วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อจักรพรรดิ์เฉียนหลง เป็นตัวร้ายในละคร


ต่อจากเอนทรีที่แล้วน่ะครับ

http://www.oknation.net/blog/moviehall/2009/02/20/entry-2 และ http://www.oknation.net/blog/moviehall/2009/02/18/entry-2

มีหนังจีนเรื่องที่เฉียนหลงฮ่องเต้  เป็นตัวละคร  แต่  นอกจากจะไม่ได้เป็นพระเอกแล้ว ยังค่อนข้างเล่นเป็นตัวร้าย เสียอีก   คือมองในมุมของชาวฮั่น ที่ถือว่าเป็นประชากรส่วนใหญ่ของจีนในยุคนั้น  ที่ต่อต้านการเข้ามาปกครองของ ราชวงศ์ชิง แห่ง แมนจู   ทั้งที่ เฉียนหลงเอง ก็นำความเจริญมาสู่บ้านเมืองของจีนในยุคนั้นไม่น้อย  และ บ้านเมืองก็ค่อนข้างสงบร่มเย็น  แต่ความที่เป็นคนต่างเชื้อชาติ  ก็ย่อมมีปัญหา   มาดูกันครับว่ามีเรื่องใดบ้าง

Qian long you jiang nan (เฉียนหลงประพาสเจียงหนาน หรือ กังหนำ ในภาษาแต๋จิ๋ว )

เคยสร้างครั้งแรกในปี 1929 ซึ่งเป็นหนังเงียบขาวดำ กำกับโดย Li Pingqian
ผมก็ไม่ได้เคยดูเลยครับ  พยายามจะค้นหาโปสเตอร์มาให้ชมกัน ก็หาไม่ได้

ปี 1977 นำมาสร้างอีกครั้งครับ

 

ไม่มีภาพให้ชมเช่นกัน

 

    จนปี 2003 นำกลับมาทำเป็นซีรีย์ทางทีวีอีกครั้งหนึ่ง

,,,,

หนังสือเรื่อง "เฉียนหลงประพาสกังหนำ" ซึ่งเป็นบันทึกของเหตุการณ์ ในสมัยราชวงศ์ชิงว่าด้วยการเผาวัดเส้าหลิน เมื่อครั้งจักรพรรดิ์เฉียนหลงขื้นครองราชย์ หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าวไม่นาน จึงมีความเชื่อกันว่าเหตุการณ์ในหนังสือเล่มนี้ น่าจะเป็นความจริงอยู่หลายส่วน รวมทั้งบุคคลต่างๆในเรื่องก็น่าจะมีตัวตนอยู่จริง

จากการค้นคว้า  พบว่า วัดเส้าหลินนั้นเคยมีไฟไหม้ใหญ่อยู่ 3 ครั้ง  ครั้งหนึ่งนั้น เกิดในยุคราชวงศ์ชิง   ที่ฮ่องเต้  สั่งให้เผาวัดเส้าหลิน เพื่อกวาดล้างบรรดาจอมยุทธ์ชาวฮั่นที่ต่อต้านราชวงศ์ชิง ที่ส่องสุมกำลังกันอยู่ที่วัดเส้าหลิน 

ในเรื่อง เฉียนหลงประพาสกังหนำ  ก็มีการกวาดล้างผู้กล้า ยอดฝีมือที่เด่นๆหลายคน

 มีจอมยุทธ 3 คน  หนึ่งในนั้นคือ  หงซีกวน ( เป็นศิษย์ฆราวาสของ หลวงจีนจื้อส้านแห่งเส้าหลิน )
มี  ฟางซื่ออวี้ (ภาษาจีนกลาง) หรือ ปึงซี่เง็ก (ภาษาแต้จิ๋ว) หรือ ฟงไสหยก (ภาษ าจีนกวางตุ้ง)      และ โอ้วฮุ่ยเคี้ยง (หูฮุ่ยเฉียง)

โดยทางการอาศัยสุดยอดฝีมือจาก สำนักบู๊ตึ๊ง และง้อไบ๊ ที่กำลังมีเรื่องผิดใจกับเส้าหลินอยู่เป็นทุนเดิม ให้จัดการสังหารศิษย์ฆราวาสทั้งสามจนตายสิ้นเพื่อเป็นการตัดกำลังสำคัญของฝ่ายเส้าหลิน

