วันที่ เสาร์ มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

20 ชีวิตที่เหลืออยู่


เล่าเรื่องตัวเองมาได้ถึง 20 ตอนแล้ว จากวันเวลาที่ผ่านมายี่สิบกว่าปี  สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต เป็นเพียงเรื่องราวที่น่าจดจำ บางเรื่อง ก็อยากเก็บไว้ให้ลึกที่สุดในก้นบึ้งของหัวใจ  แต่บางเรื่อง ที่เล่า ๆ มานั้น ก็อยากแบ่งปันประสบการณ์ให้เพื่อน พี่น้องที่เป็นลูกผู้หญิงด้วยกันได้อ่านเป็นบทเรียนชีวิต  บางครั้ง  ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องที่ไม่พึงประสงค์ในชีวิตตัวเองหรอก  แต่ ถ้ามันจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราก็ต้องก้าวเดินต่อไป  การได้เรียนรู้ชีวิตของคนอื่น ๆ บ้าง แล้วนำมาประยุกต์ แก้ไขปรับเปลี่ยนให้ตัวเรา รู้สึกดีและเหมาะสมลงตัว  มันก็ดีไม่ใช่หรือ

สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น บางครั้ง หลาย ๆ คน ก็มีประสบการณ์ไม่แตกต่างกันมากเท่าไร  แต่ การรู้จักวิธีคิด รู้จักหาเหตุผลและมุมมอง ของการแก้ปัญหาในแต่ละคนนั้น  อาจจะแตกต่างหรือ ใกล้เคียงกันบ้างไม่มากก็น้อย เพราะ อย่างไรเสีย การได้เกิดมาเป็นผู้หญิงคนหนึ่งในชาตินี้  ไม่เคยเลยที่คิดว่า เราจะเสียชาติเกิด เพราะ การได้เรียนรู้ ความรู้สึกของใจตัวเอง  การได้สัมผัสกับสิ่งที่เป็นความรัก ความเกลียด  ความกลัว ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ผู้ชาย  ที่ได้ชื่อว่า เป็นสิ่งที่ต้องอยู่คู่กับเรา ซึ่งเป็นมนุษย์ผู้หญิง  การเรียนรู้เขา  รู้เรา การพยายามทำความเข้าใจธรรมชาติ ของกันและกัน  การปรรับตัวเข้าหากันและกัน  นี่ต่างหากเป็นกำไรชีวิตที่ได้เรียนรู้มา

ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมบางครั้ง เรารู้สึก อ่อนล้าและ หมดหวัง  แต่ ในบางครั้งเราก็สามารถลุกขึ้นเข้มแข็งได้อย่างไม่น่าเชื่อ...นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ชีวิตที่เราได้เรียนรู้และทำแบบฝึกหัดให้สามารถสอบผ่าน การเป็นคนดี ที่จะมีชีวิตอย่างมองโลกในแง่ดีที่จะทำให้ตัวเราเอง มีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นอยู่ และดับไป  เรียนรู้อย่างคนที่เข้าใจชีวิตในทุกสถานการณ์  โจรย์ของปัญหาชีวิตที่เข้ามาในแต่ละช่วงวัยของชีวิตนั้น  ทดสอบความอดทน ทดสอบพลับกายและพลังใจของเราไม่ได้เว้นเลย  มันทดสอบเราในทุก ๆ ด้าน

