วันที่ พฤหัสบดี กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ในวันที่ เธอ .. จากไปจริงๆ


ในวันที่ เธอ .. จากไปจริงๆ



เมื่อเช้านี้  เวลา ๐๙.๔๕ นาฬิกา

เธอ – จากผมฯไปแล้วจริงๆ

ผมฯ ปาดน้ำตาที่เล็ดไหลเอ่อล้นออกจากหางตา

ข้างๆผมฯ  ที่ข้างเตียงคนไข้!  คุณหมอกำลังพลิกร่าง  เธอ- ไปมา

ลิ่มเลือดสีแดงท่วมท้นร่างอันบอบบางของ เธอ-

และบอกเล่าอาการ  “ เธอ –”

แต่ ผมฯ หูอึ้อ .. มึนงง       ไม่ได้ยินและรับรู้ใดๆอีกแล้ว

และรู้สึกซาไปทั่วบริเวณใบหน้า

ผม , นั่งมอง เธอ- ด้วยใจที่เจ็บร้าวลึกยิ่งนัก

 

 

-๑-

 

ผมรู้จักเธอ ตั้งแต่เมื่อเริ่มจำความได้

ขณะ, เมื่อเรา- เป็นเด็กชั้นปฐม ในทุกๆเช้าเมื่อ เราฯ เคารพธงชาติหน้าอาคารเรียน

คุณครูมักจะจ้องมอง เธอ- มากกว่าที่จะใส่ใจ ผมฯ ด้วยซ้ำ

นั่น..คือ ความทรงจำอันแสนหวาน เมื่อสามสิบกว่าปีมาแล้ว

อีกครั้งที่ผมฯ ต้องออกจากบ้านเกิด เธอ- ก็เป็นเพื่อนร่วมทางมาด้วย

ผมฯ ทำงานหนัก ,เหนื่อย,ดื่ม,เมามาย,เล่าเรียน,เดินทาง ฯลฯ

เธอ- ก็ เช่นกัน

และเราฯ ชอบการเดินทาง แสวงหา .. ทุกที่ทุกที

ทั้งอิสาน,เหนือ,ใต้ , ตะวันออก, ตะวันตก

ฤา ผืนทุ่งนา , ป่าแล้งชื้น, ภูเขาโล้น,ดงป่าคอนกรีต, กิจกรรม

งานอกค่ายอาสา ม๊อบ สาระพัดฯลฯ

เราฯ ฝ่าร้อน-เหน็บหนาว ก้าวไปด้วยกันเสมอ

เธอ - ผู้เป็นมิตรที่รักและดีเสมอ

 

-๒-

เมื่อผมฯ ถูกต่อยตี ทำร้าย บาดเจ็บหนัก

เธอ- ก็มักจะเจ็บตัวไปด้วยเสมอ

บางครั้งต้องเข้า โรงหมอ,อนามัย ก็หลายคราว

...

บนเส้นทางชีวิตของอนาคาริกผู้ไร้บ้าน

เมื่อต้องนอนบนราวภู , เข้าป่าเมือง, ทำกิจกรรมการเคลื่อนไหว

ผมฯ -เธอ เราต่าก็แรมรอนไปด้วยกัน เพราะเราฯ เป็นเงาซึ่งกันและกันตลอดมา

ในบางที.. เมื่อผมเหน็ดเหนื่อย -เมา-หลับ ฯลฯ

ก็มักจะไม่ดูและใส่ใจ เธอ - เท่าไหร่นัก

ปล่อยให้ เธอ - โดดเดี่ยว ไว้เพียงลำพัง

ไม่ใส่ใจในการถนุถนอมสุขภาพ เธอ- แม้กระทั่งการอาบน้ำ ชำระร่างกาย ก็เคยหลายครั้ง

 

เมื่อสองวันก่อน เพื่อนบอกให้พา เธอ- ไปหาหมอ

ผม ก็ ยังไม่สนใจยังยิ้มและบอกว่า " เธอ- ไม่เป็นอะไรมากหรอก กินยาแก้ปวดก็หายแล้ว

โรงพยาบาลในชนบทรักษาไม่ดี เดี่ยวจะกลับแล้ว ไปรักษาที่กรุงเทพฯจะดีกว่า "

( ผมนี่แย่จริงๆ อ้างไปเรื่อยเปื่อย )

และนี่หรือเปล่าน่ะ   ..  คือ สาเหตุที่ทำให้เธอ- ต้องจากผมไป ...