ในการต่อสู้นั้น แม่ชีโหงวบ๊วย(อู่เหมย)จากง๊อไบ๊ประกบปึงซีเง็ก นักพรตคิ้วขาวจากง้อไบ๊ ประกบหลวงจีนจี๊เสียง ปั้งเต้าเต็กแห่งบู๊ตึง ประกบ อั้งอีกัว(หงซีกวน)

ภาพจากเรื่อง" หงซีกวน  วีรบุรุษกู้ชาติ "

หงซีกวน  ผู้นี้ คือผู้นำของพรรคดอกไม้แดง  ที่เป็นแกนนำในการต่อต้านราชวงศ์ชิง

หงซีกวนเสียชีวิตไปในเหตุการณ์เผาวัดเส้าหลิน  แต่ก็มีศิษย์เส้าหลินบางส่วนที่รอดตาย  และหนีไปอยู่ที่แต๋จิ๋ว จากการที่ มวยสกุลหง  ได้เผยแพร่อยู่ ที่นั่น  และ สองพ่อลูก  หวงฉีอิง  และ หวงเฟยหง  ก็ใช้มวยสกุลนี้  จึงเชื่อว่า  หงซีกวน  เป็นบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ 

ภาพจากซีรีย์ "ปึงซีเง็กปะทะเฉียนหลง "

ส่วน ปึงซีเง็กนี้ ยังไม่แน่ใจครับว่ามีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์รึเปล่า   เรื่องราวที่แม่ชีโหงวบ๊วยจากง่อบ๊สู้กับปึงซีเง็ก  ที่อยู่ในเรื่องเฉียนหลงประพาสกังหนำ และ จากประวัติมวยสกุลหง และ มวยสกุลหย่งชุน  ก็กล่าวถึง บุคคลรอบตัวปึงซีเง็กมากมาย  ในภาพยนตร์บางเรื่อง  ก็มี ปึงซีเง็กร่วมในขบวนการพรรคดอกไม้แดง ยุค เฉินเจียลั่ว  และมีภาพยนต์ที่กล่าวถึง  ปึงซีเง็ก อยู่กว่า 40 เรื่อง ไม่รวมซีรีย์ ผมเองก็คิดว่า ปึงซีเง็กน่าจะมีตัวตนจริงๆในประวัติศาสตร์ช่วงยุคนั้น

ในหนังสือ สกัดจุดมังกรหยก ของ ถาวร สิกขโกศล ได้กล่าวถึงปึงซีเง็กไว้ว่า

"...ปึงซีเง็กนั้นตาและแม่ล้วนเป็นชาวยุทธจักร จึงได้ฝึกกำลังภายในมาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ อาบน้ำว่านจนอยู่ยงคงกระพัน อายุเพียง 14 ปี ได้ขึ้นลุยไถประลองฝีมือชนะศิษย์อันธพาลของสำนักบู๊ตึง ปึงซีเง็กสร้างวีรกรรมไว้มาก แต่ในที่สุดถูกราชสำนักแมนจูส่งยอดฝีมือมาปราบ เมื่อตายอายุเพียง 24 ปี..."

ในส่วน  โอ้วหุ่ยเคี้ยงนั้น  ผมค้นไม่เจอรายละเอียดมากนัก  รู้เพียงว่า หลังเขาตาย  ปึงซีเง็กได้รับบุตรของเขาไปช่วยดูแล

อีกเรื่องหนึ่ง  ที่กล่าวถึง เฉียนหลงฮ่องเต้  ในแง่มุม  ทั้งชื่นชม  และ ต่อว่า  และเป็นเรื่องแต่งที่มีอิทธิพลต่อหนังเรื่องอื่นๆ ต่อมาอีกหลายเรื่องครับ

