วันที่ อังคาร มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องของโดม... ผู้ไม่เคยยอมแพ้ (สู่เส้นทางใหม่)


(ต่อจากตอนก่อน)

บ่ายนั้น เราคุยกันอีกสักพักใหญ่ ผมเอาของฝากที่เหลืออยู่ท้ายรถลงไว้ให้เขา เป็นแผ่นเหล็กชั้นหนังสือเก่าๆกองหนึ่ง อะไหล่รถที่ถอดเอาไว้คราวที่รถเสียอีกกองย่อม ๆ กล่องอุปกรณ์เหล็กสนิมเขรอะอีกกล่อง.. ให้เขาไว้ขาย สัญญาสำทับไปว่า คราวหน้าจะหามาให้มากกว่านี้ คราวนี้ พ่อผมชิงตัดหน้าขายพ่อค้าแถวบ้านไปก่อนแล้ว โดยที่ผมไม่ทราบ

 อุปกรณ์พังๆ ที่ไม่มีคุณค่าแล้วสำหรับผม คงจะช่วยต่อเติมชีวิตของเขาได้บ้าง เราร่ำลากันโดยไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ ได้แต่บอกให้เขารักษาดูแลตัวเอง บอกเพื่อนเด็ก ๆของโดม ให้ดูแลพี่โดมบ้างน่ะ                                                              

 หัวใจของโดมแข็งแรงมากหากเทียบกับร่างกาย ผมเคยได้รู้อาการของโรคนี้จากเพื่อนบางคนที่ฟังคำอธิบายมาจากคุณหมอ เขาบอกว่า อาการของโรคนี้มันจะดำเนินไปเรื่อยๆมีแต่แย่ลง ไม่มีดีขึ้นได้ อย่างเก่งก็ได้แต่ทรงไว้ เรื่องนี้โดมก็ทราบดี

ผมขับรถเคลื่อนผ่านท้องนาข้าวนั้นช้าๆ โบกมือให้กันไปจนลับตา มุ่งหน้ากลับบ้านที่ปทุมธานี

รู้สึกอิ่มใจ และ เห็นในคุณค่าของชีวิตมากขึ้น สิ่งที่โดมแสดงให้ผมเห็นมันตรงข้ามกับร่างกายของเขาอย่างสิ้นเชิง 

 สิ่งที่คนร่างกายพิการคนหนึ่งสอนแก่ผมมีคุณค่าเหลือเกิน การยืนขึ้นท้าทายโชคชะตาของเขาสอนผมอย่างตรงไปตรงมาว่า มนุษย์ไม่ควรยอมแพ้โชคชะตา  ขนาดคนแบบโดมยังไม่เคยถอย แล้วคนปกติอย่างเราจะต้องท้อหรือยอมแพ้ต่อสิ่งใดง่ายๆได้อย่างไรกัน.

โดมยืนไม่ได้ด้วยขา แต่ เขายืนขึ้นด้วยหัวใจอันเข้มแข็งของเขาเอง

 ร่างกายที่สมบูรณ์หรือความใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจของโดมมันไม่จำเป็นแล้วล่ะมันเป็นแค่เรื่องหยาบภายนอก เพราะจุดสูงสุดของคุณค่าที่มนุษย์ควรมี มันอยู่ในใจโดมแล้ว.

(จบ / 6 ตุลาคม 51)

.................................................................................................

เกือบเดือนหลังจากวันที่ได้พบกันผมวุ่นวายหลายเรื่อง ได้โทรคุยกับโดมสองสามครั้ง ซึ่งโดยมากเขาจะโทรมาหาผม

รูปก็คากล้องอยู่หลายวัน กว่าจะได้เอาไปอัด ได้มาสักสิบกว่ารูป บอกเขาไปตามสายว่า

ภาพไหนมีสองภาพ ก็หมายความว่า ให้เพื่อน(เด็กๆ) ของโดมด้วยนะ

เขาย้ำว่าผมส่งถูกนะ ที่อยู่มีหรือเปล่า ผมก็ยืนยันว่ามี ก็ที่ให้กันไว้เมื่อสามปีก่อนนั่นแหละ

ไม่เห็นย้ายไปไหน มันก็น่าจะถึงอยู่หรอก...

เขียนคิวไว้บนกระดานในห้องคอมพ์เลย ว่างานด่วนที่ต้องทำในวันสองวันนี้ให้ได้ คือ ส่งภาพให้โดม

วุ่นโน่นวุ่นนี่ ได้แต่ผลัดวันเรื่อยมา จนเช้าวันนี้ 5 พย.นี่แหละ จะได้ไปส่งให้ที่ไปรษณีย์เสียที ยังคิดอยู่ตอนเช้านี้เลย

แล้วพี่คนหนึ่งก็โทรมาเสียก่อน ตอนแปดโมงเช้า

โดม ไปเสียแล้ว..

เมื่อวาน 4 พย. เป็นเวลาหนึ่งเดือนพอดี หลังจากที่ผมได้พบกับเขา..

โดมและรถเข็นคู่ชีพ พลาดตกลงในท้องร่อง เพื่อนเด็กๆของโดมยังเล็กเกินไปที่จะช่วยอะไรได้

พวกเขาวิ่งไปตามผู้ใหญ่มาช่วย แต่เมื่อมาถึงมันก็สายไปเสียแล้ว

ผมจะไปบางเลนบ่ายนี้ ถือรูปที่ล้างเรียบร้อยแล้วไปให้ ให้ทั้งโดม และ เพื่อนของโดมด้วย

ขอให้โดมไปดี พ้นทุกข์เสียที

ผมเขียนเรื่องของโดมนี้ไว้เมื่อต้นเดือนตุลาคม ตั้งใจว่าจะเอาไปเผยแพร่ในกลุ่มคนที่ทำค่ายเยาวชนผู้ด้อยโอกาส ไม่ได้เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะต้องเอามาเขียน

เขียนให้ในวาระแบบนี้...

แต่ก็ช่างเถอะ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมก็ขอขอบคุณโดม ที่ได้สอนผมอีกครั้ง เป็นครั้งสุดท้ายของเขา ว่าชีวิตนี้สั้นนัก

อยากทำอะไรก็จงรีบทำเถิด

โชคดีตลอดไปนะโดม..

..................................................................................................

เรื่องนี้ผมเขียนเอาไว้ก่อนแล้วตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2551

เอามาไว้ที่นี่ เพื่อเก็บเป็นบันทึก และ อาจได้เผยแพร่ จิตใจชนิดที่คนอย่างเราควรเอาเป็นแบบอย่าง

หวังว่าคงไม่ทำให้เศร้านะครับ

โดย Hoopoeman

 

กลับไปที่ www.oknation.net