วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กองทุนมั่งคั่ง


คลังค้านตั้งกองทุนมั่งคั่ง 

วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2552
http://www.posttoday.com/finance.php?id=35831

คลังค้านข้อเสนอ ดึงทุนสำรองตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

แหล่งข่าวคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดเผยว่า ในการประชุมครม. เมื่อวันที่ 3 มี.ค. นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอรายงานความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่อง การจัดตั้งบรรษัทบริหารจัดการกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของประเทศไทย (Thailand Invesment Corporation : TIC)

ทั้งนี้ สภาที่ปรึกษาฯ ได้เสนอแนะให้รัฐบาลจัดสรรวงเงิน 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยดึงเงินจากทุนสำรองที่บริหารโดยธนาคารแห่งประเทศไทยออกมา 10% ในอนาคตหากไทยมีรายได้จากการส่งออกโภคภัณฑ์เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงก็สามารถนำรายได้มาสมทบ

สำหรับการจัดการองค์กรนั้น ต้องมีการตรากฎหมายขึ้นมาเป็นการเฉพาะเพื่อจัดตั้งบรรษัท TIC ที่มีมืออาชีพบริหาร ภายใต้การกำกับของคณะกรรมการที่ได้รับการสรรหาอย่างโปร่งใส และปราศจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง

ขณะที่การบริหารจัดการนั้น ต้องมีกรอบการลงทุนที่เป็นยุทธศาสตร์ มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการลงทุน โดยให้ลงทุนในต่างประเทศเท่านั้น ส่วนผลประโยชน์หรือผลตอบแทนที่เกิดขึ้น นอกจากสำรองเป็นเงินของชาติแล้ว ส่วนหนึ่งอาจจะนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาประเทศได้ แต่ต้องกำหนดไว้ในกฎหมาย

นอกจากนี้ ต้องมีคณะกรรมการนโยบายการลงทุนและคณะกรรมการ บริหารความเสี่ยงคอยควบคุมให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ เพื่อดูแลด้านความเสี่ยงด้านการตลาด เครดิต สภาพคล่อง และการบริหารการลงทุน

“เพื่อให้การบริหารโปร่งใส มีประสิทธิ ภาพ ตรวจสอบได้ ควรตรากฎหมายที่มี บทลงโทษคณะกรรมการ ผู้บริหาร และ ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถนำไปสู่การดำเนินคดีอาญาได้” แหล่งข่าวระบุ

อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่ากระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แสดงความคิดเห็นคัดค้านในเรื่องนี้ โดยชี้แจงว่าแม้กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติจะเป็นเรื่องที่ดี เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการสินทรัพย์ของรัฐให้เกิดผลตอบแทนหรือ ผลประโยชน์สูงสุดต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว แต่จำเป็นต้องศึกษาถึงความพร้อมในการจัดตั้งให้ดี

นอกจากนี้ ต้องพิจารณาในเรื่องแหล่งที่มาของเงินทุน ขนาดที่เหมาะสมของกองทุน รวมถึงผลกระทบจากการลงทุน

กระทรวงการคลังเห็นว่า หากจำเป็นต้องใช้เงินสำรองระหว่างประเทศเป็นแหล่งทุนเริ่มแรกในการจัดตั้งบรรษัท TIC ต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะทุนสำรองของไทยนั้นมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ หากใช้ไปเพื่อการลงทุนที่มีความเสี่ยงมากจะเกิดปัญหาได้

กระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เห็นว่าควรทำการศึกษาเพิ่มเติมในรายละเอียดว่าเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีอยู่ 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐนั้น เป็นเพราะการเพิ่มขึ้นของความมั่งคั่งของประเทศจริงหรือไม่ และอัตราดังกล่าวนั้นอยู่ในระดับสูงจนเกินความจำเป็นจริงหรือไม่

ประเด็นสำคัญคือ ต้องมีการศึกษา ผลกระทบและแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศที่มีต่อระดับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในอนาคตด้วย เพราะมีหลายประเทศที่ตั้งกองทุนขึ้นมาแล้ว ปัจจุบันประสบปัญหาการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่นำไปลงทุน

กระทรวงการคลังจึงเสนอให้จัดตั้งคณะ ทำงานขึ้นมา 1 ชุด เพื่อศึกษาเพิ่มเติมการจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ และรายงานให้คณะรัฐมนตรีรับทราบเป็นระยะ

..........................................................

entries ที่เกี่ยวข้อง

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2009/01/12/entry-2

ทุนสำรองฯ โลกพุ่งทะลุ 7.63 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/02/12/entry-1

@@@

โดย indexthai

 

กลับไปที่ www.oknation.net