ตำนานอักษรกระบี่ 
หรือ จอมใจจอมยุทธ์

             กิมย้ง


เรื่องนี้  เป็นบทประพันธ์ของ กิมย้ง ( นักประพันธ์จีนชื่อดัง  ผู้เขียน มังกรหยก 1-3 ) นับเป็นการเขียนแนวยุทธจักรเรื่องแรก  นำมาแปลเป็นไทยหลายสำนวน  แต่สำนวนที่มีการพิมพ์บ่อยครั้ง คือสำนวนของ น.นพรัตน์  ใช้ชื่อว่า จอมใจจอมยุทธ์ ( แปลจากฉบับปรับปรุงของกิมย้ง ) ส่วนสำนวนของ จำลอง พิศนาคะ  ใช้ชื่อว่า กระบี่อั้งฮวย ( แปลจากการพิมพ์ครั้งแรก ) ถ้าได้ยินชื่อดังกล่าว 3  เรื่องนี้ก็คือเรื่องเดียวกันน่ะครับ   มีชื่อภาษาอังกฤษว่า  The Book And The Sword

 ภาพจากปี 1976 TVB

เนื้อเรื่องโดยย่อ

        พรรคดอกไม้แดงภายใต้การนำของ "เฉินเจียลั่ว" บางสำนวนใช้ชื่อ  ตั้งแกลก  ( อ่าน ตั้ง แก_ลก ) เป็นแหล่งรวมของชาวยุทธ์และมีอุดมการณ์ในการต่อต้านราชวงศ์ชิง เพื่อกอบกู้แผ่นดินฮั่นให้พ้นจากการปกครองของชนชาติแมนจู  ในยุคนั้นมี "เฉียนหลง" เป็นฮ่องเต้ที่ปรีชาสามารถปกครองอยู่ เฉียนหลงต้องการยึดครอง "เผ่าหุย" เพื่อผนวกเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของต้าชิงแต่ "ฮั่วชิงถง" หญิงสาวของเผ่าหุยไม่ยินยอม และได้รู้จักกับพรรคดอกไม้แดง ต่อมา "เฉินเจียลั่ว" เดินทางไปเผ่าหุยได้รู้จัก "เจ้าหญิงเซียงเซียง" นางคือน้องแท้ๆของ "ฮั่วชิงถง" เฉียนหลงมีโอกาสได้พบเซียงเซียง และหลงใหลความงามของนางหมายได้ตัวไปเป็นสนม ขณะเดียวกันชาติกำเนิดของเฉียนหลงก็ถูกเปิดโปงว่าแท้จริงไม่ใช่ชาวแมนจู หากแต่เป็นทายาทชาวฮั่น ทำให้เขาวางตัวลำบาก ไม่รู้จะเป็นฮ่องเต้แมนจูดี หรือจะช่วยชาวฮั่นกอบกู้แผ่นดิน จึงกลายเป็นปมปัญหาที่แก้ไม่ตกสำหรับทุกฝ่าย พรรคดอกไม้แดงซึ่งมีอุดมการแน่วแน่จึงต้องเผชิญกับวิกฤติครั้งใหญ่...

หนังแยกออกเป็น 3 ส่วนสำคัญๆ คือ

- การต่อต้านราชวงศ์ชิง โดย พรรคดอกไม้แดง ที่มีประมุขพรรค คือ "เฉินเจียลั่ว" บางสำนวนใช้ชื่อ  ตั้งแกลก  ( อ่าน ตั้ง แก_ลก )
- ความสัมพันธ์ของ เฉียนหลง ฮ่องเต้ กับ ประมุขพรรคดอกไม้แดง ที่ว่า ทั้งสองเป็นพี่น้องกัน  และ  เฉียนหลงมีเชื้อสายชาวฮั่น
- สนมของเฉียนหลงฮ่องเต้ นาม เซียงเฟย  ซึ่งเป็นคู่รักกับ เฉินเจียลั่ว และการยึดครองชนเผ่า หุย ของแมนจู

ภาพจากปี 1976 TVB

Shu Jian En Chou Lu (จอมใจจอมยุทธ์) ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์จอเงินขึ้นครั้งแรก เมื่อ ปี ค.ศ. 1960 โดยสร้างขึ้นมา 2 ภาค ใช้ชื่อเรื่องว่า The Book and the Sword ใช้ชื่อภาษาจีน ภาคแรก Shu Jian En Chou Lu Shang Ji
และ ภาคสองใช้ชื่อ Shu Jian En Chou Lu Da Jie Ju เขียนบทและกำกับการแสดงโดย Lee Sun-Fung

