วันที่ ศุกร์ กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สันติภาพแห่งสงคราม


ณ โรงละครศิลปศาสตร์ วันที่ 16 เดือน 2 ฉันได้เข้าชม ภาพยนตร์แห่งความหวังและศรัทธา ที่การันด้วยรางวัล จาก เบอร์ลิน Turtles Can Fly ปรารถนา ไฟสงครามและความอยู่รอด

กำกับโดย Bahman Ghobadi

เขียนโดย Bahman Ghobadi

นำแสดงโดย

 Soran Ebrahim  Satellite

 Avaz Latif   Agrin

 Saddam Hossein Feysal     Pashow

 Hiresh Feysal Rahman    Hengov

 Abdol Rahman Karim    Riga

 Ajil Zibari    Shirkooh

สร้างโดยประเทศ  Iran / France / Iraq

เป็นภาพยนต์ประเภท Drama / War

 

ภาพยนตร์ที่กล่าวถึงการต่อต้านสงครามอย่างเข้มข้น หนึ่งในภาพยนตร์เรื่องแรกๆ ที่พูดถึงภาระหลังสงครามอิรัก เรื่องราวของเด็กๆ ในสงคราม 6 ชีวิต ที่อาศัยในค่ายผู้อพยพชาวเคิร์ดและได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกเขาหลังการรุกรานของอเมริกา และส่งผลถึงพวกเขาอย่างไร มุมมองของเด็กๆ ต่อสงครามทำให้หนังเรื่องนี้ต่างไปจากหนังสงครามเรื่องอื่นๆ นอกจากนี้เอกลักษณ์เฉพาะตัวของกลุ่มเด็กๆ และสถานที่ถ่ายทำ ก็สร้างความพิเศษให้กับเรื่องนี้ และนี่คือหนังที่เป็นตัวแทนของอิหร่าน บนเวทีออสการ์ ปี 2005 ในสาขาภาษาต่างประเทศ โดยฝีมือของ Bahman Ghobadi ผู้สร้าง Moroonedinlraq 2003 และ A time For Drunken Horses 2004       

 

เนื้อเรื่องในภาพยนตร์เผยให้เห็นภาพ 1 วันก่อนสงคราม ที่เริ่มโดยประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช ภายใต้ฟ้าสีคราม ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยเต้นท์ที่พัก และรั่วหนาม เด็กชายนาม Satellite ได้ดูแลกลุ่มเด็กๆ เข้าไปทำงานเก็บกู้ทุ่นระเบิด เด็กชายวัยรุ่นคนนี้ทำการต่อรองราคา รับใบสั่ง และติดตั้งจานดาวเทียมที่เพื่อรับข่าวสารเกี่ยวกับสงครามในประเทศเขาจากโลกภายนอก

         

แต่อย่างไร ก็ยังมีช่องทางอื่นที่จะรับข่าวได้อีก นั่นคือ การมาถึงของ Hengov ผู้อพยพผู้เสียแขนทั้งสองข้างไป น้องสาวของเขา Agrin และเด็กชายตัวน้อยอีกหนึ่งคน Hengov ผู้มีสายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง แต่ในสายตาของ Agrin นั้นกลับว่างเปล่า เพราะสงครามได้พรากความหวังนั้นไปจากเธอ

 

ท่ามกลางความอดอยาก ความขัดสน ความทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ แม้แต่แผ่นดินก็ไม่มีให้พักพิง เด็กชายวัย 13 ปี "แซทเทลไลท์" ผู้ลี้ภัยชาวเคิร์ดในค่ายอพยพที่พรมแดนอิรัก-อิหร่านได้เป็นผู้นำให้กับกลุ่มเด็กๆในค่าย หาทางเก็บเกี่ยวข่าวสารของสงครามภายในประเทศจากโลกภายนอกเพื่อหาทางมีชีวิตต่อไป พวกเขาสอนให้หลายคนได้รู่ว่าแม้ไฟสงครามก็ไม่อาจเผาผลาญความปรารถนาในการอยู่รอดของมวลมนุษย์ไปได้

 

ฉันคิดว่า อารมณ์ของหนังหดหู่เอาการ และอาจจะมากกว่านั้น ถ้าหากฉันรู้เรื่องราว background ของหนังมากกว่านี้ แกนของหนัง นำเสนอมุมการเอาตัวรอดในภาวะสงคราม จะเอาชีวิตให้รอดภายในแคมป์ผู้อพยพชาวเคิร์ดได้อย่างไร  เป็น "หนังเด็ก" คือ มีแต่เด็กมาแสดง แต่จะหาความสดใสแบบ แฟนฉัน ไม่ได้เลย

และความเป็น ดราม่าสูง แต่ดูๆไปบางตอน ฉันลืมตัวคิดว่าดูสารคดี เพราะว่าตัวละครแต่ละคนนั้นเล่นได้เหมือนกับชีวิตของเขาเป็นแบบนั้นจริงๆ เด็กแขนด้วนเล่นได้เรียกน้ำตา เด็กขาด้วนก็เล่นได้แบบที่ดูแล้วรันทดในบางฉาก โลกเราทำไมช่างโหดร้ายเหลือเกิน  ดูหนังเรื่องนี้แล้วทำให้คิดถึงคำพูดที่กล่าวว่า เกิดสงครามพันครั้ง เด็กก็ยังยิ้มได้

โดย crazy-crazy

 

กลับไปที่ www.oknation.net