วันที่ จันทร์ มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แล้วพวกเราก็ต้องเดินหน้าต่อไป โดยไร้มือคุณ


เมื่อสัปดาห์ก่อน เรามีการสัมมนาเรื่องๆ หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของพวกเราซึ่งจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนในที่ทำงานกับเราทั้งหมด ปกติตัวเราเองจะเป็นคนฟังท่านวิทยากร และคอยเสริมกับพวกพี่ๆ ที่มาร่วมสัมมนา และไม่ค่อยอยากถือไมค์ เพราะถ้าให้พูดก็จะหยุดไม่ค่อยได้เช่นกัน บังเอิญว่าวิทยากรท่านเนี้ย ท่านเป็นที่ปรึกษาในทีมที่ปรึกษา รมต.เลเบอร์และสวัสดิการของชาติเรานี่แหละ ท่านก็ไม่ตรงประเด็นกับหัวข้อสัมมนาซักเท่าไรทำให้สมาชิกชมรมเราหลายๆ ท่านเริ่มเบื่อแล้วอยากจะกลับแล้ว และมีการถกกันระหว่างท่านวิทยากรกับอีกท่านที่มากับท่านนั่นแหละ เราก็ไม่ทราบว่าท่านเป็นใคร แล้วมัฌชิมาปกรก็ยัดไมค์ใส่มือเรามาตอนไหนจำไม่ได้ เราก็เลยร่ายยาวเลยทีนี้ ถามว่าเรารู้สึกอย่างไร มาพูดให้รัฐถะดูดี เฮ้อ...พูดตามตรง จังหวัดที่เราทำงานน่ะ มีข่าวเป็นที่แรกของชาติเลยว่า คัดคนออกเป็นพันๆ ตั้งแต่เดือนตุลย์ พูดจริงๆ ถ้าเราเป็นPM นะ เราคงวิ่งโร่มาดูแล้วแหละ มันน่าตกใจมากนะที่ทำงานที่เดียวเป็นพันๆ แล้วสัมมนาวันนั้นเราก็ร่ายยาวไปจริงๆ ใครจะว่าเราเป็นปากตลาดก็ไม่เป็นไร อย่าหิวข้าวแล้วเดินเข้าไปตลาดบ้างก็แล้วกันจะรู้สึดีขึ้น(ที่ได้กินข้าวราคาไม่แพงแถมอร่อย อิ๊ๆ) ก็มันจริงนี่นา นี่ปาเข้าไปเดือนที่ ห้าแล้วนับจากวันนั้น  ก็ยังไม่เห็นมีอะไร ที่จะช่วยพวกเราได้

ถามว่าเราอยากเลิกจ้างใครต่อใครในที่ทำงานเดียวกันไม๊ ไม่มีใครอยากจะเป็นคนบอกใครด้วยตัวเองหรอกว่าบริษัทเลิกจ้างคุณแล้ว ถึงแม้บริษัทจะมีเงินให้เค้าไปทำทุนซักก้อนนึง ซึ่งบางคนอาจจะดีใจ เพราะเจอมาตรการลดค่าใช้จ่าย หลายๆ มาตรการของบริษัทเข้าไป เพราะทุกคนก็ต้องทน ช่วยๆกัน แล้วก็คงเลือกที่จะรับเงินก้อนดีกว่า เพราะรับเงินเดือนแต่ละเดือนก็แทบจะไม่พอค่าเช่าห้อง ค่านมลูกที่ต้องส่งกลับบ้านอีก สู้มีเงินสักก้อนแล้วกลับไปอยู่บ้านนอกดีกว่า  นายเราเป็น MD ชาวอาทิตย์อุทัย ที่เป็นโสดมาทำงานในชาติเราตั้งกะเกือบสิบปีก่อน และมาได้ภรรยาเป็นคนชาติเรา และมีบุตรหนึ่งคน  นายเราใจดีมาก รู้ไม๊กว่าแกจะตัดสินใจให้ทำมาตรการสุดท้ายนี้ได้ประมาณ 3 เดือนตั้งแต่วันที่สั่งให้ทำข้อมูลให้แกดู รู้ไม๊เพราะอะไรเพราะแกบอกว่าแกเป็นห่วงความเป็นอยู่ของพนักงานและครอบครัว ว่าออกไปแล้วจะเป็นอย่างไรในสภาวะแบบนี้ แต่ด้วยการที่ต้องพยุงบริษัทเล็กๆของเราไว้ให้ได้ เพราะยังมีอีกร้อยกว่าชีวิตที่ยังต้องอยู่ ที่นี่ต่อไป แกก็เลยต้องตัดสินใจใที่สุ

