วันที่ จันทร์ มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วิจารณ์หนังสือ:เมืองจีนแบบนอกกระแส


หนังสือ: China Underground

ผู้แต่ง: Zachary Mexico

ISBN: 978-1593762230

สำนักพิมพ์: Soft Skull Press


หนนี้ผมมาด้วยหนังสือแนวที่ต่างจากที่เคยเสนอมา ผมไม่ทราบว่าหนังสือ China Underground ถูกจัดอยู่ในหมวดอะไร แต่เมื่ออ่านจบผมนิยามของผมเองว่าเป็นสารคดีที่ว่าด้วยเรื่องราวใต้ดินที่ไม่ใช่แปลว่าผิดกฏหมาย แต่หมายถึงเรื่องราวนอกกระแสหลักตามที่ผู้เขียนว่าไว้ หนังสือเล่มนี้ต่างจากหนังสือหรือบทความที่เกี่ยวกับจีนทั้งหมดที่ผมเคยอ่านหรือผ่านตา

ผู้เขียนเรื่องนี้คือ Zachary Mexico ชายอเมริกันวัย 29 ปีที่เคยไปใช้ชีวิตนักศึกษาในประเทศจีน หนุ่มมะกันผู้มีนามสกุลเป็นชื่อประเทศเพื่อนบ้านของเขาสนใจศึกษาภาษาจีนตั้งแต่เป็นวัยรุ่นและได้พาตัวเองไปเรียนหนังสือและใช้ชีวิตในเมืองจีนในที่สุดและได้เก็บเรื่องราวมาเล่าให้คนอ่านฟังในหนังสือที่มี 16 บทใน 300 หน้าที่แต่ละบทแยกกันเด็ดขาดตามเรื่องราวของมันเอง และผมต้องเรียนไว้ว่าทาง Asiabook ได้เปิดโอกาสให้ผมได้สัมภาษณ์ Mexico ในโอกาสที่เขามาเยือนเมืองไทย และได้แทรกสิ่งที่ผมได้คุยดังกล่าวในการแนะนำหนังสือหนนี้ด้วย

ผู้เขียนกล่าวว่าแรงกระตุ้นให้เขียนหนังสือ China Underground คือเบื่อเรื่องราวซ้ำๆเดิมๆที่คนมักพูดถึงจีนไม่ว่าจะเป็นความมหัศจรรย์ทางการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ, ปัญหาความไม่เท่าเทียม,พรรคคอมมิวนิสต์ ฯลฯ เขาบอกว่าอยากอ่านอะไรเกี่ยวกับคนห่ามๆหรือบ้าๆที่เขาได้พบในเมืองจีน แต่ก็ได้แต่รอเป็นปีจนในที่สุดตัดสินใจที่จะเขียนเสียเอง ดังนั้นคำว่า Underground ที่ผู้เขียนใช้นั้นจึงบ่งบอกเนื้อหาหนังสือเป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังบ่งบอกถึงตัวผู้เขียนในระดับหนึ่งด้วย จากที่ได้คุยกันผมถามว่าการศึกาภาษาจีนของเขาถือเป็นกระแสหลักในคนรุ่นเขาหรือไม่ เขาบอกว่าไม่เลยเมื่อเขาอายุ 14-15 ปีตอนที่จะเลือกเรียนภาษาต่างประเทศนั้นเพื่อนๆส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เลือกเรียนจีน ส่วนเขานั้นชอบอะไรที่แตกต่าง บวกกับความสนใจต่อปรัชญาจีนและการที่คุณพ่อสนใจภาษาจีนจึงผลักดันให้ตัวเองมาศึกษาภาษาและเรื่องจีน ดังนั้น Underground ในความหมายของเขาจึงหมายถึงอะไรที่ไม่ใช่ Mainstream

เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ผู้เขียนเล่าผ่านประสบการณ์ตัวเองในการพบผู้คนที่เป็นเพื่อนหรือผู้คนที่เป็นแหล่งข้อมูลสำหรับเนื้อหาในหนังสือนี้ จากความหลากหลายของเนื้อหาไม่ว่าจะเกี่ยวกับยาเสพย์ติด, โสเภณี, การศึกษา,คอรัปชั่น,มลภาวะ,ชนกลุ่มน้อย,สื่อสารมวลชน,รักร่วมเพศ หรือแม้กระทั่งเรื่องที่เกี่ยวกับบ้านเมืองที่น่าเที่ยวน่าอยู่อย่างยูนนาน ทำให้เห็นว่าผู้เขียนรู้จักคนมากและสนใจในชีวิตผู้คน แต่หัวข้อเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมถอดความออกมาเองจากการอ่าน จริงๆแล้วสิ่งเหล่านี้ซ่อนอยู่ในชื่อบทเช่น The Black Society, The Chickens, The Best and the Brightest, The Uighur Jimi Hendrix, The Punks หรือไม่ว่าจะเป็น The Bohemians เป็นต้น Mexico เลือกที่จะเล่าเรื่องผ่านตัวละครและผ่านฉากชีวิตจริงซึ่งผมมองว่าเป็นการเล่าเรื่องที่สะท้อนประเด็นไม่ว่าประเด็นนั้นจะเป็นปัญหาหรือสิ่งสวยงามก็ตามแต่ก็อดนึกถึงภาพแบบหนัง Hollywood ไม่ได้โดยเฉพาะบทที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับเรื่องแรงๆอย่างยาเสพย์ติด,โสเภณีและพวกกบฏสังคมก็ตาม

