วันที่ ศุกร์ กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จาก Moon Shadow ถึง เงาดวงจันทร์


          ยูซุฟ อิสลาม (Yusuf Islam) ซึ่งครั้งหนึ่งคือนักร้องชื่อดังนาม Cat Stevens หันหลังให้วงการเพลงในช่วงที่เขาโด่งดังที่สุด เมื่อคราวเป็นนักร้อง เขาเขียนและร้องเพลงฮิตมากมายของยุค 70 รวมทั้ง ไม่ว่าจะเป็น Peace Train, The First Cut Is the Deepest หรือแม้กระทั่งเพลง "Moonshadow" ต้นฉบับของเพลง "เงาดวงจันทร์" เสียงร้องของ "อารักษ์ อาภากาศ" ที่คุณกำลังได้ยิน (ได้ยินหรือเปล่าหว่า?)

          ที่น่าทึ่งคือเพลงของเขาขายได้ถึง 60 ล้านแผ่น แต่หลังจากเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามในปี 1977 และเปลี่ยนชื่อเป็น Yusuf Islam เขาก็พักจากการร้องเพลงหันเข้าหาศาสนาเต็มตัว และกลับมาอีกครั้ง กับอัลบั้ม "An Other Cup" ในปี 2006 เป็นอัลบั้มแรกในรอบเกือบ 30 ปี

          Yusuf Islam มีนามเดิมว่า สตีเว่น ดิมิทรี จอร์จิอู (Steven Dmitri Georgiu) ถือกำเนิด ณ กรุงลอนดอน ในปี 1948 พ่อเป็นชาวกรีก แม่เป็นชาวสวิส พ่อแม่เขาเป็นเจ้าของภัตตาคาร เขาเริ่มแต่งเพลงตั้งแต่อายุ 12 ปี แฟนสาวคนแรกบอกว่าเขามีดวงตาเหมือนแมวซึ่งเขารู้สึกชอบมาก และเมื่ออายุได้ 18 ปี Cat Stevens ก็ออกอัลบั้มเพลงชุดแรก ดังเป็นพลุ พร้อมทั้งทัวร์คอนเสิร์ตทั่วยุโรป

          จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อเขาพบว่าตัวเองเป็นวัณโรคอย่างรุนแรง ภาวะใกล้ตายเช่นนั้นก่อจินตนาการท่วมท้น ช่วงพักฟื้นเขาเขียนเพลงมากกว่า 40 เพลง รวมทั้งเพลงที่ทำให้เขาเป็นตำนานในโลกดนตรีจนถึงทุกวันนี้ เขามีเป้าหมายจะเป็นดาวดวงเด่น แล้วเขาก็ทำได้ แต่ในปี 1975 ขณะที่เขาว่ายน้ำออกจากชายหาดมาลิบู คาลิฟอร์เนีย ภาวะใกล้ตายอีกครั้งหนึ่งได้ชี้ให้เขาเห็นถึงเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต เขาจึงพยายามแสวงหาศาสนาที่เหมาะสำหรับเขา ทั้ง พุทธ เต๋า ไปจนถึงโหราศาสตร์ แต่เมื่อพี่ชายของเขามอบอัล-กุรอานให้เขา ชายผู้ซึ่งกำลังแสวงหาก็เจอเข้ากับคำตอบในที่สุด ในขณะที่ช่วงนั้นเขาก็ยังโด่งดังอยู่ในวงการเพลง และทำให้เขาคิดว่าไม่สามารถแบ่งเวลาให้ทั้งศาสนาและอาชีพได้

          ในเดือนพฤศจิกายน ปี 1979 ที่เวมบลีย์สเตเดี้ยม กรุงลอนดอน เมื่อเขาขึ้นไปบนเวทีในชื่อของ Cat Stevens แต่เดินลงจากเวทีในภาพของ Yusuf Islam และไม่จับกีต้าร์อีกเลยเป็นเวลากว่า 20 ปี แล้วหันไปทำงานเพื่อรับใช้พระผู้เป็นเจ้าตามที่เขาสัญญาไว้เมื่อตอนที่เขากำลังจะจมน้ำตายนอกชายฝั่งมาลิบู เขาเปิดโรงเรียนอิสลามแห่งแรกของลอนดอน รวมทั้งทำมูลนิธิเพื่อการกุศลช่วยเหลือเด็กกำพร้าทั่วโลก และแต่งงานในปีเดียวกันกับ เฟาเซีย อาลี สตรีมุสลิม ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 5 คน

          เมื่อถูกถามเรื่องความตึงเครียดด้านศาสนาที่กระจายไปทั่วโลกในปัจจุบัน เขาบอกว่า

         "ผมไม่คิดว่าพระผู้เป็นเจ้าส่งศาสนฑูตและคัมภีร์มาให้เรา เพื่อที่จะให้เราทะเลาะกันเรื่องศาสนฑูตและคัมภีร์ทั้งหลาย แต่ทั้งศาสนฑูตและคัมภีร์บอกให้เราอยู่รวมกันอย่างสันติ หากเราเมินเฉยต่อคำสอนเหล่านี้ไม่ว่าคุณจะนับถือศาสนาอะไรก็ตามเราก็ยิ่งพบว่าโลกเรายิ่งยุ่งเหยิงกว่าเดิมซะอีก"

