วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Animal Fantasia.. ตายจริง เจ็บจริง ไม่มีสลิง ไม่มีตัวแสดงแทน.. ภาค 3


เพียงเสือย่างเหยียบ ป่าก็เงียบเสียสนิท...

ไ อ้ลายพาดกลอนตัวยาว ขาแข้งใหญ่โต.. หัวมันใหญ่กว่าลูกบาสเกตบอล...

ลำตัวมองรวมๆ ไม่เล็กกว่า Harley davidson คันใหญ่ๆ

เช่นกัน.. เสือตัวนี้ก็เคยอยู่ป่า.. อาจจะตั้งแต่ยังเล็ก

แต่ ก็คงไม่เล็กเกินจะพอจดจำสิ่งใดได้

ไม่เล็กเกิน เคยเห็นป่าแท้ๆ ป่าดง..

ผมยืนนิ่ง ป่าไผ่รอบตัวดูวังเวง...

ไ อ้ลาย จ้องผมมาจากด้านท้ายกรง.. ตาเขม็งเกลียวไม่สบอารมณ์ .. คำรามในลำคอ

ผมกลืนน้ำลายไม่รู้ตัว.. ถอยเท้าห่างกรงออกมา ตานั้นยังจ้อง เหมือนมนต์สะกด

ถ้าไม่เคยเห็น จะไม่เข้าใจเลย.. ว่า รังสีแห่งเจ้าป่าเป็นเช่นไร..

ดวงตาเสือตามกรงสวนสัตว์ ไม่เคยเป็นเช่นนี้.. ผมยืนยัน เพราะเห็นมาตั้งแต่ยังเด็กๆ

ในวินาทีนั้น รู้สึกกลัว.. และ รู้สึกว่า นี่แหละที่เรียกว่าเจ้าป่าที่แท้จริง..

ที่เพียงย่างเท้าไป ใบไม้ไหวก็หยุดนิ่ง .. แมลงยังหยุดกรีดปีก

ผมเคย มีเพื่อนเป็น พรานเก่า สุดท้ายมาเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้..คนอุทัยธานี.. ตัวเล็ก ดำ แต่แกร่ง..แบบชาวบ้านไทยแท้

ตาเข .. ตาส่อน สองข้างไม่สามัคคี.. คุยกับเรา แต่ตาไพล่ไปเดาทางลำบาก.. คุยกันต้องมองสักตานึงอย่ามองสองข้าง

เขาเล่าว่า เคยเข้าป่าล่าสัตว์ วันหนึ่งได้ยินเสียงเก้งร้อง.. บนยอดเนิน ก็ร้องเลียนเสียง ตามเข้าไป เข้าไป จนใกล้ ต้องคลาน..

เสียงเก้งใกล้เข้ามา.. เขาค่อยๆคลาน จนเกือบสุดเนิน

เหนี่ยวแขนดึงตัว ปีนชะง่อนหินสุดท้าย..

 โผล่พรวดปะเข้ากับตู ดเสือโคร่งตัวเบิ้มเต็มหน้า ห่างไม่เกินสองเมตร..

เสือนั่งสบายใจ บนตอไม้เก่าๆหันหน้าไปอีกทาง.. แกว่งหางไม่ทันได้กลิ่นคน...

ปืนมีในมือ แต่ เหมือนหมดแรงแบก.. เหงื่อกาฬแตกท่วมตัว

ค่อยๆกัดฟัน คลานถอยลงมาจากตรงนั้น.. จนพ้น

แทบขาดใจตาย...

และ ความกลัวสุดขีดทำให้ตาเข..มานับแต่วันนั้น..

