วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อยุธยาวิจิตรแห่งจินตนาการ ภาค ปฐมกาล..ลำนำลำน้ำ


เคยไปเที่ยวอยุธยามั๊ยครับ ????

คงน้อยนักที่จะตอบว่าไม่เคย... ผมเองก็เป็นร้อยครั้งได้กระมัง ตั้งแต่เด็กมาจน เป็นหนุ่มทุกวันนี้

ครั้งล่าสุด ก็หลายเดือนแล้วครับ... แต่อยากเอามาเล่าสู่ฟังกันที่นี่ด้วย

เป็นสองวันที่กรุงเก่า กับ. เพื่อนเก่า.. อีก เพื่อนใหม่.. ซึ่งอาจเก่ากันมาแต่ปางก่อน..

ป่าสักยังไหลเย็นกลางใจ.. ลพบุรียังแว่วกาพย์เห่เรือ.. เจ้าพระยายังครึกครื้นเรือสำเภาโพ้นทะเล..

ผมเชื่อว่าพวกเราได้ยิน...

รอยย่างย่ำของเรา.. ได้ประสานกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวกับอดีต....

หากการวนเวียนผูกพันกัน.. มีจริง..พวกเราก็คงต้องเจอกันทุกชาติไปเช่นนี้แล..

วิจิตรแห่งจินตนาการได้จำหลักลงแก่ใจพวกเราทุกคนแล้ว..

วิจิตรแห่งมิตรภาพจะยืนยันย้ำเตือน..

เช้านั้น ล่องเรือทวนน้ำไปทางป่าสัก.. จากหลวงพ่อพนัญเชิง.. วนซ้ายเกาะเมือง.. กัปปิตัน อ้วนรับหน้าที่ สตาร์ตไม่ติด.. ตั้งแต่ดาบแรก.. และ ไมค์เสียเป็นดาบสอง  กำเนิดอยุธยาจากเพื่อนชู (วิทยากรรับเชิญ) ก็เลยเล่นเอาแหบแห้งเพราะต้องตะเบ็งแข่งเสียงเรือ..

แกปปิตันอ้วน.. หน้าวัดพนัญเชิง..

เราเลือกที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นย้อนอดีต.... ด้วยว่า วัดแห่งนี้เกี่ยวพันกับ อโยธยา เมืองที่เกิดขึ้นก่อนกรุงศรีอยุธยาด้วยซ้ำ..

เส้นทาง ใครหลายคนที่เคยไปอยุธยา ก็คงนึกภาพตามได้ง่ายหน่อย ก็คือ เราลงเรือที่วัดพนัญเชิง ด้านใต้เกาะเมืองครับ แล้ววิ่งวนไปทางขวา ขึ้นทิศเหนือ โดยมี เกาะเมืองอยุธยาอยู่ด้านซ้ายมือไปตลอด...

คลองคูเมือง หรือ แม่น้ำลพบุรีเดิม..บริเวณใกล้ๆตลาดหัวรอ ความที่แม่น้ำช่วงนี้ค่อนข้างแคบ .จุดนี้จึงนับเป็นจุดอ่อนของอยุธยาอย่างหนึ่ง เมื่อเกิดสงคราม..

คราวเสียกรุง ครั้งที่ 2 กำแพงเมืองก็ทรุดลงจนพม่าเข้าภายในพระนครได้ ก็แถวๆนี้ ..

แม่น้ำลพบุรี คงเต็มไปด้วยเรือหลวง ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ยามเสด็จไปลพบุรี..