สิ่งที่ได้เรียนรู้และ  ทำให้เราแก้ปัญหาชีวิตที่เกิดขึ้นมาแต่ละช่วงตอนของชีวิตนั้น  ถ้าพูดไป หลาย ๆ คนก็คงคิดว่า ธรรมดามาก ๆ เลย เพราะ ใคร ๆ ก็รู้อยู่แล้วว่ามันคือ สติ นั่นเอง  การได้ฝึกฝนตัวเองให้รู้จักควบคุมตัวเอง  ควบคุมสติ ทำให้เรามีวันนี้ได้  หลายครั้งหลายหน  ความอดทนแทบจะมลายหายไป  เมื่อเดินมาพบทางตันบ้าง ทางสามแพร่งที่ต้องให้เลือกเดินบ้าง  แต่ ทุกก้าวย่างที่ผ่านมา ต้องยอมรับกับตัวเองว่า  เออ...เพราะ เรามีสตินี่เอง  ปัญหาทุก ๆ อย่างที่มีอยู่ เราไม่ถอยซะอย่าง เราจะสู้มันให้ถึงที่สุด แล้วเราก็ทำได้  แปลกแฮะ ทั้ง ๆ ที่ในใจลึก ๆ ก็อดหวั่นไหวไม่ได้ว่า  เราจะทำได้หรือ  แต่ มันก็ผ่านไปแล้ว

วันเวลาที่ผ่านไป  ได้กลืนกินทุกสรรพสิ่ง  ไม่ว่า จะเป็น ความดี ความเลว ชีวิตของคนที่เรารัก ที่เริ่ม ทยอยห่างหาย ล้มตายจากกันไป  สิ่งที่เราทำได้ในทุกวันนี้ก็คือ ทำความดี สร้างบารมีสั่งสมบุญไว้บ้าง คิดเล่น ๆ เผื่อไว้ว่า  เมื่อตายไป จะได้มีโอกาสเจอะ เจอกับคนที่เรารัก รอคอยเราอยู่อีกฝากฝั่งของมิติหลังความตาย  แต่ก็ไม่ได้คิดว่า จะทำอะไรที่มันเว่อร์ หรือ เกินความน่าจะเป็นของธรรม ที่พระท่านสอนไว้  เราไม่ใช่คนฝักใฝ่ งมงายอะไรอย่างไม่มีเหตุผล  สิ่งไหนทำแล้วมีความสุข สบายใจ ก็เชื่อว่ามันเป็นกรรมดี  ไม่สร้างความแตกแยก  ไม่ทำร้ายคนดี ไม่ขี้โกง ไม่ขี้อิจฉา ไม่บ้าสมบัติ  และรู้จักปล่อยวางเดินสายกลางบ้าง  ก็รู้สึกแล้วว่า ชีวิตนี้ เรามีสุขมากกว่าทุกข์  ไม่เคยทุกข์แบบ ที่สุดในชีวิตเสียที  ก็ถือว่าเรามีบุญนะ อย่างน้อย ๆ ก็ ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อนเพราะตัวเราละกัน

ช่วงนี้ ชีวิตเริ่มเข้าสู่วัยกลางคน ลูกหลานเติบโต ได้มองเห็นความเจริญและความเสื่อมที่ผ่านมา  ยิ่งเข้าใจคุณค่าของชีวิต  ได้เกิดมาเป็นคน  พระท่านบอกว่ามีบุญแล้วที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ในชาตินี้   เพราะ ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น มีโอกาสพูด มีโอกาสบอกอะไรใคร ๆ ได้ และ มีโอกาสดี ๆ ได้ ทำบุญกุศล ซึ่งต่างจาก การไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ที่ไม่มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่เราได้กล่าวมาทั้งหมด  เห็นไหม ความสงบสุข อยู่ไม่ไกลจากตัวเราเลย ถ้าคนเรารู้จักปล่อยวาง และให้โอกาสคนอื่นบ้าง  ให้อภัยคนอื่นบ้าง  ให้น้ำใจต่อกันและกันบ้าง  ก็เท่านี้  อยู่เห็นหน้ากันไม่ถึงร้อยปี เดี๋ยว ๆ ก็ตายจากกันไปทีละคน ๆ สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือ สิ่งที่คนรุ่นหลังจะพูดถึงในสิ่งดีงาม หรือ สิ่งเลวทรามที่เราได้ทำไว้

 

โดย แจ่มสุดา

 

กลับไปที่ www.oknation.net