วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พระตุ๊ด...เณรแต๋ว


พระตุ๊ด...เณรแต๋ว

 

ในการได้ดูข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์และทางโทรทัศน์รวมการได้ฟังประชมเสวนาทางวิชาการพระตุ๊ด...เณรแต๋ว รู้สึกเป็นห่วงสถาบันพระพุทธศาสนาของประเทศไทย  เมื่อกรณีของ พระตุ๊ด - เณรแต๋ว  ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม และกระบวนการควบคุมดูแลของพุทธบริษัท ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่มีภาพและเหตุการต่างๆๆๆที่ออกมาสู่สายตาของประชาชนทั้งหลายทำให้หลายคนที่ได้รับชมและติดตามข่าวสารถึงกับหมดศรัทธากับพระพุทธศาสนาบางคนถึงกับสงใสว่าพระสงฆ์ที่ใส่บาตรอยู่หน้าบ้านทุกวันของเราจะเป็นหรือไม่   ทำให้ทุกคนเกิดความไม่มั่นใจในศาสนาขึ้นมา           

ปัญหา พระตุ๊ด...เณรแต๋ว เหล่านี้เกิดจากปัจจัยหลายอย่างประกอบด้วยกันเช่น

1.       บวชเพราะทางครอบครัวบังคับให้บวชเมื่ออายุครบบวช 20 ปี

2.       บวชเพราะฐานทางบ้านยากจนและถูกชักจูงให้เบี่ยงแบนทางเพศ

3.       บวชเพราะความสนุกเห็นเพื่อนที่เป็นอย่างตนบวชแล้วมีเงินไปซื้อของใช้ต่างๆ

4.       บวชเพราะตนเองอยากศึกษาพระธรรมจริงๆ

จะรู้ได้อย่างไรบุคคลเหล่านั้นเป็น พระตุ๊ด...เณรแต๋ว อย่างไรถึงบวชไม่ได้

ตอบได้เลยว่าในสมัยพุทธการได้ระบุไว้ในพระธรรมวินัยดังนี้

 

พระวินัยกล่าวถึงการห้ามบัณเฑาะก์บวชเอาไว้

แต่ ในระดับ อรรถกถา แยกละเอียดยิบ ว่ามีบัณเฑาะก์บางประเภทสามารถบวชพระได้???

อรรถกถาพระวินัยปิฎก มหาวรรค ภาค ๑ ข้อ ๑๒๕ ตัดความมาดังนี้

มีวิจฉัยว่า บัณเฑาะก์มี ๕ ชนิด คือ

อาสิตตบัณเฑาะก์ ๑
อุสุยยบัณเฑาะก์ ๑
โอปักกมิยบัณเฑาะก์ ๑
ปักขบัณเฑาะก์ ๑
นปุงสกบัณเฑาะก์ ๑



ในบัณเฑาะก์ ๕ ชนิดนั้น บัณเฑาะก์ใดเอาปากอมองคชาตของชายเหล่าอื่น ถูกน้ำอสุจิรดเอาแล้ว ความเร่าร้อนจึงสงบไป บัณเฑาะก์นี้ ชื่อ อาสิตตบัณเฑาะก์

ฝ่ายบัณเฑาะก์ใดเห็นอัชฌาจารของชนเหล่าอื่น เมื่อความริษยาเกิดขึ้นแล้ว ความเร่าร้อนจึงสงบไป บัณเฑาะก์นี้ ชื่ออุสุยยบัณเฑาะก์

บัณเฑาะก์ใดมีอวัยวะดังพืชทั้งหลาย ถูกนำไปปราศแล้วคือ ถูกเขาตอนเสียแล้ว ด้วยความพยายาม บัณเฑาะก์นี้ ชื่อโอปักกมิยบัณเฑาะก์

ส่วนบางคนข้างแรมเป็นบัณเฑาะก์ ด้วยอานุภาพแห่งอกุศลวิบาก แต่ข้างขึ้น ความเร่าร้อนของเขาย่อมสงบไป นี้ชื่อว่า ปักขบัณเฑาะก์

ส่วนบัณเฑาะก์ใด เกิดไม่มีเพศ ไม่มีภาวรูป ในปฏิสนธิทีเดียว คือไม่ปรากฏว่าชายหรือหญิงมาแต่กำเนิด บัณเฑาะก์นี้ ชื่อนปุงสกบัณเฑาะก์

ในอรรถกถาชื่อกุรุนทีแก้ว่า ในบัณเฑาะก์ ๕ ชนิดนั้น อาสิตตบัณเฑาะก์ และอุสุยยบัณเฑาะก์ ไม่ห้ามบรรพชา, ๓ ชนิดนอกนี้ห้าม

แม้ในบัณเฑาะก์ ๓ ชนิดนั้น สำหรับปักขบัณเฑาะก์ ห้ามบรรพชาแก่เขาเฉพาะปักข์ที่เป็นบัณเฑาะก์เท่านั้น.

ก็ในบัณเฑาะก์ ๓ ชนิดนี้ บัณเฑาะก์ใดทรงห้ามบรรพชา พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายเอาบัณเฑาะก์นั้นฯ


พึงสังเกตุว่า
อรรกถาจารย์ ไม่ห้าม อาสิตตบัณเฑาะก์ และ อุสุยยบัณเฑาะก์ บรรพชา???


และ ที่สำคัญ คือ
ขอเสนอ ให้พิจารณาบัณเฑาะก์ประเภท ปักขบัณเฑาะก์...
ที่อรรถกถาจารย์ ระบุว่า ข้างแรมเป็นบัณเฑาะก์ แต่พอข้างขึ้นความเร่าร้อนทางเพศแบบบัณเฑาะก์จะสงบไป....
ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้จริง พอถึงข้างแรมก็จะกลับไปเป็นบัณเฑาะก์อีกหรือไม่...???
แถมในอรรกถายังระบุว่า ห้ามบวชเฉพาะในปักข์ที่เป็นบัณเฑาะก์ คือ ให้บวชตอนข้างขึ้นได้
ปัญหาต่อมาคือ พอบวชไปแล้ว ถึงเวลาที่เป็นข้างแรมจะต้องสึกไหม...รอข้างขึ้นก่อน ค่อยบวชใหม่

กลายเป็นว่า
มีบัณเฑาะก์บางประเภท ที่สภาพจิตแปรเปลี่ยนตามข้างขึ้น-ข้างแรม???

บัณเฑาะก์นั้น แบ่งหลักๆเป็น
1.มี ร่างกายปกติ แต่ จิตใจเบี่ยงเบน(เช่นชนิดที่ 1 2 ตามอรรถกถา)
กับ
2.มี ร่างการผิดปกติ และ จิตใจเบี่ยงเบนตาม (เช่นชนิดที่ 3 และ 5 ตามอรรถกถา)

 

                ปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้มีทางแก้ไขทั้งสิ้นขึ้นอยู่กับการจิตรใจของคนๆนั้นจะมีจิตรสำนึกเช่นไร รวมทั้งทำการเข้าใจกับครอบครัวของตนเองแต่บางครอบครัวก็ไม่สามารถยอมรับได้ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ต้องสรางความเข้าใจกันให้มากขึ้นกับปัญหาเหล่านี้ บางครั้งการที่เราบวชแล้วไปแทนที่เราคิดว่าจะได้บุญกับการบวชของเราแต่เรากับไปทำให้เสื่อมเสียผิดศีลทำให้ศาสนาเกิดมีข้อกล่าวหาก็จะทำให้เป็นบาปแทนนะครับ

โดย กระจกส่องหน้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net