วันที่ พฤหัสบดี กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

The Overture ; อาวุธแห่งกวี ดนตรีแห่งแผ่นดิน




ปี 2547  เกิดปรากฎการณ์ สำหรับ ภาพยนตร์ เรื่องนี้  เรียกว่า " ปรากฎการณ์ โหมโรง "

ในปีนั้น ผมยังเป็นนักท่อง Net รุ่นเยาว์ อยู่  ท่องโลก Cyber อยู่ไม่กี่แห่ง
ในโลก On Line นั้นก็มี Pantip.com  ; ห้องเฉลิมไทย
ที่ผมแวะเวียน ไปเยี่ยมชมเป็นประจำ (จนถึงปัจจุบัน)
เพื่อติดตาม กระแส หนัง ภาพยนตร์ ดนตรี อะไรที่ Hip Hip อยู่บ้าง
เพื่อจะได้เป็นข้อมูล ในการเลือกชมภาพยนตร์ หรือ ซื้อ CD 
(เมื่อปี 47 ผมยังอยู่ในภาวะใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยอยู่ กิน-ใช้เต็มที่
ดูหนังเกือบทุกเรื่องในโรงภาพยนตร์  ซื้อ CD เพลงไทย เป็นประจำ
ซึ่งปัจจุบันนี้ ผมเลิกไปโรงหนังมาเกือบ 3 ปีแล้ว
ส่วน CD เลือกซื้อที่ จี๊ด จริงๆ )

ภาพยนตร์ ที่มีคนมาแสดงความคิดเห็นในห้อง เฉลิมไทย มัก เสียงแตก คือ
บ้างก็ชม (ด้วยใจจริง หรือ บางทีเป็นหน้าม้า หรือเป็นพวกจัดตั้ง) และ
บ้างก็ติ (ด้วยความจริงใจ หรือ บางที ก็เป็นพวกอคติ ติ ไปทุกเรื่อง)

แต่ เรื่อง  "  โหมโรง  " เป็นภาพยนตร์เพียงไม่กี่เรื่อง ที่เสียงไม่แตก คือ
ค่อนข้างเป็นไปในทางชื่นชม + เชียร์  อยากให้มีคนไปดูกันเยอะๆ

แต่ หนังเรื่องนี้ ในช่วงแรก รายได้ตกต่ำอย่างมาก ต่ำกว่าเกณฑ์ 3 วันอันตราย 
(เป็นทางปฎิบัติว่า หาก หนังเรื่องใด รายได้ไม่ถึงเป้า ใน 3 วันแรก แล้ว
จะถูกลดรอบ และถูกถอดออกจากโปรแกรม อย่าง รีบด่วน)

ก็เลยมีกระแส ผลักดัน เพื่อช่วย ภาพยนตร์ไทย เรื่องนี้  จากทุกๆที่  ทุกๆทาง
ผมได้รับกระแสนี้ จาก ห้อง เฉลิมไทย ใน Pantip.com ก่อน
จากนั้นกระแสนี้ถูก โหม ไปยัง สื่อต่างๆ ในหนังสือ นิตยสาร วิทยุ ทีวี
ให้ คนไทยช่วยหนังไทย
( ทั้งๆที่ หนังอื่นที่เป็นหนังไทย ก็ไม่เห็นช่วยกัน..แรงอย่างนี้เลย )

ผมก็ไปดูภาพยนตร์ เรื่องนี้ ที่ โรงภาพยนตร์ แล้วก็ ชื่นชอบมากๆ ด้วยครับ
(หลังจาก เคย ชื่นชอบ 2499 มาแล้ว
... ผู้กำกับคนละคน แต่หมายถึงหนังไทยที่ผมชอบ)

อะไรดีล่ะ ที่ผมชอบ

1) ชอบในความเป็นไทยดีจัง
(เหมือนกับลืมไปเลยว่า ดนตรีไทย ที่เราเคยได้ยินบ่อยๆ แล้วคิดว่า เชยจังอ่ะ
แต่เพราะภาพยนตร์ เรื่องนี้ กลับทำให้ดู เท่.. ได้ )

2) เรื่องราวก็สนุกสนานดี นะ
(แม้ว่า ต่อมาฟังเบื้องหลัง ใน DVD ว่า มีข้อมูลจริง 20 % นอกนั้นเป็นจินตนาการ
ที่สร้าง เรื่องราว+ตัวละคร เสริมแต่งให้สนุกขึ้น )

3) ได้เห็นฉาก ดวล " ระนาด " ที่สนุก และ ลุ้นระทึกดี
(แม้ว่าใจผม ได้ชม  The Legend of 1900  ใน ฉาก ดวล " Piano "
แล้วก็ตาม  แต่ก็นึกว่า เอาว่ะ เราก็มี การ Duel แบบไทยๆ เหมือนกันนะ เฟ้ย !)