ภาคแรกนี้นำแสดงโดย Cheung Ying , Tsi Law-Lin , Chan Gam Tong , Yung Siu Yi ออกฉายครั้งแรกที่ฮ่องกงเมื่อ วันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1960 ส่วนภาค 2 นำแสดงโดย Cheung Ying , Yung Siu Yi , Seung Goon Gwan Wai , Sek Yin Ji ออกฉายครั้งแรกที่ฮ่องกงเมื่อ วันที่ 9 มิถุนายน ค.ศ. 1960

 

   ในปี ค.ศ.1979 ทาง TVB ของฮ่องกง นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ทีวีเป็นครั้งแรก โดยเป็นผลงานการสร้างของ หวังเทียนหลิน 

แสดงโดย  เจิ้งเส้าชิว(Zheng, Shaoqiu - มีชื่อภาษาอังกฤษว่าCheng, Adam ) รับบท ตั้งแกลก( หรือ เฉินเจียลั่ว )

ร่วมด้วยนักแสดงชื่อดังในยุคนั้นคับคั่งอาทิ หวังหมิงฉวน รับบท ฮาซิลโซม (ฮั่วชิงถง)

หวีอันอัน รับบท เฮียงเฮียงกงจู้ (เซียงเซียงกงจู้) รวมด้วย หลี่ซื่อฉี , จูเจียง , หวงซู่อวี้
              เรื่องนี้นำมาฉายครั้งแรกในเมืองไทย เมื่อปี พ.ศ. 2523 (ค.ศ. 1980) ทางไทยทีวีสีช่อง 3 โดยใช้ชื่อว่า จอมใจจอมยุทธ์ ส่วนวีดีโอ ใช้ชื่อว่า กระบี่แค้นมังกรฟ้า

ภาพหวังหมินฉวน ในบท ฮั่วซิงถง ปี 1979

ในปี ค.ศ. 1981 ทาง ชอว์บราเดอร์ นำเอา Shu Jian En Chou Lu มาสร้างเป็นภาพยนตร์จอเงินขึ้นครั้งแรก โดยใช้ชื่อเรื่องว่า The Emperor and His Brather ในชื่อไทยว่า ยุทธจักรศึกสายเลือด โดยในการสร้างครั้งแรกนี้

มี Jason Pai Piao (ไป่เปียว) รับบท เฉียนหลงฮ่องเต้ ร่วมด้วย พระเอกชื่อดังในยุคนั้น Ti Lung (ตี้หลุง) มารับบท เฉินเจียลั่ว ประมุขพรรคดอกไม้แดง โดยจับเอาเนื้อเรื่องช่วงต้นมาสร้าง ตัดตัวละครเอกสองตัว คือ ขนนกเขียวเสื้อเหลือง ฮาซิลโซม และ เซียงเซียงกงจู้ ฟาตาลี ไป แต่มาเพิ่มบทบาทให้ จิวอี ซึ่งรับบทโดย เหวินเซียะเอ๋อ และ บทของ บัณฑิตขลุ่ยทอง อื้อฮื้อตัง ซึ่งรับบทโดย กู่กวนจ้ง

หนังภาคสองมีชื่อว่า Princess Fragrance เล่าเรื่องเน้นหนักไปที่ ความสัมพันธ์ระหว่างเฉินเจียลู่ และฮาซิลโซม

 

        ต่อมาได้ทาง TVBได้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์โทรทัศน์อีกครั้งหนึ่ง ในปี ค.ศ. 1987 ใช้ชื่อเป็น ภาษาอังกฤษว่า The Legend Of The Book And The Sword (แปลว่า ตำนานอักษรกระบี่)

 2 นางเอก จาก TVB 1979  กับ ปี 1987

TVB ปี 1987

โดยมี Pang Man Kin (เผิงเหวินเจียน) รับบท ตั้งแกลก , Jacquline Law (หลัวฮุ่ยเจวียน รับบท ฮาซิลโซม , Fiona Leung(เหลียงเพ่ยหลิง) รับบท เฮียงเฮียงกงจู้ และ Simon Yam (เยิ่นต๊ะหัว) รับบท เฉียนหลงฮ่องเต้ ร่วมด้วย พระเอกดังในอดีต Sek Sau(สือซิว) ซึ่งเคยรับบท มู่หยงฟู่ แห่งแปดเทพอสูรมังกรฟ้า และ บท ฮวยบ่อข่วย ใน เซียวฮี้อยี้ ของยุคเก่า มารับบท มืออสนีมาต บุ้นไถ่ไล้ รวมทั้ง Lawrence Ng (อู๋ฉีหัว) มารับบท บัณฑิตขลุ่ยทอง อื้อฮื้อตัง Liu Kai Chi (เลี่ยวข่ายจือ) รับบท ฉื่อเทียนฮ้ง Kitty Lai (หลี่เหม่ยเสียน) รับบท ลี้ง้วนจี้

