วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อ้ายคนจน จำต้องทน ปั่นรถถีบ


จักรยาน โซ่ยานแกว่ง ก๊องแก๊งถีบ
จะไปจีบ ตาบ๊องแบ๊ว แก้วงามใส
ปั่นอ๊าดเอี๊ยด ฟังเสียดสี ถี่เหนื่อยใจ
ทางอีกไกล ขาล้าแล ป้อแป้เพลีย

ความหวังเลือน ดั่งเลื่อนลอย ห้อยต่องแต่ง
โซ่เจ้ากรรม ดันขาดแหว่ง ล่องแล่งเสีย
จูงกลับเดิน งกเงิ่นงัว บ่นนัวเนีย
โซ่หลุดเรี่ย ทรยศ อดได้แฟน

โชคเข้าข้าง เห็นนางเจ้า ก้าวด้อมด้อม
ใจตุ๊มต่อม เดินสวนมา ว่าเสียงแปร๋น
“ไปไหนอ้าย รถขี้เมี้ยง* เสียงคลอนแคลน”
ทักฉายา เสียมาดแมน หมดมั่นชาย

ทำตาค้อน งอนง่อนแง่น แหงนหน้าหนี
แต่ครั้นน้อง ต่อพาที ชี้ชวนหมาย
หากพี่ว่าง แวะบ้านน้อง กินข้าวงาย*
หูตั้งผึ่ง ซึ้งแท้หลาย หายโกรธเอย

* ขี้เมี้ยง (ภาษาเหนือ) = ขี้สนิม
*  ข้าวงาย (ภาษาเหนือ) = ข้าวมื้อเช้า

.

.

Where Where is a Where Where...

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ขอขยายความอีกหน่อย
คำว่า "รถขี้เมี้ยง" เนี่ย แค่เอ่ย คนแถวภาคเหนือก็มักจะพร้อมที่จะหัวเราะได้ทุกเวลา เพราะมันเหมือนกับเป็นรถตลก ที่ปรากฏตามเรื่องเล่า + ตำนานปรัมปรา

ลักษณะพิเศษ ของรถขี้เมี้ยง ที่ทุกคนจะต้องนึกถึง และนักประพันธ์ มักจะนำมาบรรยาย ก็คือ
1. เก่า สนิมเขรอะ
2. เสียงปั่น อี๊ดอ๊าดน่ารำคาญ เพราะขาดน้ำมันหล่อลื่นตามวัยที่ชรา
3. โซ่ยาน ตุแล่งตุแล่ง
4. เบรคไม่มี ต้องใช้เท้ารากับล้อรถเวลาเบรค
5. เบาะขาดวิ่น (อาจจะเหลือแต่โครงเหล็ก ไม่มีฟองน้ำห่อหุ้ม)

ส่วนยางแบน ไม่ค่อยมีใครกล่าวถึง เพราะถ้าแบนจะไม่สามารถเอามาขับขี่อวดสาว เกิดเป็นเรื่องราวต่าง ๆ ได้จ้า


โดย หน่อไม้ไร่

 

กลับไปที่ www.oknation.net