วันที่ อังคาร มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องของโดม.. ผู้ไม่เคยยอมแพ้ (คลี่คลาย)


(ต่อจากตอนก่อน)

สามปีหลังจากนั้น โดมในวันนี้อายุยี่สิบปีแล้ว เขายังไม่เคยลืมสัญญลักษณ์สำคัญที่สุดของการได้ไปอยู่บนจุดที่สูงที่สุดในวันนั้น หลังจากกลับมาเขาได้ติดต่อกับพี่เลี้ยงหลายๆคน ที่ร่วมในประสบการณ์สำคัญครั้งนั้นกับเขา หลายคนก็วุ่นกับงาน หลายคนก็ไม่มีเวลา ก็คงได้แต่ผมนี่แหละที่เขาได้โทรคุยด้วยบ่อยหน่อย

สามปีมาแล้ว ผมรับปากเขามาตลอดว่าจะหาเวลามาเยี่ยม  จนแล้วจนรอดก็เพิ่งได้มาเอาครั้งนี้

ผมจอดรถเรียบร้อยแล้วก็ตามเขาเข้าไปในบ้าน หลังเดิมที่เคยมาเมื่อคราวกลับลงมาจากเชียงใหม่ด้วยกันแล้วแวะมาส่งเขา  โดมเรียกน้ำ น้องสาวของเขาออกมาทักทายพี่ๆ  ผมส่งไก่ย่างวิเชียรบุรี แต่ขายที่ปทุมธานีให้พร้อม ขนมตาลอีกห่อย่อมๆให้เป็นของฝาก

 น้ำและโดมมีอาการทางร่างกายเหมือนกันทุกประการ จริงๆแล้วเขามีพี่น้องสามคน แต่ พี่สาวคนโตก็จากไปก่อนหน้านี้แล้วที่บ่อน้ำหน้าบ้านนั่นเอง เพราะอาการแบบเดียวกับพวกเขา.. เขาจึงต้องระมัดระวังเสมอรวมทั้งคอยดูแลน้องไปด้วยตลอดเวลากลางวันที่พ่อและแม่ไม่อยู่

 นั่งคุยกับโดมและน้ำได้สักพัก แม่โดมก็กลับมาที่บ้านเพราะโดมโทรไปตามมา บอกว่ามีพี่ๆมาเยี่ยมที่บ้าน  เธอไปรับจ้างเลี้ยงเด็กอ่อนให้คนแถวๆบ้าน ที่เป็นพ่อค้าปลาแห้งเร่ขายตามตลาดนัด ค่าแรงรับเลี้ยงเด็กก็ไม่ได้มากมายนัก พอเพียงได้ซื้อข้าวปลากินกันไปวันๆเท่านั้น ส่วนพ่อของโดม ก็ออกไปเป็นแรงงานก่อสร้างบ้านหลังหนึ่งไม่ไกลกันนัก

โดมกับน้ำ เรียกตัวเองว่าหนูทุกคำเมื่อพูดกับแม่ ครอบครัวเล็กๆที่มีความยากจนและด้อยโอกาสเป็นเพื่อนแท้อบอุ่นกว่าหลายครอบครัวที่ผมเคยเห็นมา บ้านหลังเล็กฝาบ้านมุงใบไม้หลังนี้อบอวลไปด้วยความรักและห่วงใยกันอย่างน่าอิจฉา

 

ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุอันใดที่ทำให้ทั้งสามพี่น้องต้องเป็นเช่นนี้ ทั้งที่พ่อและแม่ของเขาก็สมบูรณ์ทุกประการไม่ได้มีอาการพิการแต่อย่างใด แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ต้องดูแลตัวเองไปให้ได้

 

อาการของโดมไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิดครับ มันมาแสดงผลเอาก็ตอนที่โดมใกล้จะจบ ป.6 กล้ามเนื้อที่แข็งแรงดี จู่ๆก็ลีบเล็กและอ่อนแรงลงไป จนในที่สุดก็แทบจะเคลื่อนไหวใดๆมิได้  เขาพยายามจะไปโรงเรียนในระยะแรกๆ แต่ด้วยความยากลำบากที่จะต้องมีคนดูแลตลอดเวลา และ ฐานะทางบ้านที่นับว่ายากจน รวมๆกันเข้าแล้ว การไปโรงเรียนซึ่งโดมรักรักมาก กลับยากเกินไปเสียแล้วสำหรับเขาและครอครัว

สุดท้าย ความฝันที่จะได้เรียนหนังสือเพื่อเป็นตำรวจให้ได้ ก็เป็นอันต้องยุติลงตรงนั้น

โดมไม่ได้ยอมแพ้กับความพิการที่เห็นเลยแม้แต่น้อยครับ เขาใช้ความสามารถเต็มที่เท่าที่มีในการทำมาหากินเพื่อแบ่งเบาภาระของพ่อและแม่ ด้วยการออกไปรับซื้อเศษขยะ เศษของเหลือใช้ตามบ้านในละแวกนั้นเพื่อเอาไปขายต่อให้พ่อค้าที่รับซื้อต่อไปอีกที

