วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นิทานเล่มเก่าๆ ของฉัน


คุณๆ ชอบหนังสือเด็กกันไหม...
ช่วงนี้ฉันยังไม่ได้วาดอะไรใหม่ เอาของคนเก่งๆ ที่วาดๆ มาแบ่งกันดูนะค่ะ



แล้วอย่าพึ่งหาว่าเพราะฉันมีเจ้าตัวเล็กนะ ถึงได้สนใจหนังสือเด็กๆ
ฉันหลงไหลเรื่องราวเรียบง่าย เส้นสายน่ารักที่ตั้งใจสื่อสารกับคนตัวน้อยๆ อยู่แล้ว
เด็กมักมีโลกอีกใบที่พวกเขาสร้าง โลกใบเล็กในมุมมองของเขา ที่บางทีพวกผู้แก่อย่างเราอาจเข้าไม่ถึง

วันนี้..ฉันมีหนังสือนิทานเด็กที่น่ารักมากมาฝาก

เรื่องแรก...the Ghost Family meets Its Match
ลายเส้นอาจไม่ได้สวยงามที่สุด แต่ฉันก็ชอบ เรื่องราวที่สื่อสารก็โดนใจซะเหลือเกิน ปกติฉันสนใจเรื่องของภูติผีปีศาจในตำนานไม่น้อย เล่มนี้เลยโดนเป็นพิเศษ ตลกดีที่เรื่องของปีศาจกลับเอามาทำนิทานเด็กๆ ได้... สุดยอดมากเลย

ฉันเจอหนังสือเล่มนี้ตอนเดินเล่นคลองถม (อีกแล้ว) สายตาฉันมักสอดส่ายมุมหนังสือเก่าๆ 20 บาท 50 บาท บางเล่มสภาพยังดี  ถูกด้วย ที่สำคัญกว่านั้น ถูกใจ  ฉันซื้อมาราคา 50 บาท มันเป็นหนังสือเก่าๆ ที่คงปลดเกษีรณมาจากห้องสมุดโรงเรียนนานาชาติที่ไหนสักแห่ง ถึงมันจะกองสะเปะสะปะอยู่แทบเท้าดูน่าสงสาร แต่คุณค่าของมันก็ยังไม่หายไปไหน



the Ghost Family meets Its Match...????  เอ๊..ครอบครัวปีศาจเขาไปแมทกับอะไรนะ
สงสัยมั้ย สงสัยตามมา

เล่าแบบรวบรัดนะ

เปิดเรื่อง  ภาพครอบครัวปีศาจ Ghost Family กำลังล่องลอยมาเป็นทีม รวมทั้งแมว (ผี) ด้วย พวกเขาลอยไปที่บ้านหลังใหญ่ ที่ถูกทิ้งร้างเพราะเจ้าของหายไปไม่กลับจากการไปแอฟริกา  Ghost Family เข้ามาอยู่ในบ้านเนิ่นนาน ผ่านทศวรรษ  มีผู้คนหมุนเวียนมา ต้องการจะซื้อบ้านเหมือนกัน แต่ก็โดนหลอกจนต้องเผ่นแน่บไป พวกเขายังอยู่อย่างสุขสบายในบ้าน (ผีสิง) หลังนั้น


จนกระทั่งวันหนึ่ง มีครอบครัวรายใหม่เข้ามาดู ถูกใจและตกลงย้ายเข้ามาอยู่ Ghost Family พยายามหลอกหลอน แกล้งสารพัดให้พวกเขาย้ายออกไป แต่ครอบครัวใหม่ก็ไม่มีท่าทีหวาดกลัว แตกตื่นแต่อย่างใด...น่าสงสัย?  เพราะอะไรกัน?

แล้วค่ำคืนหนึ่ง ...วันที่พระจันทร์เต็มดวง

พวกเขาก็ได้รู้



เรื่องราวจบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ทั้งสองครอบครัวอาศัยในบ้านหลังใหญ่อย่างมีความสุข ตราบนานเท่านาน และไม่มีใคร (กล้า) ไปรบกวนพวกเขาอีกเลย...555

ฉันอ่านจบด้วยรอยยิ้ม (ถึงภาษาอังกฤษจะอ่อนแรงมากก็เหอะ)
 “น่ารักเป็นบ้า” ฉันหลงรักหนังสือเก่าๆ เล่มนี้หมดใจเลย
ทำไมนะหรือ...