 กลับมาที่วิทยากรท่านเดิม (บอกแล้วว่าอย่าให้ไมค์กับเรา)พอเราร่ายยาว ถึงการทำงานที่พะเยิบพะยาบ(มันยิ่งกว่าเนิบนาบเสียอีก) ของรัฐถะ หรือหน่วยงานใดของชาติก็ได้ที่จะเข้ามาเกาะติดสถานการณ์ หาข้อมูล เจาะ เกาะ ติด โอววววว...ไม่ ไม่มีเสียงใดจากสวรรค์ ท่านวิทยากรบอกว่าทำไมเราไม่ส่งมือขึ้นไป ตกลงคนจะสำลักน้ำตายอยู่แล้วจะชูมือหลาๆ หรือว่าตะเกียกตะกายพยุงตัวไม่ให้จมน้ำล่ะขอรับเจ้านายยยย

 ปกติเราไม่ดู หรือฟังข่าวการเมืองนานมากแล้ว เราเหนื่อยใจ อ่อนใจกับพวกคนรักชาติมีสี ไม่ว่าจะสองสีประจำมหา'ลัย ริมท่าพระจันทร์ หรือพวกสีอื่นๆ ที่เป็นทั้งขี้ข้าชาติ แต่ดูมันมียศถาบรรดาศักดิ์เหยียดหยามคนที่เป็นประชาชนคนเดินดินธรรมดา ไม่ได้มีกะตังค์ หรือบางพวกที่ใช้ตำแหน่ง และอำนาจหน้าที่หาประโยชน์ใส่ตนเอง ทำร้ายได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเด็กทั้งชาติหรือธรรมชาติที่บริสุทธิ์ หรือแม้แต่ชาติที่มันอาศัยยืนอยู่ทุกวันนี้ จริงๆ เราว่าก็มีคนออกมาด่าว่าคนพวกนี้เหมือนเราเยอะนะ แต่พวกนี้คงเป็นพวกมารชิงอะไรมาเกิดแน่ๆ มันถึงได้ทำอะไรๆ ไม่อาย ไม่กลัวฟ้าดินลงโทษ ไม่กลัวเวรกรรมตามสนอง เนอะ ไม่หยุดทำกันซักที มีเงินเยอะแล้วไง หาความสุขใส่ตัว อ๊ะ...ไม่ใช่สิ ต้องใส่ใจไม่ได้ ทำไมเค้าถึงคิดกันไม่ได้นะ พอเพียงน่ะ ทำเป็นมะ คิดได้ป่ะ พ่อก็สอนให้คิดแบบนี้มาตั้งนานแล้ว  หรือว่ากิเลสที่เกาะกินหัวใจน่ะ มันหุ้มไว้จนหนาเป็นนิ้วแล้ว ระวังเป็นมะเร็งเด้อ เหอๆ ๆ เป่ย เฮ้อ...ไม่ว่าจะบ่นอย่างไร จะมีมือคุณลงมาช่วยเราหรือไม่ เราก็คงต้องแก้ไขปัญหาของพวกเราเองต่อไป จริงมะ

เฮ้อ....ได้ระบายแล้วค่อยโล่งหน่อย  แต่ยังไม่ง่วงเลยแต่ก็ต้องพยายามข่มตาหลับแล้วล่ะ พรุ่งนี้ ต้องไปผจญภัยต่อน่ะ พ่อกั๋นมื่ออื่นเด้อ

โดย yatak_o_k

 

กลับไปที่ www.oknation.net