วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อผมเป็นมะเร็ง ตอนที่ 6 ... เริ่มใหม่อีกครั้งกับยาหลอดละแสน




เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านพ้นไป เป็นเดือนแห่งความรักที่ใครหลาย ๆ คนมีความสุข แต่สำหรับตัวผมแล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสียทีเดียว ผมต้องเหนื่อยกับการต่อสู้กับโรคร้ายที่ทำเอาน้ำหนักผมหายไปอีกเกือบ 4-5 กิโลกรัม และยังต้องเหนื่อยกับการเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครหลายรอบเพื่อติดตามผลการรักษา และลุ้นการพิจารณาว่าจะได้รับการรักษาต่อหรือไม่

สภาพร่างกายของเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เริ่มจากช่วงต้นเดือนที่เริ่มจะกินข้าวไม่ค่อยได้ มีอาการแสบท้องคล้ายกับเป็นโรคกระเพาะอาหาร ต้องกินข้าวเป็นเวลาและกินข้าวได้ไม่ค่อยเยอะ จนสุดท้ายก็แทบจะเบื่ออาหารไปเลย น้ำหนักก็น้อยลง ๆ ผอมลง ๆ จากก่อนเป็นมะเร็ง 65 กิโลกรัม พอเป็นแล้วอยู่ที่ 55 กิโลกรัม ตอนนี้เหลือแค่ 50-51 กิโลกรัมเท่านั้นเอง

ขอนำเสนอภาพเปรียบเทียบสักหน่อยครับ


ดูแล้วแทบไม่อยากเชื่อว่าตัวเองในวันที่ 1 กับ 17 เป็นคนคนเดียวกัน เพราะตัวผอมลงเยอะมากจากน้ำหนักที่หายไป 4-5 กิโลกรัม รูปสุดท้ายใส่มาเพื่อเปรียบเทียบกับรูปกลาง เพราะใส่เครื่องแบบเหมือนกัน ให้เห็นตอนที่ยังอ้วน ๆ เมื่อตอนเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ดูแล้วคนละเรื่องเลย ถึงตอนนี้จะผอมเท่าไร ต่อไปผมจะต้องอ้วนขึ้นให้ได้เหมือนเดิม ผอมแล้วดูไม่ดีเลยจริง ๆ

มีหลายเหตุผลที่ต้องย้ายการรักษาจากโรงพยาบาลศิริราชมาเป็นโรงพยาบาลศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ (ชื่อยาวมาก ต่อไปขอย่อว่า CCC ตามชื่อย่อของโรงพยาบาลแห่งนี้ก็แล้วกัน) เมื่อตัวยาเดิมไม่ให้การตอบสนองต่อการรักษาโรคมะเร็งที่ดีนัก ก้อนเนื้อยังไม่ยุบลง และยังมีน้ำในท้องที่ต้องไปเจาะออกเป็นประจำ ฯลฯ

ผมได้มาถึง CCC เมื่อปลายเดือนมกราคม ได้พบกับคุณหมอวรวิทย์ ชัยวิริยะวงศ์ ซึ่งก็เป็นลูกศิษย์ของคุณหมอณรงค์ที่ผมไปรับการรักษาประจำที่ศิริราช คุณหมอวรวิทย์ได้แนะนำสูตรยาตัวใหม่ แต่ไม่ใช่ว่ามาแล้วจะให้ได้ง่าย ๆ ทันที ต้องมีขั้นตอนอีกเยอะ

ข้อแรก นี่เป็นสูตรยาที่ 3 ที่ผมจะได้รับ ตามหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลางแล้วเขาอาจจะไม่ให้เบิกก็ได้ เพราะผลการวิจัยที่ผ่านมาหลายต่อหลายครั้งพบว่า ยิ่งเปลี่ยนสูตรยาบ่อย สูตรยาหลัง ๆ จะให้การตอบสนองต่อการรักษาที่ต่ำลงเรื่อย ๆ จนไม่คุ้มค่ายา

ข้อที่สอง ก้อนเนื้อมะเร็ง จะต้องไม่กลายพันธุ์ จึงจะตอบสนองต่อการรับยา ทางครอบครัวของผมจึงต้องไปเอาก้อนเนื้อที่ศิริราชตัดไปจากลำไส้ใหญ่เมื่อพฤษภาคมปีก่อน มาให้กับทาง CCC เพื่อส่งเข้า lab ที่ประเทศเกาหลี (แอบอิจฉาเนอะ ไอ้มะเร็งได้มีโอกาสไปเที่ยวเกาหลีก่อนเราซะอีก)

กว่าจะทราบผล ก็ต้องมีการดำเนินการหลายขั้นตอนตามที่ได้ว่าไว้ และกว่าผมจะได้รับข่าวดีว่าจะได้รับยาสูตรนี้ ก็ล่วงเข้ามาถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ แล้ว สำหรับสูตรยาที่ว่านั้นก็คือ

1. Cetuximab ยาราคาแพงหลอดละแสนสามหมื่น มีสูตรทางเคมีที่แสดงว่ามีโมเลกุลใหญ่มาก คือ C6484H10042N1732O2023S36 (ขอบคุณข้อมูลจาก Wikipedia) ได้รับยาตัวนี้สัปดาห์ละครั้ง น่าจะใช้เวลาประมาณ 8 ครั้ง จนกว่าจะทำการ CT Scan เพื่อติดตามผลครั้งต่อไป นั่นก็คือ 2 เดือน

2. Irinotecan ตัวนี้เคยให้มาก่อนแล้วที่ศิริราช แต่คราวนี้ให้แค่หลอดเดียวโดด ๆ น่าจะให้ 2 สัปดาห์ต่อครั้งเหมือนเดิม ผลข้างเคียงเป็นที่คุ้นกันดี เช่น ท้องเสีย

การให้ยา ต้องไปให้ทุกสัปดาห์ แต่ว่าไม่ต้องนอนค้าง 2 คืน เหมือนครั้งก่อน ๆ แล้ว เพราะการให้ยาแต่ละครั้งใช้เวลาเพียงแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น จึงสามารถไปเช้าเย็นกลับได้ แต่ด้วยสุขภาพของผม ต่อไปคงจะต้องไปหาที่พักใกล้ ๆ กับโรงพยาบาล ดีกว่าต้องเทียวไปกลับแหลมฉบังอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ขออนุญาตแทรกรูปสักหน่อย


นี่แหละโฉมหน้ายา Cetuximab ราคาหลอดละแสนสาม ให้ 8 ครั้งก็ปาเข้าไปล้านสอง ปีนี้ผมขอรีดภาษีคืนจากหลวงเยอะ ๆ หน่อย อิ อิ ...


แม้จะเหนื่อย ๆ เพลีย ๆ แต่ก็ยังสู้อยู่ครับผม !

ขอจบตอนนี้แต่เพียงเท่านี้ก่อน มีอีกหลายอย่างที่อยากจะเขียนแต่ยังเรียบเรียงไม่ถูกนัก ขอยกยอดไปเป็นตอนหน้าครับผม

โดย Choodech

 

กลับไปที่ www.oknation.net