วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อยุธยาวิจิตรแห่งจินตนาการ ธรรมะ + ชาตะ + ศิลปะ..


บ่ายแดดเปรี้ยง.. เราก็ปักหลักที่ วัดไชยวัฒนารามเอาลมแม่น้ำพัดวี 

แดดร้อน.. ลมอ้าว..  อยู่ใต้ต้นไม้ยังไม่เย็น.. แต่ร่มเงาเจดีย์เย็นกว่า..ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ...

การเดินทางที่เราเรียกว่า อยุธยาวิจิตรแห่งจินตนาการ ผนวกเอาไว้ด้วยหลายสิ่งหลายอย่างครับ..

ประวัติศาสตร์ของคน ของ อาณาจักร เป็นเหมือนเชื้อ เหมือนพลังเพื่อเสริมจินตนาการทางศิลปะ..

เพราะเชื่อว่า ธรรมชาติ คือ ต้นทางของทุกสิ่ง .. แม่น้ำสามสาย กำหนดแล้วให้อาณาจักรหนึ่งๆดำเนินไปอย่างไร ตังแต่ต้นจนจบ

คนเป็นเพียงตัวละครเล็กๆที่มีบทบาทร่วม...เท่านั้น

พวกเราไปอยุธยา ก็เพื่อจะได้ซึมซับรับเอา และ ทดลองได้หัดถ่ายทอดจินตนาการ ถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อสิ่งที่ได้รับรู้ ผ่านศิลปะ.. โดยพี่คนหนึ่งรับช่วงเป็นผู้แนะนำให้

สกนธ์  แพทย์กุล หรือ พี่ทิด..  สอนสั้นๆหัดให้ร่างเส้นด้วยมือ.. ลองจึงรู้ ไม่ลองก็คงไม่รู้..

ถามก็จะตอบ.. ไม่ถามก็จะไม่ตอบ...

กะหรี่พัฟ.. สระบุรี น้ำแดงเด็กนรกสีน้ำเงิน (เฮลล์บลูบอยส์) และ ไก่ย่างข้าวเหนียวของพวกเด็กหลังห้องสร้างบรรยากาศ ห้องเรียนศิลปะ

ให้เหมือนว่าเรียนกันข้างๆร้านลาบ..อย่างไรอย่างนั้น.. แซ่บอีหลีตั๊ว..

ครูคนแรก ก็ย่อมมาจากธรรมชาติ...

ทุกคนได้ฝึกมือ ด้วยครูลูกสำโรง.. ปากอ้า ไม่ต้องฆ่าก็ตายเอง.. ผลของต้นไม้สกุลต้นปอ ซึ่งเมื่อแก่จะแห้งแล้วแตกอ้า ดีดเมล็ดภายในกระเด็นไป

นั่งตรงไหน ก็ให้เขียนตรงนั้น มุมไม่เหมือนกัน แสงก็ย่อมไม่เหมือนกัน

ธรรม... ชาตะ... ศิลปะ... 

ว่างและเต็ม.. เงียบและเคลื่อนไหว... ขาวและดำ.. จังหวะและเวลาเป็นสิ่งสำคัญ เป็นสิ่งที่ ชาตะ ตาม กาละ.. และ ดำเนินไปตามทาง ธรรมะ..

วัดไชยวัฒนาราม คือ สุดยอดของสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาชิ้นหนึ่ง..

เป็นชิ้นเอก.. ด้วยผังโครงสร้างอันสมบูรณ์ตามความคิดความเชื่อ.. จักรวาลวิทยา..

หาชมที่สมบูรณ์เต็มทรงแบบนี้ที่อื่นๆในสยามประเทศ.. ยากครับ..

วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง (พระราชบิดาของสมเด็จพระนารายณ์)

ถือเป็นช่วงปลายของกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง.. เพราะเมื่อสิ้นแผ่นดินพระนารายณ์แล้ว

พระเพทราชา ก็ทรงครองราชย์ และ นับเป็นราชวงศ์สุดท้ายก่อนเสียกรุงครั้งที่ 2

ในภาพ เจดีย์องค์ย่อมตรงกลาง ที่เอียงเล็กน้อย.. ภายในบรรจุพระอังคารของ กวีเอกของยุคสมัยคนหนึ่ง

เจ้าฟ้ากุ้ง.. เจ้าของกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานอันลือเลื่อง.. พระองค์ต้องราชอาญาโบยจนสิ้นพระชนม์

หากมิเป็นเช่นนั้นแล้ว พระองค์ก็มีศักดิ์และสิทธิ ในราชสมบัติเช่นเดียวกัน..

ค่ำแล้วที่ป่าสัก..

อิ่มข้าวปลามาจากตลาดเจ้าพรหมแล้ว ก็มาหย่อนอารมณ์ ด้วยเรื่องราวต่างมุมมอง..บริเวณที่พัก ใกล้ๆกันนั่นแหละ

พี่เมฆาลัย และ พี่อุ๊ จากราชบุรีร่วมสมทบ..ศิลปินธรรมชาติชวนคุยแปลกๆ ให้ทุกคนตั้งชื่อใหม่.. จินตนาการกันตั้งแต่ชื่อตัว..ให้พ้นกรอบคิดเดิม..

การกลับไปคุยกันในเรื่องโบราณ หัวใจต้องทันสมัยสุดๆ..

คืนนั้น เหลือสามคนนั่งเงียบสงบใต้ร่มนุ่นใหญ่ถึงตีสอง.. ในบริเวณที่พระเจ้าตากแหกวงล้อมพม่าออกไปเมื่อ สองร้อยกว่าปีก่อน.. ยิ่งสงบสงัด ก็ยิ่งเหมือนว่าจะได้ยินเสียงป่าสัก..

ตาจับไปที่ลำน้ำอ้อยอิ่ง..

ไม่เสียดายเลยที่ต้องนอนดึก..

(ภาพด้านบนติด rate น.13 ผู้ปกครองควรแนะนำ เพราะอาจมีภาพ (ขวด) และ เสียง (ฮา)เล็ดลอดได้)

(ติดตามตอนต่อไปครับ เราข้ามคืนนั้นอย่างสนุกสนานและดึกดื่น)

โดย Hoopoeman

 

กลับไปที่ www.oknation.net