วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

You are what you say!!!!!


วันนี้เรื่อยเฉื่อยเหมือนทุกวัน ทำงานๆ รับผิดชอบให้มันหมดวัน พอเจ้านายกลับ แล้วก็กลับตาม ไม่งั้นมีประเด็นว่าไม่รับผิดชอบ หนีกลับก่อน ทุ่มนึง สองทุ่ม ไม่มีงาน สมองล้า ก็นั่งมันไปเถอะ

อยู่ที่นี่เริ่มรู้อะไรมากขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาที่วุ่นวาย แต่ก็ต้องเรียนรู้แล้วก็ต้องอยู่ให้ได้มากที่สุด แต่เท่าที่ดู .....ล่องลอย......   อนาคตไม่น่าโอเค ก็นะ เศรษฐกิจแบบนี้ ทนๆไป

ก็ท่องไว้เนอะ อดทน

ที่นี่ไม่เหมือนที่อื่นๆเลย ถ้าอยากฝึกวิทยายุทธเรื่องความวุ่นวายในองค์กรใหญ่ เพื่อนร่วมงานแปลกๆ ก็มาฝึกกันได้ที่นี่เลยค่ะ มีให้เลือกหลายแบบ และเจ้านายแบบแปลกๆมากมาย เรียกว่ามหาลัยโลกความจริงคงไม่แปลกนัก

ที่หงุดหงิดและไม่เคยเจอที่ไหนก็ไม่มีคอมนี่ล่ะ อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ องค์กรเอกชนใหญ่โต ทำงานต่างประเทศ แต่ไม่มีคอมส่วนตัวให้ใช้งาน งานมันเลยออกมาช้า หงุดหงิดเหมือนกัน แต่ก็พยายามคิดนะ คนเราถ้าเก่งจริง ก็ต้องสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้มีประโยชน์สูงสุดสิ ทนไปซักตั้งนะ


วันนี้ศุกร์ 13 ขับรถกลับบ้านมาเส้นวงแหวนรอบนอก เห็นพระจันทร์สีเหงาๆ ดูเศร้าๆ เต็มดวงนะ แต่พระจันทร์ไม่สดใสเลย แถมมีเมฆบางๆลอยจางๆ ชวนให้นึกถึงนิทานสมัยเด็กๆ ที่จะมีแม่มดขี่ไม้กวาดบินผ่านไป โดยอาศัยพระจันทร์เศร้าๆ เป็นฉากหลัง

อาจเป็นเพราะเมื่อคืนฝันไม่ดี ฝันว่าน้องสาวประสบอุบัติเหตุ ตกใจมาก ร้องไห้ใหญ่ ไม่รู้ทำไม ยิ่งโต ยิ่งรักมันมากขึ้นทุกวัน ถึงแม้บางวันจะทะเลาะ หรือหมั่นไส้บ้างก็ตามเถอะ พอตื่นมาก็อารมณ์ค้าง สลดทั้งวัน กังวลน่ะเรื่องของเรื่อง เป็นห่วงพ่อ เป็นห่วงแม่ เป็นห่วงน้อง ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจริงๆ เราจะทำยังไงดี


เคยแอบอ่าน diary คนอื่นไหมคะ แอบอ่านแล้วก็แอบเศร้าไปกับชีวิตเค้า บางคนถ่ายทอดได้ดีมาก อ่านแล้วเห็นภาพ เหมือนเราไปอยู่ร่วมกับทุกเหตุการณ์ของเขาเลย คำบรรยายบางคนอ่านแล้วมันเจ็บปวดไปกับเค้า บางที่ก็อ่านไปยิ่มไป เรื่องตัวเองก็ไม่ใช่เนอะ แอบอ่านไปเรื่อยๆ เค้าไม่รู้หรอกว่าเราเป็นแฟนประจำไดไปแล้ว ฮาๆๆๆ

ด้วยอาการนี้ ทำให้รู้สึกเหมือนเค้าเป็นเพื่อน รู้สึกห่วงทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัว เข้าทำนองเธอไม่รู้จักฉัน ฉันไม่รู้จักเธอ  เวลาเค้าไม่มาอัพไดก็เป็นห่วง จดจำเรื่องราวเหมือนเป็นเพื่อนสนิท ไม่แน่ใจว่าเป็น diary หรือ ซีรีย์เกาหลีเรื่องยาวกันแน่ จริงไหมคะ


