วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อยุธยาวิจิตรแห่งจินตนาการ.. ส่งท้ายที่ทุ่งภูเขาทอง


ภาพ / www.school.obec.go.th  / กรุงศรีอยุธยาเมื่อราว ปี  พุทธศักราช ๑๖๕๐ โดย จิตรกรชาวฮอลแลนด์


กรุงศรีอยุธยา คือ รากฐานของสยามประเทศ ตั้งแต่อดีต จนปัจจุบัน..

มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป..

แต่การดับลงของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกแห่งนี้ หาได้สิ้นสุดลงไปพร้อมกับซากปรักหักพังของเมือง และ ผู้คนในยุคสมัยนั้นไม่..

อยุธยากลับเกิดใหม่ เป็นกรุงเทพมหานคร.. เวลาที่ดำเนินมาแล้วสองร้อยกว่าปี นับเป็นเพียงครึ่งทาง  กับยุคสมัยซึ่ง อยุธยาได้เคยเป็นราชธานีเท่านั้น

สิ่งที่ต่อเนื่องมาจากอยุธยา ยังปะปนอยู่กับพวกเราอย่างแยกกันไม่ออกครับ ไม่ว่า จะเรื่องสังคม เศรษฐกิจ หรือ แม้กระทั่งการเมือง

มีแรงบันดาลใจใดบ้าง ที่ได้ร่วมผลักดันให้อาณาจักรกลางแม่น้ำสามสายนี้รุ่งเรืองอย่างถึงขีดสุด.. จนโลกต้องจารึก..

ลำน้ำทั้งสามสายยังไหลเหมือนเมื่อครั้งกระโน้น.. บางทีแม่น้ำอาจบอกอะไรกับเราได้บ้าง..

เช้าวันใหม่ เรามุ่งออกจากเกาะเมืองด้านตะวันออก ไปสู่กลุ่มวัดที่เก่าแก่กว่า ซึ่งตั้งมาก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี

ตั้งแต่ เมื่อยังเป็นเมือง อโยธยา...

วัดประดู่ทรงธรรม.. เป็นวัดที่บูรณะกันมาต่อเนื่อง ปัจจุบันก็มีพระจำพรรษา หาได้รกร้างไม่..

วัดประดู่ทรงธรรม เกี่ยวข้องกับหน่วยทหารหน่วยรบสำคัญสมัยอยุธยา ที่เรียกกันว่า กองอาทมาฏ..

เป็นกองกำลังที่ฝึกขึ้นเพื่อทำการรบทุกรูปแบบ.. เป็นหน่วยยอดฝีมือและเดนตาย

เชื่อกันว่า นักรบเหล่านี้ใช้วิชาทางไสยศาสตร์เร้นลับด้วย

และ วัดประดู่ทรงธรรมแห่งนี้ ก็จึงกลายเป็นสถานที่อันลึกลับด้วยเรื่องราวเหล่านี้สืบมา..

วัดมเหยงค์...

.. ชอบวัดนี้เหลือเกิน.. ทั้งองค์ประกอบของสิ่งต่างๆ ต้นไม้ครึ้ม.. ตะโก  ยอเถื่อน พุทรา..

องค์เจดีย์ช้างล้อม กำแพงคูขอบแข็งแรง..

มีสีเขียว สีน้ำตาล สีฟ้า..

วัดมเหยงค์ สร้างมาตั้งแต่สมัยเมืองอโยธยา.. ผ่านการบูรณะบำรุงมาต่อเนื่องหลายยุคหลายสมัย..

เจดีย์ทรงช้างล้อม เป็นการแสดงให้เห็นถึง อิทธิพลทางศิลปะที่ได้รับจากอาณาจักรด้านเหนือ เช่น สุโขทัย เชียงใหม่

ลมโชยใต้ร่มประดู่.. ใกล้ๆตะโกสุก.. ข้างๆกระติกน้ำหวานเย็นเจี๊ยบ.. กลางวงมีปลาร้าบองไซยะพูม เคียงเนื้อทอด ข้าวเหนียวตลาดเจ้าพรหม..

