วันที่ อังคาร มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ต้นไม้เมืองกรุง ประวัติศาสตร์มีชีวิต (4) โพธาราม และ เทพธิดา


(ต่อจากตอนที่แล้ว)

บ่ายจัดเต็มที อากาศยังอ้าว

จากวังท่าพระม.ศิลปากร ไปท่าเตียน.. สามล้อเครื่องฟาดเราไป 30 บาท โดย มิสนใจคำต่อรอง.. 

เราเหงื่อชุ่ม แทบทุกคน ทุกส่วน.. และ นั่งลงคิดไปถึงอาหารเย็น หรือ ห้องแอร์เพื่อจิบอะไรต่อมิอะไร

แต่ หมายสุดท้ายก็มิอาจผ่านเลย.... วัดโพธิ

วัดโพธิ์ หรือ วัดโพธาราม ก่อสร้างมาแต่สมัยอยุธยา ต่อมาได้สถาปนาขึ้นเป็นอารามหลวงสมัยกรุงธนบุรี

และ ได้กลายเป็น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส และ วัดประจำรัชกาลที่ 1

เป็นวัดที่สำคัญมากวัดหนึ่ง อันเป็นธรรมเนียมสำหรับมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในสมัยรัตนโกสินทร์ ในการบูรณะบำรุง วัดแห่งนี้เสมอมา  วิหารพระนอนนี้ คงรู้จักกันดีแล้วนะครับ ประวัติว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3  โดย สร้างองค์พระก่อน แล้วจึงสร้างวิหารทีหลัง

ภายในก่ออิฐ แล้วปิดทององค์ท่านสวยงามอร่ามนักครับ.. ไม่ว่าไทย   ...ว่าฝรั่งจีนแขก มาเมืองไทยแล้วต้องไปที่นี่

และ ที่เจ๋งๆก็ลายประดับมุขที่พระบาทครับ เป็นรูป มงคล 108 ประการ ต้องไปดูครับ

พระมหาเจดีย์พระศรีสรรเพชญดาญาณ

หลังจากกรุงแตก และ ร่นลงมาสู่กรุงธนบุรี จนมาเป็นกรุงรัตนโกสินทร์ รอยซากสงครามคราวเสียกรุงคงยังสดใหม่

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้ทรงอันเชิญโกลน(แกนเหล็ก) ของพระศรีสรรเพชญฯ มาจากอยุธยา เนื่องด้วยพระพุทธรูปองค์นี้เป็นที่นับถือของชาวกรุงเก่าเป็นอย่างมาก และก็ ถูกทำลายลงในคราวเสียกรุงอย่างมากเช่นกัน

พระองค์ปรารถนาจะหล่อองค์ท่านขึ้นใหม่ แต่ มีผู้ทักท้วงไว้ว่าไม่เหมาะสม พระองค์ท่านจึงได้สร้างมหาเจดีย์องค์นี้ขึ้นเพื่อครอบ โกลนของพระศรีสรรเพชญเอาไว้ ให้ชื่อตามองค์พระพุทธรูปสำคัญภายใน

และให้นับเป็นเจดีย์ประจำพระองค์นับแต่นั้น..

ต้นสุดท้ายตามหมาย.. ประดู่กิ่งอ่อน (เหมือนที่วัดราชบพิธ)

วัดโพธินี้อย่างที่บอกไปครับ มีการปรับปรุงบูรณะมาตลอดนับแต่ต้นราชวงศ์ มาจนปัจจุบัน.. สิ่งก่อสร้างใหม่ๆผุดได้เสมอ.. ทำให้ปัจจุบัน เจดีย์ในวัดโพธิมีมากทำลายสถิติวัดอื่นแล้วครับ

คือมี ประมาณ 100 องค์ และ มากที่สุดในประเทศไทย

ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการบูรณะครั้งใหญ่ และ ในช่วงสมัยของพระองค์นั้น ก็มีความนิยมในการแต่งสวนหิน ประดับ ที่เรียกกันว่า เขามอ..

ต้นประดู่ต้นนี้ ตั้งตระหง่านอยู่กลางสวนหินเล็กๆแห่งหนึ่ง.. อย่างตั้งใจ ฉนั้นถ้าเอาความนิยมในยุคสมัยนั้นมาจับเทียบ ต้นประดู่ต้นนี้ก็น่าจะ ร้อยห้าสิบปีเป็นอย่างน้อยครับ..

เห็นได้ชัดว่า ประดู่ต้นนี้ ได้รับการตกแต่งเรือนยอดไว้ไม่ให้เติบโตเกินไป จนบดบังศาสนสถานรอบข้าง..

ในวันนั้นเราจบกระบวนของต้นไม้ในเมืองด้วยต้นประดู่นี้ครับ

ราชนาวีสโมสร ริมเจ้าพระยาที่ท่าช้างวังหลวง ร่มเย็น เมฆครึ้มมาทางฝั่งตะวันตก ฝั่งธนบุรี

ชื่อเรียกแบบยียวน ...จิงกาเบลคอนแวนส์ หรือ ชื่อทางการ ก็คือ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง ปรากฏอยู่เบื้องหน้า

พวกเราได้เครื่องดื่มเย็น ลมแม่น้ำโชย.. ก็หายเหนื่อย  จากแม่น้ำนี้ถ้าทวนน้ำไปทางขวาก็มุ่งหน้าไปบ้านผมได้ ไปอยุธยาได้

ถ้าไปทางซ้าย ไม่น่าเกินสองชั่วโมงก็ออกทะเล..