(ใจจริง อยาก เอา ทั้งสอง ฉาก ดวล มา เทียบกัน แต่คิดไปคิดมา ไว้โอกาสหน้า
เขียนเรื่อง The Legend of 1900 แยกเป็นอีกเรื่องดีกว่า ..แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไร)

4) ได้ตระหนัก ถึง คุณค่าของดนตรี และ ทัศนคติ ของคนที่ เห็นไม่ตรงกัน
(ไม่นึกเลยว่า สมัยนั้น ดนตรีไทย ก็ต้องถูกจัดระเบียบ ให้เป็น อารยะ กับเขาเหมือนกัน
แล้ว ความคิดเห็นที่แตกต่างก็คงมีมาทุกยุคแหละครับ แม้ว่าทั้งสองต่าง มีเจตนาดีก็ตาม)


..........................................................................................................................................................




ในสมัยเด็ก ผมชอบอ่านการ์ตูน  ฟังวิทยุ
แต่เรื่องดนตรี ผมกลับเพิ่งมา สนใจ จริงๆ  ก็ตอนเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว (ช้ามากๆ)
แต่เชื่อไหมครับ สิ่งที่เรียกว่า ดนตรี กลับเป็น เพื่อนสนิท หมายเลข  3 ของผม

ถ้า นับ การ์ตูน เป็น เพื่อนสนิทคนที่ 1
แล้ว วิทยุ เป็น เพื่อนสนิทคนที่ 2
ผม ว่า ดนตรี ต้องเป็น เพื่อนสนิท คนที่ 3 แน่ๆ
(เดาต่อไปว่า เพื่อนสนิทคนที่ 4 ผมเป็นใคร ดี.?)

และเพราะดนตรีก็ชักนำให้ผม ได้พบ เพื่อนๆ ต่อๆกันมา ในกลุ่ม YLs
เพื่อนสนิทผม นาย McGuyver ชอบดนตรีมากๆ
แม้เขาฟังเพลงสากลเป็นหลัก (แต่ผมฟังแต่เพลงไทยก็ตาม)
เราทั้งสองก็ยังคบกันมาได้ เพราะนิสัย รักเสียงเพลงเหมือนกัน
โดย เราทั้งคู่ ก็ชอบเล่นดนตรี  ซึ่งใช้ เครื่องดนตรี
ที่เรียกว่า Guitar (กีตาร์) เหมือนกัน
(เขาถนัด Lead ส่วนผม Rhythm)

แต่ว่า พวกเรา ไม่ได้เก่งอะไรหนักหนา เล่นกันแบบ ก๋องๆ แก๋งๆ นะครับ
(ไม่ได้ขั้นเทพ)  แล้วเราก็รวบรวมเพื่อนๆ มาเล่นกันแบบเด็กๆ ตั้งวงสนุกๆ

(อยากบอกว่า คิดบทความแยกต่างหาก ที่เล่าเรื่อง Band ของเราแล้ว
 แต่กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะเอารูปมาลงยังไง เพื่อไม่ให้ เจ้าตัว และ เพื่อนๆ เปิดเผยมากไป)

.............................................................................................

มีเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับ ดนตรี กับ เพื่อนผมคนหนึ่ง ชื่อ  "พีสโกโร่" ในกลุ่ม YLs
(เพื่อนคนนี้ เคยเอ่ยมาแล้ว)  เขาชอบดนตรีมากๆ  ทั้งๆที่เล่นดนตรีไม่เป็นเลย

ย้อนกลับไปใน ภาพยนตร์ โหมโรง  ผมชอบ ตัวละคร ที่เป็นเพื่อนพระเอก
ซึ่งคอย ช่วยเหลือ และให้แรงบันดาลใจตัวเอก ของเรา 
เขาแม้เล่นดนตรีไม่เป็น แต่ เขาก็บอกกับตัวเอกของเรื่องว่า

  ดนตรี  ต้องประกอบ ด้วย   "คนเล่น"  และ "คนฟัง"
(แรกๆก็ไม่ฉุกคิดอะไร แต่พอมาคิดอีกที จริงสิ เกิดมีแต่คนเล่น ๆ ๆ ๆ
ไม่มีคนคอยฟัง  แล้ว ดนตรี จะมีความไพเราะ บังเกิดขึ้นได้ยังไง ในโลกนี้ )

(แล้วขอนอกเรื่อง ใน Series ญี่ปุ่น Nodame Cantabile
มีตัวประกอบที่เป็น คอลัมนิสต์ บอกว่า ดนตรี แม้มีคนเล่นที่ดี แล้ว
ยังต้องมี  "คนให้การสนับสนุน" ด้วย