   และในปี เดียวกันนี้ (ค.ศ. 1987) ผู้กำกับ แอนฮุย (Ann Hui) ได้นำเอา Shu Jian En Chou Lu มาสร้างเป็นภาพยนตร์จอเงิน ความยาว 180 นาที โดยใช้ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษว่า Romance Of Book And Sword

 

ตั้งแกลก หรือ เฉินเจียลั่ว  ฮาซิลโฮม หรือ ฮั่วซิงถง

องค์หญิงเซียงเซียง  เฉียนหลงฮ่องเต้

โดยมี Duo Fu Zhang รับบท เฉินเจียลั่ว (ตั้งแกลก) Shichang Da รับบท เฉียนหลงฮ่องเต้(เคี่ยงล้งฮ่องเต้) และ Nuo Ai รับบท องค์หญิงเซียงเซียง (เฮียงเฮียงกงจู้)

 

 

 ส่วนอีกฉบับหนึ่ง เป็นผลงานการสร้างของ ไต้หวัน สร้างประมาณปี ค.ศ. 1991

นำแสดงโดย เหอเจียจิ้ง แสดงเป็น ตั้งแกลก หลิวเซียะหัว แสดงเป็น ฮาซิลโซม ร่วมด้วย เสิ่นเมิ่งเซิง รับบท เฉียนหลงฮ่องเต้ ฟู่เจวียน รับบท เซียงเซียงกงจุ่ ทางไทยทีวีสีช่องเจ็ด เอามาออกอากาศตอนเย็น ในปี พ.ศ. 2540 ใช้ชื่อเรื่อง ว่า ตำนานอักษรกระบี่ ส่วนวีดีโอใช้ชื่อว่า เดชคัมภีร์กระบี่มรณะ

 

ตั้งแกลก  ฮาซิลโฮม  เฉียนหลงฮ่องเต้  ปี 1994

ต่อมาในปี ค.ศ. 1994 ทางจีนแผ่นดินใหญ่หยิบเอา Shu Jian En Chou Lu ลงจอทีวีอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าใด เท่าที่ค้นข้อมูลได้ มี Wang Weiguo(หวังเว่ยกว๋อ) รับบท เฉียนหลงฮ่องเต้ Yang Yana รับบท เฮียงเฮียงกงจู้ ฟาตาลี Cao Ying รับบท ลี้ง้วนจี้ Zhao Jian (จ้าวเจี้ยน) รับบท เตียเตี่ยวเต๊ง Zhang Tong รับบท เล็กฮุยแช Wang Zhifei (หวังจื่อเฟย) รับบท บัณฑิตขลุ่ยทอง อื้อฮื้อตัง Chen Jiming รับบท ฉื่อเทียนฮ้ง 

 

      ล่าสุดปี ค.ศ. 2002 จอมใจจอมยุทธ์ ก็ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์โทรทัศน์อีกครั้งหนึ่ง เป็นการสร้างโดย บริษัทในจีนแผ่นดินใหญ่ มีนักแสดงจาก ฮ่องกง ไต้หวัน และจีนแผ่นดินใหญ่ ร่วมแสดงกันอย่างคับคั่ง

เฉินเจียลั่ว         ฮั่งซินถง

เฉียนหลงฮ่องเต้   องค์หญิงเซียงเซียง

Zhao Wen Zhuo (จ้าวเหวินจั๋ว) ดาราชื่อดังจากจีนแผ่นดินใหญ่ มารับบท เฉินเจียลั่ว (ตั้งแกลก) Esther Kwan Wing Ho (Guan Yonghe - กวนหย่งเหอ) ดาราจากฮ่องกง รับบท ฮาซิลโซม Rachel Ngan Wing Sze จากฮ่องกง รับบท เฮียงเฮียงกงจู้ ฟาตาลี Chen Chao Yong (เฉินจาวหยง) จากไต้หวัน รับบท เฉียนหลงฮ่องเต้ Tse Kwan Ho

