วันที่ จันทร์ มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไฟสงครามและความอยู่รอด


                           

            ปี ค.ศ. ๒๐๐๓ ไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่กองทัพอเมริกาจะบุกอิรัก ในค่ายผู้อพยพชาวเคิร์ดขนาด ๓๐ ครัวเรือน ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างชายแดนอิรักและตุรกี คนในค่ายเฝ้ารอการมาถึงของสงครามอย่างใจจดใจจ่อ แม้ใจหนึ่งจะหวาดกลัวภัยสงคราม แต่อีกใจหนึ่งก็อดหวังผลในทางดีของมันไม่ได้ ด้วยว่า สถานะของชนไร้รัฐ ที่พวกเขาเป็นอยู่ไม่ได้มีอะไรที่เลวร้ายน้อยกว่าสงคราม หลายฝ่ายจ้องจะกวาดล้างชาวเคิร์ดอยู่แล้ว โดยเฉพาะ ซัดดัม ฮุสเซ็น ทว่าในสถานการณ์ที่คุกรุ่นนี้ พวกเขากลับอยู่อย่างไม่รู้อะไรเลย นอกจากความหวังที่อเมริกาป่าวร้องว่าทุกอย่างจะดีขึ้นในไม่ช้า 

           ท่ามกลางความกระหายข่าวสารของคนในค่าย การมาถึงของเด็กชายวัย ๑๓ ผู้ได้รับฉายาว่า แซตเทิลไลท์ (โซเรน อับราฮิม) กลายเป็นความหวังของคนที่นี่ ในการมีช่องทางรับรู้ความเคลื่อนไหวของโลกภายนอก แซตเทิลไลท์ทำธุรกิจแลกเปลี่ยนจานสัญญาณดาวเทียม เด็กชายเดินทางไปยังเมืองต่าง ๆ เพื่อติดตั้งจานดาวเทียมให้กับชาวบ้าน และแม้ว่าสถานีข่าวซีเอ็นเอ็น จะรายงานข่าวสงครามอเมริกา-อิรักด้วยภาษาอังกฤษที่พวกเขาฟังไม่เข้าใจ แต่การได้เห็นภาพ จอร์จ ดับเบิลยู บุช และซัดดัม ฮุสเซนในข่าวก็ช่วยเยียวยา ความรู้สึกของการถูกตัดขาดจากสถานการณ์โลกได้มากโข อย่างน้อย “กิตติศัพท์” ของบุชก็ก้าวข้ามพรมแดนของภาษา

ได้อย่างน่าทึ่ง เมื่อแซตเทิลไลท์ชี้ไปที่ภาพบุชในทีวีแล้วบอกกับชาวบ้านว่า “นี่ไงล่ะ มิสเตอร์บุช โลกอยู่ในกำมือเขา”

           ด้วยบุคลิกที่มั่นใจในตัวเอง คล่องแคล่ว และมีความเป็นผู้นำสูง ทำให้แซตเทิลไลท์สามารถผูกใจเด็ก ๆ ในค่ายได้อย่างรวดเร็ว แต่เดิมเด็ก ๆ ที่นี่ทำงานเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อนำไปขายต่ออยู่แล้ว แต่ภายใต้การดูแลของแซตเทิลไลท์ผู้เปี่ยมทักษะในการรับงาน และการเจรจาต่อรองราคา ก็ทำให้เด็ก ๆ มีรายได้เพิ่มขึ้น เขาได้เด็กในค่าย ๒ คนมาเป็นผู้ช่วยคนสนิท คือ ปาโช (ซัดดัม ฮุสเซน ไฟซัล) เด็กชายที่ต้องใช้ไม้ค้ำพยุงเดินเพราะเสียขาข้างหนึ่งให้กับระเบิด และ เชอร์โก้ (อาจิล ซิบารี) เด็กชายขี้แยที่เป็นห่วงเป็นใยแซตเทิลไลท์อย่างจริงใจ 

        ท่ามกลางภาวะสงครามที่ตึงเครียด สิ่งสวยงามสิ่งหนึ่งได้บังเกิดขึ้น นั่นคือความรักที่แซตเทิลไลท์มีต่อ อากริน (อาเวซ ลาติฟ) เด็กหญิงผู้อพยพมาจากฮาลับเชห์ ซึ่งเป็นเมืองเคิร์ดในดินแดนอิรักที่เคยถูกซัดดัมโจมตีด้วยอาวุธเคมี ยังผลให้พ่อแม่ของอากรินเสียชีวิต พี่ชายของเธอ ฮังกาโอ (ฮิเรซ ไฟซัล ราห์แมน) เสียแขนทั้งสองข้าง ส่วนอากรินเองต้องประสบกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับผู้หญิง และมันทำให้เธอไม่สามารถยิ้มได้อีกเลยชั่วชีวิต 

        อากรินกับฮังกาโอเดินทางมายังค่ายอพยพแห่งนี้พร้อมกับ เรก้า (อับดุล ราห์แมน คาริม) เด็กชายตาบอดที่อากรินแบกติดหลังอยู่แทบจะตลอดเวลา ใคร ๆ ในค่ายเข้าใจว่าเรก้าเป็นน้องคนสุดท้องของครอบครัวนี้ แต่ความจริงก็คือ เรก้าเป็นเด็กชาวอิรักที่สูญเสียครอบครัวไปในสงคราม และจับพลัดจับผลูมาอยู่กับสองพี่น้อง ในขณะที่ฮังกาโอรักใคร่เรก้าราวกับน้องแท้ ๆ แต่อากรินกลับจดจ่ออยู่กับการหาวิธีกำจัดเด็กน้อยบนหลังของเธอ ภาพที่ทหารอิรักกระทำทารุณต่อครอบครัวยังแจ่มชัด อยู่ในความทรงจำของอากริน และมันทำให้เธอรักเรก้าไม่ลง 

        ความรักที่แซตเทิลไลท์มีต่ออากรินไม่ต่างจากดอกไม้ที่ผลิบานท่ามกลางดงทุ่นระเบิด แม้อากรินจะไม่เคยยิ้มให้เขา และพูดกับเขาชนิดถามคำตอบคำ แต่แซตเทิลไลท์ก็ยังเฝ้าดูแลอากรินและครอบครัวของเธออย่างสม่ำเสมอ ทั้งการหาหน้ากากป้องกันควันพิษให้ ช่วยหาบน้ำ และคอยช่วยเหลือเรก้าที่มักจะตกอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเสมอ จนครั้งหนึ่งเขาถึงกับได้รับบาดเจ็บจากการช่วยชีวิตเรก้าให้พ้นจากระเบิด 

 

 

โดย bowling

 

กลับไปที่ www.oknation.net