วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เยี่ยมเยี่ยม มองมอง “สล่าล้านนา” ที่วัดโลกโมฬี


                        

           

สัปดาห์ที่แล้วเลี้ยวรถเข้าไปที่วัดโลกโมฬี วัดโบราณสมัยพระเจ้ากือนา ริมคูเมืองก่อนถึงประตูช้างเผือก วัดเก่าแก่ของเมืองเชียงใหม่ที่ถูกละเลยมาหลายปีและเพิ่งมีการปรับพื้นที่บูรณะสร้างอุโบสถใหม่เมื่อไม่กี่ปีมานี่เอง ได้รับเชิญไปร่วมงาน “สล่า 2009” ของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ งานเล็กๆ จัดแบบเรียบๆ แต่ยิ่งใหญ่ด้วยฝีมือของช่างฝีมือล้านนาหรือ“สล่า”ที่น่าจับตายิ่ง          

             ได้มีโอกาสคุยกับพลเอก เธียรศักดิ์ พะลายานนท์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ซึ่งศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศฯนั้น เป็นหน่วยงานในกำกับของกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งส่งเสริมสนับสนุนให้มีการประกอบอาชีพเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ศิลปะหัตถกรรมพื้นบ้านตามโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และส่งเสริมด้านการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนยกระดับฝีมือช่างหัตถกรรม ซึ่งภาคเหนือถือเป็นภูมิภาคหนึ่งที่เป็นศูนย์รวมของสล่าหรือช่างฝีมือ-ศิลปินพื้นเมืองของล้านนาจำนวนมาก ที่มีศักยภาพในการผลิตงานหัตถกรรมที่มีความโดดเด่นและสวยงาม

                       

                       

             “สล่า 2009” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเสริมสร้างศักยภาพสมาชิกศิลปหัตถกรรมให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล งานนี้มีสล่าในภาคเหนือเข้าร่วมงานและนำผลงานมาร่วมจัดแสดงจำนวนกว่า 30 คน โดยผลงานที่แสดงมีทั้งงานแกะสลัก เครื่องปั้นดินเผา เครื่องเงิน ผ้าทอ จิตรกรรม และงานตัดกระดาษเพื่อแปรรูปเป็นเครื่องใช้ เช่น ตุง และโคม เป็นต้น ซึ่งผลงานส่วนใหญ่เป็นงานหัตถกรรมเป็นการใช้ภูมิปัญญาที่สร้างสรรค์ออกมาได้อย่างประณีต

           

                                                 

             การสนับสนุนและส่งเสริมหัตถกรรมพื้นบ้านของกลุ่มสล่าล้านนาโดยศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ นั้น จะดำเนินการในหลากหลายรูปแบบ เช่น การนำผลงานของกลุ่มสล่าล้านนาไปจัดแสดงและส่งประกวดในระดับประเทศทั้งในกลุ่มจังหวัด กรุงเทพฯ ระดับอาเซียน และระดับนานาชาติ ซึ่งจะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะนำเข้าสู่ตลาดระดับสากลได้ ขณะเดียวกัน อีกช่องทางคือการส่งเสริมการตลาดด้วยการนำผลงานร่วมจัดกิจกรรมที่ทางศูนย์ฯได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นเวทีพบปะระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย  ซึ่งราวเดือนกรกฎาคม นี้ จะนำผลงานหัตถกรรมพื้นบ้านจากทุกภูมิภาคเข้าร่วมแสดงผลงานในงานถนนสายศิลปาชีพ ที่กรุงเทพมหานคร

            ปัจจุบันพื้นที่ด้านหลังวัดโลกโมฬีใช้เป็นพื้นที่สาธิตและฝึกอบรมของ “มูลนิธิเพื่อนสล่าล้านนา” ซึ่งเกิดจากการรวมัวของกลุ่มศิลปินในงานศิลปหัตถกรรมล้านนาภายใต้การนำของพ่อครูอ้าย เดชดวงตา บรมครูงานแกะสลักไม้ มีทั้งคนไทย – ฝรั่งมาร่ำเรียนกับสล่ากันไม่มีว่างเว้น

           

           แว่วๆเสียงจากบนเวทีกิจกรรมให้ความรู้ว่า งานศิลปหัตถกรรมทั้งในเวทีระดับประเทศและระดับโลกในปัจจุบันการแข่งขันค่อนข้างสูง ดังนั้นสิ่งสำคัญที่จะสามารถตอบโจทย์ตลาดได้ต้องคำนึงถึง 2 ปัจจัยคือ การโพซิชั่นนิ่งตัวเองให้ชัดเจนว่าจะขายอะไรให้กับใคร และการแบรนดิ้งสินค้าที่ต้องชัดเจนว่าจะสร้างความน่าสนใจและทำให้สินค้าเป็นที่ยอมรับของตลาดได้อย่างไร ซึ่งงานหัตถกรรมพื้นบ้านของภาคเหนือจำเป็นต้องคำนึงถึงรากวัฒนธรรมดั้งเดิม โดยอาจผลิตงานที่เป็นสุดยอดที่เรียกว่า “Lanna Heritage” ที่จะสามารถตอบโจทย์ตลาดได้ดีมากกว่าการประยุกต์ความร่วมสมัยที่ไม่ได้บ่งชัดถึงความเป็นตัวเอง ซึ่งนั่นหมายถึงการคำนึงถึงรากวัฒนธรรมดั้งเดิมคือความเป็น “ล้านนา” นั่นเอง

 

โดย ชาจีน

 

กลับไปที่ www.oknation.net