ขีดเขียนไปตามแต่ใจชอบ..และ เริ่มมีการลงสีน้ำ

โดยเนื้อแท้แล้ว การเรียนศิลปะคงต้องใช้เวลาปูพื้นมากกว่านี้สักหน่อย..จะทำให้ง่ายขึ้น การลงมือวาดในขณะที่ไม่มั่นใจ หรือ ไม่เข้าใจ ลำบากครับ แต่เอาเถอะ วาดเอาเพลินเข้าไว้

วัดสุวรรณดาราราม..

เป็นวัดอันเปรียบเสมือนต้นทางของรัตนโกสินทร์ ด้วยบริเวณวัดแห่งนี้ เป็นเหมือนถิ่นฐานเกิด ของ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

ต้นราชวงศ์จักรี...

ฐานโค้งแบบเรือสำเภา เป็นลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา..

จิตรกรรมฝาผนังชุดสุดอลังการ อยู่ที่ผนังด้านตรงข้ามพระประธาน

เป็นภาพตอนพระแม่ธรณี บีบมวยผม ได้น้ำเปรียบมหาสมุทร พัดพามารผจญทั้งหลายมลายไป..

น้ำจากมวยผมแม่ธรณีนี้ มาจากการกรวดน้ำ หลังจากการทำบุญของ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า..

ซึ่งแม่ธรณีนี่นี้เป็นพยาน..ว่าบุญนั้นมากมายเหนือประมาณได้..

พระนอนวัดโลกยสุธา..

เชื่อว่าสร้างกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น..

เหลือเพียงองค์พระและฐานกำแพง.. ผนังรอบด้านทั้งสี่ทิศไม่มีแล้ว..

เย็นนั้น เราใช้เวลาที่องค์เจดีย์ภูเขาทอง เป็นฉากสุดท้ายของการเดินทางครั้งนี้..

เคญเห็นภาพเก่าที่วาดไว้โดยจิตรกรฝรั่งตะวันตก หลายภาพเขียนว่า เหนืออยุธยามีภูเขาด้วย.. นึกไม่ออกครับ จนได้ยืนบนเจดีย์ภูเขาทองนั่นแหละ ถึงบางอ้อทันที... ในวันที่อากาศดี ฟ้าใสๆ จะมองเห็นภูเขาในเขต ลพบุรี ได้ไม่ยากครับ

ในอดีต คงมีการใช้เจดีย์สูงเช่นภูเขาทอง เพื่อการนี้ด้วย อย่างน้อยก็เพื่อสอดส่อง หาข่าวการเคลื่อนทัพของข้าศึก หรือ ใช้ในการสังเกตุการณ์ต่างๆได้

สองวันกับอยุธยา ก็ยังไม่พออยู่ดี ไม่เคยพอเลย สำหรับคนที่รักเมืองเก่าแห่งนี้

เราคงต้องกลับไปที่นั่นอีกเร็วๆนี้แหละ ไม่รู้ไปอย่างไร.. ไปทำไม รู้เพียงอยากไป..

ยิ่งไปยิ่งสงสัย ยิ่งรู้มาก ยิ่งเข้าใจว่าที่ไม่รู้ ยิ่งมีจำนวนมากกว่า..

ประวัติศาสตร์ไม่ใช่สิ่งเข้าใจยาก หากเราจดจำเพียงเท่าที่บอกต่อกันมา..

ยิ่งคิดตามยิ่งเชื่อว่า เรื่องโบราณต้องใช้วิธีคิดแบบทันสมัย และ ก้าวหน้าที่สุด ในการค้นหาคำตอบ..

ความงดงามของจินตนาการ พาเอาสิ่งที่ผ่านพ้นแล้ว มาปรากฏตรงหน้าได้อย่างไม่น่าเชื่อ...

ขอบคุณที่มีความสุข กับ จินตนาการครับ... (จบแล้ว)

โดย Hoopoeman

 

กลับไปที่ www.oknation.net