ความน่ารักหลายๆ อย่างที่เห็น  Nicole Rubel  ใช้เส้นสายที่ดูง่ายๆ สีสดใส มีลวดลายมากมายปรากฏ อย่างภาพบ้านตกแต่งสไตล์ซาฟารี ของสะสมรูปเกราะอัศวิน หีบศพมัมมี่ ของแอนทีค ชันเดอเลียร์ บ่งบอกถึงอารมณ์+รสนิยมของเจ้าบ้านคนก่อน ให้บรรยากาศของการหลุดเข้าไปในปราสาทผีสิง ซึ่งอันนี้ปลุกเร้าจินตนาการนักผจญภัยมาก 555  ฉันโครตจะชอบ เธอใส่เรื่องราวในนิทานภาพแต่ละหน้า ฉันว่ามันไม่ง่ายเลยสักนิด ภาพยังบ่งบอกที่มาที่ไป เหตุและผลในภาพภาพเดียวได้ ถ้าเราค่อยๆ จ้องมองมัน อย่างช้าๆ

อิอิ ฉันพูดถึงหนังสือเด็กเหรอนั้น...มันเป็นหนังสือเด็กจริงๆนะ สำหรับเด็กอายุ 3-8 ปีเท่านั้น มันถูกเขียนขึ้นมาเมื่อปี 1992 นานเหมือนกัน ส่วนเธอคนเขียน Nicole Rubel  เธอเกิดเมื่อเมื่อปี 1953 ตอนนี้อายุน่าจะราวๆ 50 กว่าแล้ว ผลงานเธอเล่มอื่นๆ ก็น่าสนใจมาก ถ้าสนใจลองเข้าไปอ่านดู หนังสือยังหาซื้อได้ใน amazon จ้า

สำหรับเรื่องนี้ Nicole Rubel เธอแอบกระซิบบอกเด็กๆ นานแล้ว ว่าทำไมครอบครัวใหม่รายนี้ ถึงไม่กลัว Ghost Family ข้าวของที่ถูกขนเข้ามาตกแต่ง ตั้งแต่หน้ากลางๆ ของเล่ม สังเกตดีๆ เด็กๆ อาจจะถึงบางอ้อก่อนเรา (555)



ฉันชื่นชมลายเส้น ฉันอมยิ้มกับเรื่องราว ฉันทึ่งกับวิธีแอบคุยกับเด็กๆ ของเธอ อยากจะเขียนหรือสร้างสรรค์เรื่องราวแบบนี้ได้บ้าง 555 ไม่ง่ายเลยขอบอก และมันยังเป็นวิธีการที่ทำให้เด็กๆ ได้ครุ่นคิด ถ้าเขาได้ฝึกในการสังเกตสิ่งต่างๆ หาเหตุและผลของมัน บางทีมันจะนำไปสู่คำตอบ ก่อนเรื่องราวจะเฉลยในตอนท้าย

ให้ความรู้สึกแบบนักสืบมั้ย...มันเยี่ยมเลยหล่ะ ฉันว่า


(ผลงานบางส่วนของเธอ)

 
ฉันชอบภาพประกอบมาก เป็นภาพประกอบที่ดูอิสระ ดูธรรมชาติ จริงใจดี  ตัดเส้นรอบให้ความรู้สึกแบนๆ เหมือนจะวาดง่ายแต่ก็ไม่ง่าย ที่ผู้รู้บอกว่านักวาดมักแอบคุยกับเด็กๆ ผ่านรูปเล็กๆตัวน้อยๆ  จริงเลย เด็กมักรับรู้และสนใจสิ่งเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในภาพ พวกเขาแอบคุยกันโดยที่พ่อแม่ไม่รู้ (555)  ผู้ใหญ่เมื่อผ่านพ้นวัยเด็ก สิ่งเล็กๆน้อยๆ ผ่านเข้ามาเราอาจมองข้ามมันไป เพราะมัวให้ความสำคัญกับตัวเด่นหลักๆ เท่านั้น



(เธอและผลงานอีกส่วนจ๊ะ)
 