           และเพราะบรรยากาศเช่นนี้แหละ ทำให้ชายผู้ซึ่งเคยเขียนเพลง "Peace Train" (รถไฟสายสันติภาพ) เมื่อหลายสิบปีก่อนได้ตระหนักว่าเขาควรจะกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง เมื่อวันหนึ่งที่ลูกชายของเขาถือกีต้าร์เข้ามาในบ้าน หลังจากที่เขาได้บริจาคกีต้าร์ให้การกุศลไปหมดแล้วในปี 1979 และไม่เคยจับมันอีกเลย เขาเล่าถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นว่า

          "แล้ววันหนึ่ง.. เมื่อทุกคนกำลังหลับใหลไม่มีใครเห็น ผมก็จับมันขึ้นมา.. แล้วผมก็พบว่าผมยังรู้ว่าจะวางนิ้วไว้ตรงไหน ผมเลยคิดว่า.. บางทีผมมีอีกงานหนึ่งต้องทำแล้ว"

          แล้วผลงานอัลบั้ม "An Other Cup" จึงเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2006 ซึ่งเป็นอัลบั้มแรกหลังจากที่หันหลังให้กับชีวิตคนดนตรีมาเป็นเวลานานเกือบ 30 ปี ลองค้นหาความหมายของเพลงทั้ง 2 เวอร์ชั่นกันตามจินตนการของใครของมันดูนะครับ ผมเชื่อว่าน่าเราน่าจะได้อะไรจากมัน อย่างน้อยก็ช่วยประเทืองปัญญาของเราได้บ้างไม่มากก็น้อย และขอให้ทุกท่านมีความสุขกับทางเดินของชีวิตที่สั้นลงเรื่อยๆ

          จนถึงวันนั้นของชีวิต..

ขอให้ทุกชีวิตจงสถิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามครับ
ฅ น ผ่ า น ท า ง

หมายเหตุ
- ข้อมูล : เรียบ-เรียง-ดัด-แปลง-ต่อ-เติม-ตัด-แต่ง จาก http://www.newmuslimthailand.com
- ภาพ Cat Stevens จาก http://germany.real.com
- ภาพ อารักษ์ อาภากาศ โดย Mookie ศรีอรัญฯ


Moon Shadow
-------------------------------
โดย : Cat Stevens

Yes, I'm being followed by a moonshadow
Moonshadow, moonshadow
Leaping and hopping on a moonshadow
Moonshadow, moonshadow

And if I ever lose my hands
Lose my plow, lose my land
Oh, if I ever lose my hands
Oh, if - I won't have to work no more

And if I ever lose my eyes
If my colors all run dry
Yes, if I ever lose my eyes
Oh, if - I won't have to cry no more

Yes, I'm being followed by a moonshadow
Moonshadow, moonshadow
Leaping and hopping on a moonshadow
Moonshadow, moonshadow

And if I ever lose my legs
I won't moan, and I won't beg
Oh, if I ever lose my legs
Oh, if - I won't have to walk no more

And if I ever lose my mouth
All my teeth, north and south
Yes, if I ever lose my mouth
Oh, if - I won't have to talk-

Did it take long to find me?
I ask the faithful light
Oh, did it take long to find me?
And, are you going to stay the night?

I'm being followed by a moonshadow
Moonshadow, moonshadow
Leaping and hopping on a moonshadow
Moonshadow, moonshadow

Moonshadow, moonshadow
Moonshadow, moonshadow

เงาดวงจันทร์
-------------------------------
โดย : อารักษ์ อาภากาศ

ฉันเดินทางตามเส้นทางของดวงจันทร์ ตามเส้นทางของดวงจันทร์
ประสบหรือพลาดหวังตามแต่เงาของท่าน ตามแต่เงาของท่าน

ถ้าหากฉันเพียงแต่ขาดแขนไป หมดน้ำใจขาดที่พึ่งพิง
หากฉันเพียงแต่ขาดแขนไป.. โอย..
ฉันคงไม่ต้องไปทำงาน คงไม่รู้จักทำงานด้วย
ถ้าหากฉันเพียงแต่ขาดแก้วตา มองหนใดไม่นำพา
หากฉันเพียงแต่ขาดแก้วตา.. โอย..
ฉันคงไม่ต้องนั่งร้องไห้ คงไม่รู้จักร้องไห้

ฉันเดินทางตามเส้นทางของดวงจันทร์ ตามเส้นทางของดวงจันทร์
ประสบหรือพลาดหวังตามแต่เงาของท่าน ตามแต่เงาของท่าน

ถ้าหากฉันเพียงแต่ขาดลิ้นไปนะ บอกถามใครไม่นำพา
หากฉันเพียงแต่ขาดลิ้นใน.. โอย..
ฉันคงไม่ต้อง..

อีกนานไม่เล่าที่คุณจะถามฉัน ฉันตอบไปแล้วก็มากมาย
อีกนานไม่เล่าที่คุณจะถามฉัน คำตอบคงสาแก่ใจ

ก็ฉันจะบอกให้
ฉันเดินทางตามเส้นทางของดวงจันทร์ ตามเส้นทางของดวงจันทร์
ประสบหรือพลาดหวังตามแต่เงาของท่าน ตามแต่เงาของท่าน

ตามแต่เงาของท่าน..

>

โดย ฅนผ่านทาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net