ตอนนี้ซื้อหนังสือมาอ่านมากมาย แต่หนังสือที่ประทับใจที่สุดก็คงเป็น The top secret และMarketing Tip ที่ทำให้เรารู้จักตัวตนของเรา รู้ว่าเราอยากจะทำอะไรต่อไป และจุดไฟที่ใกล้มอดให้สว่างขึ้นมาใหม่

The top secret โดยทันตแพทย์สม สุจีรา เราซื้อมาเป็นเล่มที่พิมพ์ครั้งที่ 77 แล้ว จริงๆมันมีเล่มที่ตีพิมพ์ครั้งที่ 68 ด้วย แต่เราชอบเลข 77 เพราะมันดูคลาสสิคดี 555 ยังอ่านไม่จบหรอก เพราะอยากซึมซับให้เข้าใจมากที่สุด อยากจำให้ขึ้นใจ

ณ ตอนนี้สิ่งที่เราได้ก็คือ การคิดดี ทำดี พูดดี ให้เราคิดบวก you are what you think, และเราก็คิดว่า you are what you say. ด้วย หากเรา positive thinking สิ่งดีๆก็จะเข้ามา มันจะมีพลังอำนาจ และที่สำคัญที่เราชอบมากที่สุด คือจะทำให้คนรอบข้างเราเป็นสุขด้วย มันเป็นกฏของแรงดึงดูดน่ะ คนที่คิดดี ทำดี พูดดี ใครๆก็เข้าใกล้แล้ว สงบเย็น สบายกาย สบายใจ แต่ตรงกันข้าม เคยไหม ที่เข้าใกล้ใครแล้วรู้สึกอยากหนีไปห่างๆ เพราะคนคนนี้ ร้อนจัง

เราคิดว่า ถ้าคนรอบข้างเรามีความสุข นั่นก็ทำให้เรามีความสุขที่สุดแล้วเพราะบรรยากาศมันคงดีมากๆ ไอ้คำว่ามาคุๆ มันคงเก็บเข้าไปในสารานุกรมเลยว่า ครั้งหนึ่งวัยรุ่นเคยใช้คำนี้

 อยากให้คนไทยอ่านหนังสือเล่มนี้กันเยอะๆ ถ้าทำได้ สังคมไทยคงมีความสุขกันมากกว่านี้มากมาย

เอาเป็นว่าจะเริ่มที่ตัวเราก่อนก็แล้วกัน  หลังจากนั้นก็ต่อด้วยหลักสูตร ขอ เชื่อ รับ ตอนนี้ยังทำไม่ค่อยได้เท่าไร แต่คนเราก็ต้องฝึกฝนกันไป ใช่ไหมคะ

หนังสืออีกเล่มคือ Marketing Tips ของคุณจรรย์จารี ธรรมา ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เก่งจัง หนังสือของเธอปลุกความคิดของเรา ปลุกไฟในการทำงาน และดิ้นรนต่อสู้ให้ลุกอีกครั้ง ทั้งๆที่มันใกล้มอดแล้วจริงๆ ดีใจมากๆที่ได้อ่านค่ะ


You are what you eat!!!~ ใช้กับเรื่องสุขภาพ กินอะไรก็ระวังๆกันหน่อยนะคะ (บอกตัวเองว่ากำลังจะอ้วนแล้ว)

You are what you think!!!~ เราว่าก็สุขภาพ แต่เป็นสุขภาพจิตของเรา และความสุขของเราเอง

You are what you say!!!~ คำพูดที่คุณพูดออกมา มันก็แสดงได้ถึงความคิด และจิตใจของคุณ

ดังนั้น ง่ายๆ คิดดีทำดี พูดดีแล้วกันนะคะ อาจไม่ต้องเผื่อแผ่ไปถึงใครก็ได้ ลองทำดู แล้วจะรู้ว่าความสุขอาจเริ่มได้ที่ตัวเองก่อน

โดย chollapin

 

กลับไปที่ www.oknation.net