันนัดหมายลูกค้าแต่อย่างเดียว  จนลืมคำนึงถึงความปลอดภัยของชีวิต  เมื่อบังเกิดความพลั้งเผลอ  อุบัติเหตุก็ย่อมเกิดขึ้นได้ทุกขณะ  ทั้งความประมาทประกอบกับการที่แข้งขาอ่อนโรย  ทำให้สิ่งที่หล่อนไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้น  การก้าวพลาดเพียงครั้งเดียว  ทำให้ร่างของหล่อนถึงกับล้มพับลงกับขั้นบันได  แต่ยังโชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก  บังเอิญคว้ามือไปเกาะราวบันไดได้ทัน  จึงทำให้แรงกระแทกไม่หนักหนาสาหัส “เหลืออีกสามชั้นเท่านั้น”หล่อนคิดพร้อมยกร่างขึ้นไปยืนปัดฝุ่น  แล้วเริ่มก้าวเท้าต่อ

           การผิดพลาดครั้งนั้นหาได้เป็นบทเรียนสำหรับหล่อนไม่  กลิ่นเงินที่โชยฟุ้งอยู่เบื้องหน้าปิดหูปิดตาไม่ให้คิดถึงเรื่องอื่นอีก  ยิ่งดื้อดันก้าวเท้าอยู่บนความเสี่ยงก็เหมือนกับการไม่ห่วงตัวเอง   เมื่อเงินนำมาซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง  หล่อนจึงพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา  เปรียบดั่งปลากระหายเหยื่อ  แม้นคมเบ็ดจะแฝงเร้นอยู่ภายในก็ไม่ทัดทานใจที่มีแต่ความอยากให้หยุดยั้งได้

           และแล้วความผิดพลาดก็บังเกิดขึ้นอีกครั้ง  เมื่อส้นรองเท้าบังเอิญไปขัดกับขั้นบันไดอย่างจัง  จนทำให้ร่างของหล่อนเซถลา  แม้นจะคว้ามือเกาะราวบันไดก็ไม่ทัน  ร่างจึงขมำลงกับพื้นอย่างไม่    เป็นท่า  เสียงร้องโอดโอยแผ่วมา  มือของหล่อนลูบไล้อยู่บนข้อเท้าข้างหนึ่ง  พยายามกระถีบตัวเพื่อยืนขึ้นก็ไม่สำเร็จ  จำต้องนั่งแช่อยู่กับพื้นด้วยความรู้สึกเวทนาตัวเอง  พอดีหันไปเห็นรองเท้าข้างหนึ่งคาค้างอยู่ตรงขั้นบันได  บริเวณส้นได้หักกระเด็นออกจากพื้นรองเท้า  หมดสภาพความสวยสง่าที่เคยมี  ทันไดนั้นจิตสำนึกก็วูบเข้ามา  หล่อนหวนคิดถึงชีวิตของตัวเอง  ชีวิตที่ตั้งอยู่บนรากฐานอันไม่มั่นคง  เช่นเดียวกับอาชีพที่ทำอยู่  เมื่อถึงคราวเสื่อมโทรมก็คงต้องโดนหมางเมินเหมือนเช่นรองเท้าข้างนี้  ทันไดนั้นเองเสียงกริ่งโทรศัพท์ภายในกระเป๋าสะพายก็ดังขึ้นอีกครั้ง  หล่อนรู้โดยไม่ต้องดูเบอร์ว่าเป็นใคร  แต่อารมณ์ตอนนี้มันไม่อยากแตะต้องโทรศัพท์เอาเสียเลย  เมื่อเสียงเตือนดังอีกรอบ  หล่อนจึงคว้าโทรศัพท์ออกมารับสายด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดี

           “สวัสดีค่ะเสี่ย  พิ้งกี้คงไปไม่ไหวแล้วล่ะคะ”

           “..................”

           “พอดีประสบอุบัติเหตุนิดหน่อย  ขอโทษด้วยนะค่ะ  สวัสดีค่ะ”หล่อนกดปุ่มวางสายทันทีที่พูดจบ  ก้มหน้านิ่งเหมือนเสียดายอะไรสักอย่าง  แล้วจึงพยายามดันร่างขึ้นยืน  ทรงตัวอยู่สักพัก  ปัดคราบฝุ่นละอองออกจากเสื้อผ้า  จึงค่อยๆเดินเท้าเปล่า  กระโผกกระเผกกลับสู่ชั้นบน  ทิ้งรองเท้าส้นสูงคู่นั้นเอาไว้เบื้องหลังโดยไม่แยแส      .           

                        

             

 

                                                  

 

           .......................................................................................................................................

โดย กฤตบวรวิชญ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net