วันที่ อังคาร มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เสียงกระซิบจากความเงียบ


เสียงกระซิบจากความเงียบ

 

หลังจากห่างหายไปนานกับการเขียนเรื่องราวในบล็อกตัวเอง การเปิดตัวหนังสือ สันติอาสาสักขีพยาน “เสียงกระซิบจากความเงียบ” ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีน้องๆ ผู้หญิงที่อยู่ในโครงการ “สันติอาสาสักขีพยาน” ทั้งชาวพุทธและมุสลิมในพื้นที่ มาบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์การทำงานในโครงการนี้

 

เรื่องราวที่พวกเขาเล่าในวันนั้นทำให้ฉันรู้สึกประทับใจในความกล้าหาญของพวกเขา แม้ว่าพวกเขาจะมีความกลัวในเวลาที่ต้องลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล แต่พวกเขาก็ก้าวข้ามพ้นความรู้สึกนั้น เพียงเพื่อต้องการบอกเล่าความจริง ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และต้องการให้ข้อเท็จจริงนั้น ได้ยินไปถึงทุกฝ่าย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบิดเบือนข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐ หรือฝ่ายผู้ก่อการ รวมทั้งสื่อกระแสหลัก ในความเห็นของน้องๆ การบิดเบือนข้อมูล อาจจะทำให้ความขัดแย้งขยายตัวต่อไปอีก

 

ฉันได้เห็นความมุ่งมั่นของคนเล็กๆ เหล่านี้ ทำให้ฉันรู้สึกว่าอยากจะทำอะไรเพื่อพวกเขาบ้าง ซึ่งคิดว่าส่วนหนึ่งที่ฉันทำได้คือการนำเรื่องราวของพวกเขามาแบ่งปันให้คนอื่นๆ  ได้เห็นและได้ยินในสิ่งที่พวกเขาได้ทำไป โดยหวังว่าเสียงกระซิบจากพวกเขา จะดังก้องไปในสังคมไทย 

 

งานเขียนทุกชิ้นในหนังสือเล่มนี้ เป็นผลงานของพวกเขาทั้งหมด โดยได้รับทุนสนับสนุนจากศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.)

 

จากสันปกด้านในหนังสือ ได้บอกถึงที่มาของชื่อหนังสือเล่มนี้ว่า “สันติอาสาสักขีพยาน” เป็นเยาวชนอาสาสมัครกลุ่มเล็กๆ จึงเป็นเสมือน “เสียงกระซิบ” ท่ามกลาง “ความเงียบงัน” ของสาธารณชนต่อปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ดินแดนสุดปลายด้ามขวาน ถึงแม้เสียงกระซิบจะแผ่วเบา แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้ความเงียบสิ้นสุดลง

 

เมื่อมีผู้เข้าร่วมงานเปิดตัวหนังสือในวันนั้น สงสัยถึงที่มาของชื่อหนังสือ น้องคนหนึ่งตอบว่า “เกิดจากการเปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่ชนวนกาซ่า ที่มีคนให้ความสนใจอย่างมาก แต่ในขณะที่สามจังหวัด ก็มีปัญหาความรุนแรงเช่นเดียวกัน แต่กลับได้รับความสนใจน้อยกว่า”

 

เนื้อหาในหนังสือประกอบด้วยสองส่วนคือ ส่วนแรกจะเป็นเรื่องราวการลงพื้นที่เป็นสักขีพยาน และในส่วนที่สองเป็นประสบการณ์และความในใจของอาสาสมัครสักขีพยาน โดยทั้งหมดมุ่งนำเสนอเรื่องราวของผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งไม่ใคร่ปรากฏหรือเป็นที่รับรู้ในสังคมไทย

 

แม้ว่าฉันยังไม่ได้อ่านเนื้อทั้งหมด แต่คิดว่าเป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่ควรหามาอ่านกัน เสียดายที่วันนั้นสื่อมวลชนมาค่อนข้างน้อย เลยยังไม่เห็นมีใครเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ ในเอกสารแถลงข่าวที่ฉันได้มา เขียนไว้ในตอนท้ายว่า “แม้หนังสือเล่มนี้มิใช่ผลงานประพันธ์ของนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ หรือผู้รู้ลึกในปัญหาความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่สิ่งที่ สันติอาสาสักขีพยาน “เสียงกระซิบจากความเงียบ” เป็นได้คือ กระบอกเสียงของผู้คนในพื้นที่ขัดแย้งรุนแรงแห่งนี้ ตลอดจนเป็นทางเลือของสังคมไทยในการรับรู้ความเป็นไปในจังหวัดชายแดนใต้ และที่สำคัญคือ เป็นประกายแห่งความหวังให้คนธรรมดาสามัญเห็นว่าพวกเขาสามารถเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ที่เมื่อรวมกันมากเข้าก็สามารถเปลี่ยนแปลง.....เปลี่ยนแปลงความมืดมิดของรัตติกาลแห่งความรุนแรง ให้เป็นค่ำคืนที่มีแสงดาวนำทางสู่สันติภาพ เปลี่ยนเรื่องราวที่เงียบงันให้มีพลังเปล่งเสียง และเปลี่ยนสังคมที่ผู้คนจำนนกับความเป็นเหยื่อ ให้เป็นที่ที่พวกเขาสามารถลุกขึ้นสู้เพื่อความเป็นธรรมด้วยสันติวิธีได้”

 

ข้างต้นเป็นแค่เพียงการเรียกน้ำย่อย หากใครสนใจอยากหามาอ่าน ลองสอบถามไปที่ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล โทร ๐๒-๘๔๙-๖๐๗๒-๕

 

เดญาพอ

อังคารที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๒

 

 

 

 

 

 

 

โดย เดญาพอ

 

กลับไปที่ www.oknation.net