ผมพอเข้าใจความรู้สึก.. ตรงหน้ากรงวันนั้นนั่นเอง

ภาพนี้ เป็นสิ่งที่สะเทือนในหัวใจอย่างยิ่ง.. สิ่งนี้ยังมีอยู่ ทั้งทางลับและทางแจ้ง
 
เราไม่รู้เลยว่า วินาทีนี้ ที่เรานั่งกดแป้นพิมพ์กันอยู่นี้
ดาบคมกำลังปาดคอเสืออยู่ที่ไหนบ้าง.. ปืนผูกยังง้างรออยู่ที่ไหนอีก
ตัวนิ่มอีกกี่ร้อยตัว กำลังลำเลียงมาในรถร้อนระอุ เพื่อไปตายที่ไหนสักที่ ก่อนจะป่นร่างกายกลายเป็นยาโป๊ว ชูพลังเพศให้คนที่อยากแข็งแรงเปรียบยอดมนุษย์
จะมีใครหยุดเรื่องเหล่านี้ได้หรือไม่ ?
เจ้าหน้าที่จะสามารถตรวจพบแล้วหยุดพวกเขาได้ไหม ?
มีอะไรที่เราจะช่วยหยุดสิ่งเหล่านี้ได้บ้าง.. ?
นอกจากคำว่าเสียใจ
นอกจากคำต่อว่าที่ได้ระบายออกมา ต่อใครคนที่กระทำ..
สิ่งเหล่านี้ หยุดฆาตกรรมไม่ได้ครับ ตราบใดที่เรายังไม่สามารถนำคำว่า เมตตา มาทำความเข้าใจให้ถ่องแท้
ภาพนี้ ให้นัยสำคัญบางอย่างไว้ด้วย.. ว่า .. การล่าไม่ได้จำกัดไว้แค่ความเชื่อเดิมๆอีกต่อไป.. หำเสือโคร่งไม่พอเพียงแล้ว.. เอาเสือลายเมฆด้วยก็ได้
เอาหมด..
นสพ.สวิสเซอร์แลนด์ มีเนื้อข่าวสั้นๆ( นสพ.ไทย สั้นกว่านี้อีก) ว่า ตำรวจได้จับชายชาวมาเลเซีย ได้พร้อมซากเสือเหล่านี้ ซึ่งกำลังจะลำเลียงไปประเทศจีน ด้วยความเชื่อว่า จะไปทำเป็นยาบำรุงทางเพศ ภาพข่าวนั้นรายงานไว้สั้นๆ แต่ไม่ลืม ที่จะบอกด้วยว่า จับได้ที่ หัวหิน ประเทศไทย
(สถานที่ซึ่ง จะมีการประชุมผู้นำอาเซียนเร็วๆนี้แหละครับ)
........................................
น่าคิด น่าคิด.. ว่า เสือเหล่านี้มาจากไหน ?
เราได้ยินมาหลายครั้งมากแล้ว ว่ามีการลักลอบนำสัตว์ป่ามาจากทางภาคใต้ของไทย ผ่านไปทางเหนือ เข้าสู่ประเทศจีน
ผมได้ทราบรายละเอียดมาเล็กน้อยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง สามารถสกัดจับการลำเลียงครั้งนี้ ได้ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์
และ ซากสัตว์ทั้งหมด ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจ DNA อยู่ที่กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ
เพื่ออาจจะทราบได้ว่า สัตว์ผู้โชคร้ายเหล่านี้ เดินทางมาจากไหน.. ถ้ามาจากในเขตไทย ก็อย่างน้อย คงเป็นป่า ฮาลาบาลา ไม่ก็ป่า เขาบูโด.. บริเวณที่มีความรุนแรงอยู่หลายปีแล้วนี่แหละ
ถ้าไม่เช่นนั้นก็คงข้ามมาจาก มาเลเซีย หรือกระทั่งอินโดนีเซีย.. มาไกลเกินคาดจริงๆ
ไม่ว่าพวกเขาจะมาจากไหน.. นี่นับเป็นสิ่งที่เราควรเสียใจอย่างยิ่งครับ

โดย Hoopoeman

 

กลับไปที่ www.oknation.net