 

-๓ –

พระท่านว่า " การ .. พบ .. พลัดพราก .. สูญเสีย มลายไป ล้วนเป็นสามัญ "

ในสำนึกของผมเอง กับสิ่งที่ผูกพันร่วมสุขทุกข์กันมาอยู่ทุกวัน เมื่อมาด่วนจากไป

รู้สึกใจหายยังไงไม่รู้ สิน่ะ

นึกถึงคำท่านที่เคยพร่ำบอกว่า " คนเรามักจะมองเห็นสิ่งที่ดีๆและมีคุณค่า ก็เมื่อ เราได้สูญเสียมันไปแล้ว "

นั่นแหล่ะ, ท่านที่รักเอ่ย ช่างเป็นอมตะวาจา ที่ยิ่งใหญ่จริงๆ

แม้ที่แล้วมา ผมฯจะมีความมั่นใจในตนเอง ใจกล้า และเด็ดเดี่ยว ตลอดมา

แต่เมื่อเหลียวกลับมองดูที่เคยทำกับ เธอ- แล้ว รู้สึกสำนึกเสียใจ

ในสิ่งที่อยากจะทำให้เธอ- แต่ยังไม่ได้ทำมากมายนัก

และเมื่อรู้ก็สายไปแสียแล้วฯ

 

..........................

 

ค่ำคืนนี้ หลังอาหารเย็น และเมื่อ ผมฯ  ชำระร่างกาย อาบน้ำให้แช่มชื้นแล้ว

ที่หน้ากระจก ผมฯ ค่อยๆ เอื้อมมือลูบคลำฟันหน้าด้านล่างเบาๆ

 

เธอ - จากผมไปแล้วจริงๆ

 

เธอ – ผู้ที่เป็นอวัยวะส่วนหน้าของชีวิต   ฟัน..ของผม .. และผู้ที่เป็นมิตรผู้อารีย์

 

ผม - ค่อยๆปาดแปลงและยาสีฟัน ด้วยความถนุนอมเป็นครั้งแรก

ผมฯ เพ่งมอง ณ ตรงที่ เธอ – เธอ – เคยอยู่   อยู่ตรงซี่ “ฟัน” หน้าด้านล่างนั้น

คงเหลือแต่เพียงร่องรอยซ้ำๆ จากลิ่มเลือด และช่องว่างระหว่างฟันเล็กๆ

( ประมาณ ๒ เซ็นติเมตร)  ดูเหมือนหน้าต่างแห่งรอยยิ้มได้เปิดแบบถาวรเสียแล้ว

เพื่อให้ ผม ได้เปิดม่านมิตรภาพส่งรอยยิ้ม กับผู้คนแปลกหน้าบนโลกกว้างๆกลมๆใบนี้ อีกต่อไป

 

นั่นเอง .. นับเป็นครั้งแรกที่ผมฯ  รู้สึกแปลกหน้ากับชายที่ปรากกตัวอยู่หน้ากระจก

 

 

กุลา  กุลี

 

 

ปลฯ ขอให้รัก ถนุถนอม "เธอ" ของคุณๆ ให้ดี นะฃอรับ

 


 

อาลัยรัก เธอ - ผู้เป็นที่รักยิ่ง .. ที่แบกจอกสุรา แม้กระทั่งวาระสุดท้ายก่อนถึงมือหมอฯ

ณ.มหานคร /, รามาธิฯ

โดย ฅนไทบ้าน

 

กลับไปที่ www.oknation.net