วันที่ จันทร์ มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เล่าไว้เมื่อคราวไปรัสเซีย (รัสเซีย-ท่องแดนหมีขาว 6)


จตุรัสพาเลส (Palace Square ) แค่เสาก็เสียวแล้ว

เมื่อ Lena นางเอกในเรื่องของการเดินทาง (เพราะมีเธอคือผู้นำพาชีวิตข้าพเจ้าตลอดสามตอนที่ผ่านมา) พาเดินผ่านอาคารคณะเสนาธิการทหาร  ที่ด้านบนมีรูปม้าชัยและขุนพล โดยสถาปนิก Yuri  Velten ได้ออกแบบอาคารโดยรอบเป็นรูปครึ่งวงกลม เพื่อให้ลานจัตุรัสแห่งนี้มีความสวยงามกลมกลืนกันมากขึ้น

มองทะลุประตูทางเข้าถามสาวเจ้า ได้ความว่า “จตุรัสพาเลซ” ในความหมายก็คือ เป็นลานกว้าง ๆ หน้าพระราชวังเฮอมิเทจ ที่วางด้วยหินแกรนิต  สร้างสมัยพระนางแคเธอรีนมหาราช เมื่อ ค.ศ.1763-1767  ถ้าคิดง่าย ๆ ก็เริ่มทำในสมัยรัชกาลของพระเจ้าเอกทัศน์ แห่งราชวงศ์พลูหลวง กษัตริย์องค์สุดท้ายของอาณาจักรอยุธยา และทำเสร็จก็ตรงกับปีที่กรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 เสียแก่พม่า (พ.ศ.2310)

จตุรัสพระราชวังนี้ออกแบบโดยสถาปนิก Carlo  Rossi มีเป้าหมายเพื่อเป็นสถานที่ให้พระเจ้าแผ่นดินฟังเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน  ได้แต่คิดในใจว่า “ไม่รู้ว่ากษัตริย์รัสเซียจะต้องสั่นระฆังเหมือนพ่อขุนรามคำแหงมหาราช หรือตีกลองร้องทุกข์แบบท่านเปาไหมหนอ  ? 

ที่เด่นในระดับต้องแหงนหน้ามอง ก็คือ เจ้าเสาที่คนรัสเซียเรียกว่า “อเลกซันโดรพสกายา โคโลนนา” หรือ  “เสาหินอเล็กซานเดอร์” ที่สูงตระหง่าน ที่ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสออกุสต์ เตอ มองต์แฟร์รอง(Aguste Montferrand) ในระหว่าง ค.ศ.1830-1834  ตรงกับช่วงสมัยรัชกาลที่ 2 ของสยาม และปีที่เริ่มทำ ค.ศ.1830 ตรงกับปีที่โบลิเวียร์ (Simon Bolivar)เสียชีวิต เขาเป็นผู้นำการปลดปล่อยเอกราชจากสเปนให้แก่ประเทศเปรู ปานา โบลิเวียร์  โคลัมเบีย เวเนซุเอล่า  เมื่อเขาตายแล้วชื่อจึงถูกนำไปตั้งดินแดนที่เขาปลดปล่อยว่า “ประเทศโบลิเวียร์”

การจัดทำเสาหินนี้ก็เพื่อเป็นอนุสรณ์ของชัยชนะต่อกษัตริตย์นโปเลียน ในสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1   มีข้อมูลว่าสูง 47.5 เมตร  หนัก  600  ตัน  เทียบง่าย ๆ ก็สูงประมาณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (50 เมตร)  หรือเทพีสันติภาพที่ตั้งอยู่ปากอ่าวแมนฮัตตัน นิวยอร์ก เฉพาะเท้าจรดมงกุฎ ไม่รวมส่วนอื่น (46.4 เมตร)  แต่ที่พิเศษคือหินที่ใช้ในการสกัดเป็นหินแกรนิตก้อนเดียว นำมาจากริมฝั่งทิศเหนือของอ่าวฟินแลนด์ ตั้งตระหง่านอยู่ด้วยน้ำหนักของตัวเสาหินเอง ไม่มีอะไรยึดโยง....ว้าว...จะล้มไหมนั่น...ถ้าล้มก็ตัวใครตัวท่านละ...เสียวเกินกว่าบรรยาย...