                 บัญฑิตขลุ่ยทอง 

จากฮ่องกง รับบท หัวหน้าสิบสี่ บัณฑิตขลุ่ยทอง อื้อฮื้อตัง Sun Li (ซุนลี่) จากจีนแผ่นดินใหญ่ รับบท ลี้ง้วนจี้ Liang Rongzhong รับบท หัวหน้าเจ็ด ฉื่อเทียนฮ้ง Guo Liang รับบท เตียเตี่ยวเต๊ง He Guilin (เหอกุ้ยหลิน) รับบท ลี้คอซิ่ว Li Qingxiang รับบท ประมุขหมู่บ้านขวัญเหล็ก จิวตงเอ็ง Jia Yanpeng รับบท หัวหน้า เก้า เสือดาวเก้าชีวิต อ้วยชุนฮั้ว

 

  เรื่องนี้ มีข้อขัดแย้งกับประวัติศาสตร์อยู่หลายจุด

1. เรื่องกำเนิดของเฉียนหลงฮ่องเต้

  เป็นเรื่องราวที่มีคำล่ำลือกันเป็นนิทาน ว่าท่านมีชาติกำเนิดเป็นชาวฮั่น  บ้างก็ว่า เกิดจากหญิงอัปลักษณ์ในพงหญ้า  บ้างก็ว่า เกิดจากเศรษฐีเกลือ เฉินซื่อกวน ทางใต้ที่เคยรับราชการ แล้วโดนสลับบุตรชาย กับพระธิดา  ทำให้นักประพันธ์กิมย้ง หยิบยกมาผูกเป็นเรื่องราว และได้รับความนิยมต่อมา  จนมีผู้นำไปสร้างเป็นเวอร์ชั่นต่างๆมากมาย

แต่นักประวัติศาสตร์ ล้วนไม่ยอมรับเรื่องราวนี้เลย  ทั้งในเรื่องของการสลับบุตรนั้น เมื่อเฉียนหลงกำเนิด ขณะนั้นหย่งเจิ้นเป็นองค์ชาย 4 และก็มีบุตรชายมาแล้วถึง 3 คน ไม่มีความจำเป็นต้องสลับบุตรเพื่อให้ได้บุตรชายเพิ่มขึ้นอีก  และ เขาก็ไม่สามารถทราบได้เลยว่าต่อมา องค์ชาย 4 น้อยจะเป็นที่โปรดปรายของคังซี  และ เขาเองจะได้ขึ้นครองเป็นหย่งเจิ้นฮ่องเต้

ส่วนที่ล้ำลือว่า การที่เฉียนหลงเสด็จประพาสเจียงหนานถึง 8 ครั้ง เพื่อไปเยี่ยมบ้านเกิด  จริงๆ แล้ว เฉียนหลงประพาสเจียงหนานหลายครั้งก็จริง  และท่านก็ทรงชื่นชอบทิวทัศน์ในเจียงหนาน และไปเพื่อดูเรื่องการสร้างเขื่อน  เช่นเดียวกับคังซี ที่ประพาส 8 ครั้งเช่นกัน และที่พระองค์ทรงประทับที่บ้านของตระกูลเฉิน ก็เพราะในแถบนั้น ไม่มีบ้านเศรษฐีคนใดที่จะหรูหราใหญ่โตสมพระเกียรติเท่าบ้านเศรษฐีเฉินอีกแล้ว  และตลอดเวลาที่ทรงประทับ  ก็ไม่เคยเรียกลูกหลานของตระกูลเฉินเข้าเฝ้าเลย ทั้งที่อยู่ห่างไปไม่ไกล