 ทุกวันเขาจะเดินทางไปด้วยรถเข็นคันเดิมคันนี้ ตระเวณไปตามบ้านใกล้เรือนเคียงเพื่อไปสอบถามหาซื้อขวด ซื้อของเก่าที่มีคนอยากขาย ด้วยรถเข็นคันเล็กๆ เขาผูกเขากระเตงเอามาของเขาได้ ลำบากนักก็ให้ลูกค้ามาส่งให้ที่บ้าน

 จากรายการที่ได้ถ่ายทำไปคราวนั้น โดมได้รางวัลเป็นของชิ้นหนึ่ง ที่เขาต้องการมาก เรียกว่า สาลี่ จะว่าไปแล้วมันก็เป็นรถสามล้อคันหนึ่งนั่นเอง ที่จะสามารถเข็นของที่รับซื้อมาในปริมาณที่มากขึ้น หรือไม่ก็เอาสาลี่ผูกเข้ากับรถมอร์เตอร์ไซค์แล้วให้แม่บิดพาไปรับของนั้นกลับมาที่บ้าน

 เวลานั้นหลายคนที่ได้พบโดม อยากช่วยเหลือเขาเพียงให้เขาบอกออกมาว่าต้องการสิ่งใด สุดท้ายโดมไม่ได้เรียกร้องอะไรที่แสดงว่าเขาสิ้นไร้ไม้ตอกเลยครับ เขาขอเพียงรถเข็นสามล้อคันนี้มา เพียงเพื่อเขาจะได้ทำงานซื้อของเก่าได้มากขึ้น เท่านั้นเอง

ปัจจุบันโดมขยับขยายกิจการขึ้นบ้างเล็กน้อย โดยไม่ต้องออกไปหาของมาขายด้วยตัวเองบ่อยนัก ก็จะมีคนเอาของมาส่งขายให้ที่บ้าน วันๆหนึ่งเขาก็จึงไม่ต้องเหนื่อยตรากตรำมากนักเหมือนแต่ก่อน พอมีเวลาได้หย่อนใจกับเพื่อนฝูงอยู่บ้าง

 เพื่อนของโดมอาศัยในละแวกบ้านนั่นเอง วันนั้นเขาพาผมไปรู้จักทุกคน เป็นเด็กๆอายุไม่กี่ขวบทั้งสิ้นครับ พ่อแม่ของไอ้หนูอีหนูเหล่านี้เป็นพม่าที่เข้ามาเป็นลูกจ้างในฟาร์มกล้วยไม้ หรือ โรงงานแถวบ้านโดมนั่นเอง

เพื่อนเยาวชนของโดม เล่นที่โคนต้นมะม่วงนี้ทุกวัน และ โดมก็มานั่งเล่นลมโชยที่นี่ทุกวันเช่นกัน หลังจากทำงานแยกของที่รับซื้อมาเสร็จประมาณบ่ายโมง ก็จะมานั่งที่นี่ เด็กๆก็เหมือนจะรู้กันพากันมาพร้อมที่ร่มมะม่วงทุกวันโดยไม่ต้องนัดหมาย พ่อแม่เด็กเหล่านี้ ฝากโดมดูแลลูกเขาให้ด้วยในตอนกลางวันที่เขาต้องไปทำงาน โดมก็จะคอยดูเพื่อนเด็กๆไม่ให้เล่นไกลไปถึงถนน หรือ ไม่ลงไปใกล้บ่อน้ำ

แม่ของโดมเล่าให้ฟังว่า เด็กๆพวกนี้จะมีรายได้พิเศษ หากวันใดโดมได้ของมามาก ก็จะจ้างไอ้หนูพวกนี้เป็นแรงงานคอยไปเข็นรถของมาให้ บางที รวมค่าขนม ค่าโอที บวกสวัสดิการต่างๆแล้วแทบไม่เหลือกำไรก็มี

 รถขายลูกชิ้นวิ่งผ่านมา ผมถามเขาว่าจะกินไหม ผมจะซื้อเลี้ยง โดมส่ายหน้า บอกว่า กินมาบ่อยแล้ว กินติดไว้ก็มี ฟังแรกๆผมก็หัวเราะนึกไปว่า เขากินเชื่อกินติดไว้กับพ่อค้าลูกชิ้น แต่ฟังเขาอธิบายแล้วมันกลับไปทางตรงกันข้าม

“ ผมกิน แล้วให้เงินเขาเผื่อไว้เลยไม่ต้องทอน กินวันหลังจะได้ไม่ต้องจ่ายเงิน”

อย่างนี้ก็มีด้วย ผมคุ้นเคยแต่เห็นคนที่เอาของกินของใช้ของคนอื่นไปก่อน ไม่มีเงินก็เลยเชื่อเขาไปก่อน แต่นี่กลับมาแปลก กลับให้เงินเขาไปก่อนทั้งที่ยังไม่ได้กินไม่ได้ใช้ของเขาเสียด้วยซ้ำ

 

ใจใหญ่ไม่เบาเลยโดม

(ยังไม่จบดีกว่า มันยาว ขอต่ออีกตอนครับ)

โดย Hoopoeman

 

กลับไปที่ www.oknation.net