ถึงบ้านงิ้วเห็นแต่งิ้วละลิ่วสูง             ไม่มีฝูงสัตว์สิงกิ่งพฤกษา
ด้วยหนามดกรกดาษระดะตา                     นึกก็น่ากลัวหนามขามขามใจ
งิ้วนรกสิบหกองคุลีแหลม                          ดังขวากแซมเสี้ยมแซกแตกไสว
ใครทำชู้คู่ท่านครั้นบรรลัย                         ก็ต้องไปปีนต้นน่าขนพอง
เราเกิดมาอายุเพียงนี้แล้ว                         ยังคลาดแคล้วครองตัวไม่มัวหมอง
ทุกวันนี้วิปริตผิดทำนอง                            เจียนจะต้องปีนบ้างหรืออย่างไรฯ

นิราศภูเขาทอง /  สุนทรภู่  ขณะเดินทางผ่านตำบลบ้านงิ้ว  อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

โจโจ้เหม่อมอง วัดระฆัง อย่างไม่รู้เจตนา... พวกเราก็ไม่ค่อยได้พูดกันมาก ได้แต่ดื่มด่ำเสน่ห์แห่งแม่น้ำ

พี่ปัณยา ศิลปินธรรมชาติที่พบกันในตอนเช้าใน วังสราญรมย์ ตามมาสมทบ ในกระเป๋าสะพายส่วนตัวมีนิราศสุนทรภู่ติดมาด้วย ก็เลยได้เพลินหยิบอ่าน หยิบชม คุยกันแตกฟองไปหลากมุม

แม่น้ำสายเดิมสายเดียวกับ ท่านสุนทรภู่ได้ผ่านไปคราวนั้น.. แม่น้ำเดิมเดียวกับที่กองเรือสินค้าผ่านไปกรุงเก่า.. จะต้องผ่าน

แม่น้ำนี้สายเดียวกับ.. คนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ได้ดื่มกิน.. ร่มไม้เรือนแพสงบเรียบง่ายงดงาม

ในเวลาหนึ่งวันที่ผ่านมากับเกาะรัตนโกสินทร์ เป็นเวลาที่มีคุณค่าแก่พวกเรามาก.. โดยแท้แล้วเราเชื่อว่า ศูนย์กลางของเมือง ของประเทศ ก็น่าจะหมายถึงบริเวณที่พวกเราได้เดินกันมาในวันนี้นี่แหละ

มันเป็นโอกาสที่คนจากบ้านเมืองอื่นแสวงหา แต่ คนกรุงเทพฯเองหลายๆคนกลับหลีกไกล.. หรือ มิได้ใส่ใจ

ในความเห็นส่วนตัว ผมเชื่อว่า รกรากจิตวิญญาณของพระมหานคร น่าจะสถิตย์อยู่ใน อาณาบริเวณนี้...ในต้นไม้ทุกต้น ในลำคลองคูเมือง.. ในสายน้ำเจ้าพระยา

เราคุยกันถึงเรื่องอยากจะจัดกิจกรรมล่องเรือชมพันธ์ไม้ริมน้ำ.. หรือ ตามรอยมหากวี

หรือ เดิน เดินแบบที่เราเดินไปหาต้นไม้ใหญ่กลางเมืองเก่า  ซึ่งคิดว่ามีความสุขดีครับ และในวันหนึ่งจะชวนเพื่อนๆมาเดินกันเช่นนี้บ้าง

ปิดท้ายก็ขอขอบคุณ ทุกท่านที่อ่าน ..และ  ผู้ให้ความคิดเห็นด้วยนะครับ

ขอบคุณ พี่ปัณยา ไชยะคำ + พี่อุ๊ สำหรับวิธีการทำงานกับศิลปะที่ถ่ายทอดให้เห็นด้วยการกระทำ

สุคิด64  ความรู้แน่นๆทางพันธ์ไม้

ชูกุมารี  เรื่องเกร็ดโบราณนานา

แดง... เรื่องความเห็นทางภูมิสถาปัตย์(ฮวงจุ้ย)

WildFlower  ภาพสวยๆทั้งน้านนนนนน

ขอบคุณครับ

(สุดท้ายพวกเราปิดฉากไม่ลงที่ราชนาวีสโมสร จึงต้องพากันไปฟาดข้าวต้มเป็ดเจ้าเก่า 40 ปี วัดเทพธิดาราม อร่อยสุดๆตั้งแต่เคยกินมา รับประกันด้วยเกียรติยศของคนสามโคกครับ ภาพนี้ คือ ป้ายภายในร้านที่ให้ความรู้สึกดีจึงเอามาให้ชม)

จบแล้วครับ....

โดย Hoopoeman

 

กลับไปที่ www.oknation.net