เรือนแพ เรือนปลูก ก็คงเรียงรายไปแน่นริมตลิ่ง

วันนี้เงียบสงบ.. ร่มรื่นน่าอิจฉา

แม่น้ำลพบุรีที่หน้าวังหลวง.. ใกล้ท่าราชวรดิษฐ์ มีวัดเล็กๆที่มีประวัติเกี่ยวกับกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่ง

ขณะยังเยาว์วัย พระองค์ได้เคยอาศัยในร่มอารามแห่งวัดเชิงท่าแห่งนี้.. และ ได้แสดงบุญญาบารมีพิเศษบางประการให้ประจักษ์

ใครจะรู้ว่าหลังจากนั้น อยุธยาอันเรืองรองจะจมใต้เถ้าทะเลเพลิง... มหานครถึงกาลล่มสลาย

และ ชายคนที่เกือบตายที่แม่น้ำแห่งนี้ กลับกลายเป็นผู้กู้เอาชาติ ฟื้นคืนได้ดังเดิม..

ลวดลายงานไม้ และ ภาพจิตรกรรมไทยที่ฝาผนัง มีการเพิ่มเติมบูรณะขึ้นหลายครั้งในสมัยหลัง..

ต้นไม้กลายเป็นธรรมมาตรอันงดงามวิจิตร.. สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจริงทางจิตวิญญาณ

ทั้งของช่างศิลป์ผู้รังสรรค์ และ คนที่นั่งอ่านใบลานบนนั้น..

ถ้าหัวจิตหัวใจเข้มข้นกันไปทั่วตัวคนแบบนี้

บ้านไหนเมืองไหนก็คงไม่ตกต่ำลงได้หรอก..

จากเกาะเมืองด้านทิศเหนือ.. ที่แม่น้ำมีขนาดเล็ก เมื่อล่องเรื่อยมาทางตะวันตกสักหน่อย ก็บรรจบเข้ากับแม่น้ำใหญ่ที่พุ่งมาแต่ทางอ่างทอง

เจ้าพระยามาถึงกรุงศรีอยุธยา แถวที่เรียกว่า ตำบลหัวแหลม - ประตูชัย.. น้องของยายแท้ๆของผมเคยอยู่ที่นี่ แกตายไปแล้ว

ผ่านวัดกษัตราธิราช.. เจดีย์สุริโยทัย.. ก็จะได้เห็นวัดไชยวัฒนาราม

เจ้าพระยากว้างใหญ่.. เมื่อคราวที่เต็มไปด้วยต่างชาติเข้ามาอาศัย ทำการค้า คงครึกครื้น..

ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไปจนทิศใต้ของเกาะอยุธยา.. เป็นแผ่นดินที่พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา

ได้ประทานอนุญาต ให้ชาวต่างชาติได้ตั้งหลักแหล่งอาศัยอยู่ได้..

ในภาพคือ โบสถ์คริสเตียน เซนต์โยแซฟ..

ความกว้างใหญ่ของแม่น้ำหมายถึง ความสะดวกของการคมนาคมของเรือที่มีขนาดใหญ่..

ในอดีตเรือที่มาจากต่างทวีปจำนวนมาก โต้คลื่นลมทะเลเพื่อมาให้ถึงที่นี่..

ปัจจุบันความเจริญลบเลือนบทบาทของแม่น้ำด้านนี้ลงไปแทบสิ้นแล้ว ที่ยังเหลืออยู่บ้างก็น้อยอย่าง

เช่น พวกเรือขนทราย ขนหิน ซึ่งยังจำเป็นต้องใช้แม่น้ำในการขนถ่ายของที่มีน้ำหนักมากๆ

ในภาพเรือลอยสูง คงเป็นเรือเปล่า.. เพราะหากบรรทุกกันจนเพียบจริงๆแล้ว เรือนี้ก็พ้นน้ำเพียงเมตรเดียวเท่านั้น.. เรือพวกนี้จะขนของหนักยามน้ำล่องลง และ จะหยุดพักเมื่อน้ำขึ้น

การทวนน้ำไปได้ช้ามาก และ สิ้นเปลืองน้ำมัน..

ไกลๆนั่น วัดพุทไธสวรรค์..

(โปรดติดตามตอนต่อไป .. เราจะขึ้นบกที่ วัดพุทไธสวรรค์กัน )

โดย Hoopoeman

 

กลับไปที่ www.oknation.net