มองทะลุไปด้านซ้ายจะมองเห็นโดม ถามไกด์คู่ขา (ชักเริ่มสนิท) ได้ความว่าเป็นยอดโดมมหาวิหารไอแซกค์ ไว้เที่ยวเฮอมิทาจเสร็จจะพาไปเที่ยวชมและปีนป่ายอีกที  และใกล้ ๆ กันก็จะมีกองบัญชาการกองทัพเรือ ที่อยู่ไม่ไกลจากจตุรัสพระราชวังมากนัก

มองทะลุไปทางด้านซ้ายจะเห็นหนุ่มรูปงามหรือยักษ์ไททันไกล  ๆ ในชุดนุ่งเตี่ยว(เรียกไม่ถูกขอเรียกเตี่ยวแล้วกัน) ในเทพนิยายกรีก  แบกรับมุกยื่นของวังเฮอมิเทจใหม่ ตรงส่วนของถนนมิลลิโอนนายา(Millionnaya) ที่ให้รายละเอียดของการแกะสลักร่างกาย ที่สวยงามได้สัดส่วน  ที่มีมัดกล้าม และเส้นเลือดตามสัดส่วนของร่างกาย หินแกรนิตเนื้อดีสีเขียวนวลวิจิตรงดงาม    

นอกจากนี้ ไกด์สาว(มาก) ยกมือทำท่าเป็นไมล์แบบนักร้อง และเต้นประกอบ นึกอยู่ตั้งนานว่าสาวเจ้าในรูปร่างที่บอบบางจะชักดิ้นทำไม สักพักได้ความว่าในช่วงฤดูร้อนมิถุนายน กรกฎาคม บริเวณจตุรัสจะถูกจัดกิจกรรมกลางแจ้งเช่น คอนเสิร์ต แต่ช่วงนี้ไม่เห็นเพราะหน้าหนาว   ก็คงไม่อยู่รอจนได้เห็นดนตรีกลางแจ้ง   เดินผ่านไปก็เหมือนตัวเองเล็กไปถนัดตา กับสิ่งที่ก่อสร้าง    ก็ลองดูรูปเปรียบเทียบเอา  เพราะว่าแต่ละอย่างใหญ่อลังการ  สำหรับสิ่งก่อสร้างในบริเวณจตุรัสพาเลชแห่งนี้

       สำหรับเจ้าเฮอมิเทจนี้ เท่าที่สังเกตจากภายนอกประกอบกับข้อมูลที่หาเพิ่มเติมได้ข้อมูลว่า  
      
 Hermitage ประกอบด้วยอาคาร 5 หลัง  คือ (1) พระราชวังฤดูหนาว (Winter Palace)  เป็นอาคารแรกสร้างเพื่อเป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน  ประกอบด้วยห้องหับสำหรับที่พักของราชวงศ์ จุดเด่นคือท้องพระโรงใหญ่ ที่ชื่อว่าเซ็นต์จอร์จ (St.George Hall) สถาปนิกบาร์โตโลเมโอ  รัสเตรลลี เริ่มก่อสร้างพระราชวังฤดูหนาวในปี 1754  ในรัชสมัยของพระนางเจ้าอลิซาเบธ “เพื่อความรุ่งโรจน์ของรัสเซียทั้งปวง” ราชวงศ์ทุกพระองค์ ยกเว้นซาร์พอลที่ 1 ประทับอยู่ที่นี่จนถึงปี 1917  จึงกลายเป็นทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว
         
(2) ตำหนักเฮอมิเทจเล็ก (Small Hermitage) พระนางแคทเธอรีนมหาราช โปรดให้สร้างขึ้น ใน ค.ศ.1764-1775  ประกอบด้วยพลับพลา 2 หลัง และสวนลอยฟ้า  บนพื้นห้องโถงมีการนำหินสีมาเรียงกันแบบโมเสก ตกแต่งเป็นเรื่องราวเทพนิยายของกรีกโบรา
         (3) เฮอร์มิเทจเก่า (Old Hermitage) สร้างใน ค.ศ.1771-1778 ออกแบบโดย Yury  Velten ปรับปรุงใหม่ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใหม่
       