ผมชอบ แนวคิดนี้มากๆเลยครับ

ทำให้ได้คิดว่า  "นักดนตรีที่เก่งกาจ" เพียงใด

แต่ หาก ไม่มี  "คนฟัง"  และ  ไม่มี "คนให้การ สนับสนุน" แล้ว

นักดนตรีคนนั้น ไม่สามารถ เป็น  "นักดนตรีผู้ยิ่งใหญ่" ได้เลย


นายพีสโกโร่ เพื่อนผม แม้ เขาเล่นดนตรีไม่เป็น
แต่เขาก็มี รสนิยมในการเสพดนตรีที่เลิศหรู และ ศึกษาอย่างจริงจัง

ผมเคยตกใจ ระคน กับ คิด(ในใจ) ว่า มัน ..คงบ้าไปแล้ว

เมื่อผมได้รับ หนังสือดนตรี ที่เขาเป็นคนเขียนด้วยลายมือของตนเอง 
ยื่นให้ผมอ่าน ด้วยความภาคภูมิใจของเขา
ว่าเป็นตำราเรียนดนตรีขั้นเบื้องต้น ที่เขาคิดค้น และ ค้นคว้า มาเอง  
(คิดดูสิ ครับ ตอนนั้น ผมเพิ่งรู้จักเขาในปี 1
เจออย่างนี้ เลยคิดว่า คนนี้.. สติไม่ดีแน่ๆ)

แต่ต่อมา หลายสิบปี  เขาก็ได้เขียน บทความดนตรี (จริงๆ)
ตามนิตยสารดนตรี หลายฉบับ  ตามความตั้งใจ และ ความมุ่งมั่นของเขา

บัดนี้ ผมภูมิใจในตัวเพื่อนผมคนนี้  ว่า  " แม่ง.. บ้า  ไปจนได้ "

นอกจากนี้ เพื่อนคนนี้ยังรุก คืบ ตามเสียงดนตรี ที่ชักนำเขาไปในทิศทางอื่นๆอีก

ผมว่า ถ้า เขาไม่เอาดี ทางการงานที่เป็นอยู่ (ซึ่งอาชีพจริงๆ เขาไม่เกี่ยวกับดนตรีเลย)
แล้ว มาเอาจริงกับ ดนตรีที่เขารัก 
บางที  บางที  เขา อาจไปไกลกว่าที่ผมคิดอยู่ตอนนี้ก็ได้....

( ...   ไป นอก จักรวาล  ....     )
.........................................................................................

หาก ภาพยนตร์ โหมโรง ถือว่า  " อาวุธของกวี คือ ดนตรี "  แล้ว

สำหรับผม ดนตรี เป็น เหมือน เพื่อน
และ จุดเชื่อมโยงให้ผม กับเพื่อนที่เป็นคนจริงๆ มาเจอกัน ได้สร้างมิตรภาพดีๆ
แล้ว ดนตรี ยังเป็น เข็มทิศ ชักนำให้ เพื่อนผม ได้ เดินทางไปตามใจฝัน อีก

ดังที่ภาพยนตร์ เรื่องนี้  บอกว่า

" .. และต่อแต่นี้   เมื่อเอ็งเข้าใจในดนตรี
          เอ็ง จะได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น 
                    ได้ไปในที่ ที่ไม่เคยไป
                 และได้รู้สึกถึงสิ่งที่เป็น.. ทิพย์ "


พีสโกโร่  ... !

 เอ็ง คงได้ "เห็น"  ได้ "ไป" และได้ "รู้สึก" แล้วนะ   (  ... ดีใจด้วย ว่ะ  )

...........................................................................................
( เพราะฉะนั้น ..  ตอนนี้ ถ้านายหลงทาง กับเรื่องอื่น อยู่
กลับมาเถอเพื่อน   ...  ดนตรีที่นายรัก  รอ นาย อยู่ )
...........................................................................................

Sound Clip นี้ ขอคารวะ แด่ ท่านครู หลวงประดิษฐ์ไพเราะ
ประกอบด้วย เพลงบางส่วน ของ
แสนคำนึง /  โหมโรงช่อผกา / โหมโรงจีนดอกไม้ / คำหวาน


..........................................................................................................................................................




ชีวประวัติ ของท่านครู หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)

โดย นางสาววฤษาย์ เลิศศิริ  พร้อม บทวิเคราะห์ (แนะนำว่า ต้องอ่านจริงๆนะ)

http://itec.vru.ac.th/Industry001/text/หลวงประดิษฐ์ไพเราะ.pdf

......................................................................................................................................................

Sound Clip นี้ ขอคารวะ แด่ ท่านครู หลวงประดิษฐ์ไพเราะ
ประกอบด้วย เพลงบางส่วน ของ
แสนคำนึง /  โหมโรงช่อผกา / โหมโรงจีนดอกไม้ / คำหวาน

...................................................................................................................................................
.
ดนตรี มี ส่วนในชีวิตของคุณ บ้าง รึเปล่าครับ ?
..................................................................................................................................................



The Overture.mp3 -  

โดย พิชญ

 

กลับไปที่ www.oknation.net