วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนี้สาธารณะปี ’52 จ่อแตะ 4 ล้านล้าน


กรณ์ จาติกวนิช รมว.คลัง

 
วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2552
http://www.posttoday.com/finance.php?id=38148

คลังแจงครม. หนี้สาธารณะ 2 ปี พุ่ง 4.4 ล้านล้าน แต่ยังอยู่ในกรอบความยั่งยืนการคลัง
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ในฐานะประธานกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ ได้รายงานที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ โดยคาดว่าสิ้นปีงบประมาณ 2552 หนี้สาธารณะจะมีจำนวน 4,063,011 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 42.73% ต่อจีดีพี และเพิ่มขึ้นเป็น 4,460,401 ล้านบาท ช่วงสิ้นปีงบประมาณ 2553 หรือคิดเป็นสัดส่วน 44.67%

กรณ์ จาติกวณิช
ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของระดับหนี้สาธารณะเป็นผลจากการก่อหนี้ใหม่ของรัฐบาลและรัฐ วิสาหกิจเป็นหลัก เนื่องจากรัฐบาลต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มการใช้ จ่าย โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ สำหรับในส่วนภาระหนี้ต่องบประมาณจะอยู่ที่ 10.20% ในปีงบประมาณ 2552 และเพิ่มเป็น 12.20% ในปีงบประมาณ 2553

“ภาระหนี้ยังคงอยู่ภายใต้กรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดให้สัดส่วน หนี้สาธารณะต่อจีดีพีมีสัดส่วนไม่เกิน 50% และภาระหนี้ต่องบประมาณมีสัดส่วนไม่เกิน 15% ตามลำดับ” รายงานข่าวระบุ

ก่อนหน้านี้นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2551 มี 3,471,345 ล้านบาท หรือ 38.13% ของจีดีพี

แยกเป็นหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง 2,134,734 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 1,047,263 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน 143,939 ล้านบาท หนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 136,915 ล้านบาท และหนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ 8,494 ล้านบาท

รมว.คลัง ยังรายงานครม. ถึงภาระ หนี้สาธารณะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (สิ้นปี 2547–30 พ.ย. 2551) อยู่ในช่วง 3,085,273.51–3,415,565.96 ล้านบาท โดยมีหนี้สาธารณะต่ำสุดในปี 2550 และสูงสุดในปี 2551

ทั้งนี้ ในการบริหารหนี้สาธารณะที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้ให้ความสำคัญของการดำเนินการบริหารและจัดการหนี้ ที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ทั้งในด้านการก่อหนี้ใหม่และการบริหารหนี้คงค้าง โดยใช้เครื่องมือ ทางการเงินและอาศัยโอกาสที่ตลาดการเงินเอื้ออำนวยดำเนินการบริหารหนี้ใน รูปแบบต่างๆ เช่น การรีไฟแนนซ์ หรือ การปรับสกุลเงิน รวมทั้งใช้เครื่องมือทางการเงินอื่นๆ เป็นผลให้สามารถลดยอดหนี้คงค้างได้ 284,198.17 ล้านบาท และลดภาระดอกเบี้ยได้ 45,567.14 ล้านบาท

โดย indexthai

 

กลับไปที่ www.oknation.net