ลองมาสังเกตดูกับต้นฝ้าย หลายๆ ครั้ง มันใช่จริงด้วย ตอนฉันเปิดอ่านเล่มนี้ให้เจ้าฝ้ายฟัง เขาชี้มือเล็กๆ ไปที่กระต่าย จิ้งจก หนู ที่โผล่ในภาพ เด็กๆ ตาดีกว่าเราเยอะ พวกเขามักสังเกตสิ่งเล็กๆ เหมือนตัวเขา หนังสือภาพประกอบที่คนวาดสนใจสิ่งเหล่านี้ ดูจะทำให้หนังสือเล่มนั้นมีเสน่ห์ไม่น้อย จริงที่ว่า แม้จะไม่ได้วาดหรือตัดออกไป เรื่องราวเมนหลักๆ ก็ไม่ได้ผิดเพิ้ยน  แต่หลังๆ ฉันพอใจที่จะเลือกหนังสือที่เห็นว่าคนวาดกำลังแอบคุยกับเด็กๆ เป็นส่วนมาก คงไม่เป็นไรที่ผู้ใหญ่อย่างฉันก็อยากจะรู้เรื่องราวที่เขาแอบคุยบ้างเหมือนกัน  ลองๆ แอบดูนะ




นอกจากเรื่องนี้แล้ว

ยังมี The Giant Story  ผู้แต่ง Beqtrice Schenk de Regniers และวาดภาพโดย Maurice Scndak
เรื่องนี้เอาความรู้สึกของเด็กๆ มาเล่าให้ฟัง เมื่อครั้งเรายังเป็นเด็กเล็กๆ เราอยากจะเป็นคนโตใหญ่ อยากทำโน่นนี่ อยากเป็นฮีโร่ นิทานเล่าเรื่องของทอมมี่ ที่กลายเป็นเด็กยักษ์ เป็นฮีโร่ เขาได้ช่วยเหลือผู้คนมากมาย แต่ท้ายที่สุด ฮีโร่ของเราก็หมดแรงหลับไหลอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นของแม่นั่นเอง น่ารักดี  เรื่องนี้เป็นภาพ 2 สี ฉันทึ่งอีกเช่นเคย ลายเส้นดูเหมือนง่าย (แต่ฉันวาดไม่ได้นะ 55) ใช้สีน้อย แต่มีเสน่ห์มากเหมือนกัน มุมภาพก็สวย  ชอบเลย เป็นอีกหนึ่งเล่มหนังสือเด็กที่ลงตัวสำหรับฉัน




เรื่องสุดท้ายสำหรับตอนนี้
The Tyrannosaurus Game  คนแต่ง  Steven kroll  คนวาดภาพ Tomie de paola
เรื่องนี้น่ารักตรงที่มันเป็นเรื่องเล่าของเด็กๆ ที่หาเกมมาเล่นในวันฝนตก พวกเขาเล่าเรื่องต่อกันทีละคน ทีละคน สุดแต่จะจินตนาการ ในเรื่องเด็กคนแรกเล่าว่า เขานั่งกินอาหารเช้าอยู่  ก็มีไดโนเสาร์พังหน้าต่างเข้ามาในบ้าน....555  น่าตื่นเต้นมากเลย เรื่องราวสนุกสนานเป็นไปตามจินตนาการของแต่ละคน ภาพประกอบเล่าเรื่องตามที่เด็กๆ เล่า...สนุกดี

หนังสือเด็ก ชื่อมันอาจจะเป็นของเด็ก แต่เรื่องราวมันไม่ได้เด็กๆ อย่างที่คิด
กว่าจะเป็นหนังสือแต่ละเล่ม สำหรับหนังสือเด็ก (ที่ดีๆ) ต้องทุ่มเทความคิด
ความสามารถของคนเขียนเรื่อง คนวาดภาพ ไม่น้อยเลยว่ามั้ย

ฉันชื่นชมพวกเขาเหล่านั้นจัง คนไทยก็น่าจะมีไม่น้อย
หนังสือเด็กดีๆ จะช่วยให้จินตนาการของคนตัวเล็กกว้างไกล คาดหวังว่าคนทำหนังสือเด็กคงตระะหนักในเรื่องนี้ดี

ท้ายที่สุดตรงนี้...อยากชวนมาเล่น The Tyrannosaurus Game กันบ้าง
สนใจมั้ย....เริ่มเลยนะคุณคห.ที่ 2  อิอิอิ  จะมีใครบ้าจี้กะฉันมั้ย

ลงชื่อ แล้วเล่าเรื่องของคุณเลยนะ เล่าต่อใครก็ก๊อปปี้ของเขาติดมาด้วยล่ะ

ชักอยากรู้...The story Game ของเราจะเป็นไง..

ปล.เม้นท์ไม่ออก บอกไม่ถูก ก็แต่งกันเล่นๆได้เลยนะ

ขอบคุณที่แวะร่วมสนุกกันนะคะ


ขอบคุณเพลงนี้ และภาพจากอินเตอร์เนตด้วยจ้า...







 

โดย ปุณณดา

 

กลับไปที่ www.oknation.net