2. เรื่องราวของ องค์หญิงเซียงเซีย

  ในรายชื่อของสนมเฉียนหลง น่าจะตรงกับ สนมหรงเฟยมากที่สุด เนื่องจากนางเป็นอิสลาม เป็นชาวอุยกูร์  พี่ชายของเซียงเฟย หรือ หรงเฟย มีความดีความชอบในการช่วยราชสำนักชิง ปราบกบฏ จึงได้รับพระราชโองการให้เข้าเฝ้าเมื่อปี ค.ศ. 1759 และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าฝู่กว๋อกง เวลานั้น เซียงเฟยติดตามพี่ชายเข้ากรุงปักกิ่ง ต่อมาไม่นานได้เข้าวัง และเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้เฉียนหลงยิ่งนัก  ทั้งเฉียนหลงฮ่องเต้ก็ทรงเคารพในขนบธรรมเนียมประเพณีทางบ้านเดิมของนาง ทรงอนุญาติให้นางแต่งกายตามแบบชนเผ่าชายแดน และปฏิบัติตนตามศาสนาอิสลามในการกินการอยู่ได้ เช่น กินแต่เนื้อแกะและไก่ ไม่กินเนื้อหมู เป็นต้น

กิมย้ง จึงได้ นำเอาเรื่องราวมาผูก ซึ่งในช่วงปี  ในปี 2302 เฉียนหลงทำสงครามปราบปรามมุสลิมทางตะวันตกเฉียงใต้ ทรงยึดครอง คัชการ์ ยาร์คานด์ และโกทาน ในลุ่มน้ำทาริม ขับไล่พวกมุสลิมไปจนถึงที่ราบสูงปามีร์ และสถาปนาดินแดนเหล่านั้นขึ้นเป็นมณฑลซินเกียง และทรงให้อพยพชาวจีนที่นับถือศาสนาอิสลามจากมณฑลกังสู และเชนสี เข้าไปตั้งถิ่นฐานทำมาหากินแทนในดินแดนใหม่นี้

แต่เซียงเฟย ไม่ได้เสียชีวิตแต่ยังสาว  เพราะมีการขุดหลุมศพเซียงเฟยเมื่อภายหลัง พบว่าเส้นผมของนางมีสีเทาหงอกปน  แสดงว่านางเสียชีวิตเมื่อชราแล้ว  และฮองไทเฮา ก็ทรงพอพระทัย จึงได้เลื่อนเป็นพระสนมลำดับที่สาม  ไม่ได้กลั่นแกล้งนางจนเสียชีวิต ตามที่กิมย้งได้เขียนไว้

เรื่องราวภาพยนตร์ที่อิงประวัติศาสตร์ราชวงศ์ชิง ก็จบลงตรงนี้ครับ นับว่าผมเขียนมาหลายตอนทีเดียว  ท่านที่เพ่งมาอ่าน สนใจ ก็คลิกด้านซ้ายตรงสารบัญที่ผมจะรวมไว้ให้น่ะครับ

หนังจีนอิงประวัติศาสตร์ ก็มีการสร้างใหม่ขึ้นเรื่อยๆครับ  บ้างก็ดัดแปลงบทประพันธ์ รวมถึงประวัติศาสตร์ให้เรื่องราวสนุกสนานขึ้น  การที่เราพอจะทราบประวัติศาสตร์จีนบ้าง และรู้ว่าหนังกล่าวถึงช่วงไหนของประวัติศาสตร์ ก็จะทำให้เข้าใจเรื่องราวมากขึ้น รวมทั้งดูสนุกขึ้นด้วยครับ  ด้วยผู้ประพันธ์เองบางทีก็หยิบเอาเรื่องราวในเรื่องอื่นๆมาต่อกันโดยไม่ได้ปูเรื่องให้ทราบ  อีกทั้งประวัติศาสตร์จีนเองมีความยาวนานกว่า 4000 กว่าปี  บางช่วงก็คล้ายคลึงกันมาก

ตัวผมเอง ก็ ยังเคยเถียงกับเพื่อนเลยว่า ยุคจิ๋นซี เกิดก่อนหรือหลัง สามก๊ก  ว่าแล้ว ก็นึกได้ว่าน่าจะเขียนเรื่องยุคจิ๋นซี ที่มีหนังกล่าวถึง มากอีกช่วงหนึ่ง  ขอติดไว้ก่อนน่ะครับ ว่างๆ จะมาเขียนให้อ่านกัน  บายก่อนครับ

โดย HOF

 

กลับไปที่ www.oknation.net