(4) อาคารใหม่ (New Hermitage) สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ประกอบด้วย ห้องโถงเล็กอิตาเลียน และห้องโถงใหญ่ 
         (5) อาคารโรงหนัง (Hermitage Theatre) สร้างในสมัยพระนางแคทเธอรีนมหาราช  ใน ค.ศ.1783  เป็นรูปทรงครึ่งวงกลม  กำแพงและเสาเป็นหินอ่อน มีโรงละครที่ทันสมัยของยุคสมัยนั้น ที่กษัตริย์และเชื้อพระวงศ์มาหาความสำราญกัน
            เมื่ออยู่ด้านหน้าที่ล้อมล้อมรอบด้วยพระราชวังฤดูหนาว และอาคารบริวาร อาคารเสนาธิการทหาร และเสาหินอเลกซานเดอร์ ให้รู้สึกเหมือนตัวเองเล็กกระจิ๋ว  นอกเหนือจากจะเป็นกระเหรี่ยงดำแล้ว ยังจะเป็นกระเหรี่ยงแคระไปถนัดตา..
           เมื่อถ่ายรูป และตั้งท่าประกอบการถ่ายรูปกันอย่างพออกพอใจแล้ว  สาวเจ้าในฐานะไกด์จำเป็น ช่างกล้องจำเป็น  นางแบบจำเป็น และอีกสารพัดของการเดินทางร่วมกัน     ก็พาเดินเข้าไปเพื่อเข้าไปยังอาคารเฮอมิเทจ ที่วันนี้ผู้คนหนาตา และมุ่งหน้าสู่พิพิธภัณฑ์เช่นกั  
           ล้วงควัก(ตัง) ซื้อตั๋ว ถอดเสื้อผ้า (ชม) เดินทางไกล
21 กิโลเมตร รออยู่ข้างหน้า (โปรดติดตามตอนต่อไป)                  


เสาเห็นอเล็กซานเดอร์ตรงบริเวณจตุรัสเฮอมิเทจ ที่มองเห็นไกล ๆ จากมุมถนนเนพสกี้

รูปปั้นประดับอยู่กับซุ้มประตูอาคารเสนาธิการทหาร ที่สวยงามแบบมีสไตล์
ทวารบาล ที่มีทั้งสองฝั่งของทางเข้าด้านถนนเนพสกี้

ชุดเกราะที่ติดกับผนัง
ม้าชัยกับขุนพลที่อยู่ด้านบนมองจากจุดไหนก็สามารถเห็นได้ไกล ๆ
ชุมประตูโค้งตกแต่งอย่างสวยงามอลังการ
อันนี้ก็อีกมุมหนึ่งมุมจากจุดกึ่งกางจตุรัสเฮอมิเทจ
Palace Square จตุรัสพระราชวัง
Alexander Column เพือแสดงถึงชัยชนะของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ทีมีเหนือกองทัพของพระเจ้านโปเลียนแห่งฝรั่งเศส  หรือจะเรียกว่าอนุสาวรีย์แห่งชียชนะคงไม่ผิด
เสาหินอเล็กซานเดอร์ ที่สูง 47.5  หนัก 600 ตัน สูงพอ ๆ กับอนุสาวรีย์ชัยสมภูมิ(50 M)ของไทยเรา ทำจากหินแกรนิตก้อนเดียวจากอ่าวฟินแลนด์ตั้งอยู่ด้วยน้ำหนักของเสาหินเอง


Hermitage พระราชวังของกษัตริย์ราชวงศ์โรมานอฟ ที่ครั้งหนึ่งรัชกาลที่ 5 และยุวกษัตย์ไทยเคยมาพำนัก  ณ พระราชวังแห่งนี้


เสาหินตรงกลางจตุรัสเฮอมิเทจ จากมุมสูง

ทางเข้าพิพิธภัณฑ์เฮอมิเทจ ที่นักท่องเที่ยวต้องผ่าน แล้วจะพาเข้าไปชม

Hermitage  มองไปตามถนน Milionnaya จะมองเห็นรูปปั้นยักไททันที่ New Hermitage ไกล ๆ

อาคารเสนาธิการทหาร



จากจตุรัสพระราชวัง ที่มองเห็นธงไกล คือ ตึกบัญชาการกองทัพเรือ ติดแม่น้ำเนวา

เฮอมิทาจจากมุมกลางแม่น้ำเนวา ในช่วงฤดูหนาวที่แม่น้ำเนวาเป็นน้ำแข็งจนคนเดินข้ามได้


ยักษ์ไททัน ที่สวยงามแบกรับน้ำหนักของมุกที่หน้าเฮอมิเทจใหม่

ยักษ์ไททันที่นักท่องเที่ยวมายืนถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

โดย โมไนยพจน์

 

กลับไปที่ www.oknation.net