และเมื่อเตรียมหัวข้อเพื่อสัมภาษณ์ผู้เขียน ผมจึงคิดคำถามตามมุมมองตามที่ผมถอดความเป็นประการแรกซึ่งผมมองว่าเป็นมุมลบต่อจีน และตามความเคยชินของตัวเองที่มักคิดถึงจีนตามกระแสหลักว่าด้วยความมหัศจรรย์ของการเติบโต,ความสงสัยเกี่ยวกับพรรคคอมมิวนิสต์กับทุนนิยม,คำถามที่มักเกี่ยวกับรัฐฯต่อปัญหาต่างๆเป็นประการที่สอง แถมด้วยประการที่สามที่เป็นความรู้สึกเลี่ยนต่อหนัง Hollywood ต่อเมื่อได้สัมภาษณ์ผมจึงรู้ว่าตัวเองค่อนข้างหลงทางและยังไม่เข้าใจผู้เขียนนัก ตัวอย่างเช่น ผมถามว่ามีอยู่บทหนึ่งที่ชื่อว่า The Slacker ที่กล่าวถึงพวกกบฏต่อทุนนิยมที่เรียกตัวเองว่า ‘Hunxi’ ที่ผู้เขียนเล่าผ่านตัวละครที่เป็นชายจีนหัวดีวัย 30 กว่าๆที่ชื่อ Jianfeng ผู้ใช้ชีวิตอย่างสบายๆเรื่อยๆไม่ได้ประกอบอาชีพอย่างชัดเจน แต่วิพากษ์ว่าไม่เห็นด้วยกับระบบแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะตัวเองไม่มีอำนาจ ผมถามผู้เขียนว่าในเมื่อไม่เห็นด้วยกับระบบแล้วทำไมจึงไม่ทำบางอย่างเช่นประท้วงหรือรวมกลุ่มทำกิจกรรมใต้ดินหรืออะไรก็ได้ที่มากไปกว่าการลอยไปลอยมา ผู้เขียนตอบผมว่า การประท้วงในจีนถือเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับรัฐบาลและอาจจบลงด้วยการปราบปรามอย่างเด็ดขาด ผมถามต่อว่าทำไม Xingping ตัวละครในบท The Journalist ยังพยายามตีแผ่ปัญหาในจีนและเมื่อพบอุปสรรค นักข่าวผู้นี้เลือกจะทำงานเบื้องหลังและประสานงานให้ทีมนักข่าวหรือคนทำสารคดีต่างชาติอย่างน้อยก็เพื่อหวังให้การแพร่ข้อมูลในฐานะสื่อได้สัมฤทธ์ผลบ้าง แต่ Jianfeng ผู้เป็นกบฏทุนนิยมกลับไม่ทำอะไรเลย ผู้เขียนตอบผมอย่างสั้นและคมคายว่า สิ่งที่ Jianfeng ทำก็คือเลือกการประท้วงด้วยการไม่ทำอะไรเลย Mexico บอกว่าเขาเล่าเรื่องราวที่ประสบมาแล้วขึ้นกับผู้อ่านที่จะเลือกสรุปเอาเอง

ต่อคำถามที่เกี่ยวกับรัฐบาลจีน,คอมมิวนิสต์ และอื่นๆที่มักวนอยู่ในความคิดผม Mexico ตอบแบบสั้นๆแต่มั่นใจ เช่น คำถาม:คอมมิวนิสต์จีนกับทุนนิยมอยู่กันอย่างไร คำตอบ:ระบบอบการปกครองกับระบบเศรษฐกิจไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องเดียวกัน แล้วอีกอย่างคือพรรคคอมมิวนิสต์ก็เป็นเพียงแค่ชื่อเท่านั้นที่ยึดอยู่กับภาพเดิมๆ แต่เนื้อหานั้นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากแล้ว แถมอีกว่าอเมริกาบ้านเกิดเขานั้นทุกวันนี้ขนาดธนาคารใหญ่ยังเป็นของรัฐฯเลย ต่อไปไม่รู้ว่า จีนหรือสหรัฐฯจะเป็นทุนนิยมมากกว่ากัน นั่นทำให้ผมได้คิดว่าอย่าพยายามเอากรอบความคิดแบบ Mainstream มาใส่กับหนังสือ Underground ของ Mexico การมองแบบกลางๆน่าจะทำให้เข้าใจอะไรได้ดีและกว้างขึ้น

ในตอนท้ายของบทสนทนาพ่อหนุ่มผมยาวบอกผมว่าเขาไม่ใช่พวก Panda Hugger ที่ชื่นชมรัฐบาลจีนไปเสียส่วนใหญ่และก็ไม่ใช่พวกต้านจีนอย่างชนฝา เขาชื่นชมจีนที่ทำให้คนราว 350 ล้านคนพ้นจากความยากจนได้ในเวลาไม่นานแต่ก็รู้ว่ามีปัญหาหลายอย่างในจีนเช่นกัน เขายังบอกอีกว่าสนใจดนตรี “หมอลำ”มากและถามถึงจังหวัดในภาคอีสานของเราด้วย ผมถามเขาถึงผลงานเล่มต่อไป เขาบอกว่าจะเป็นหนังสือเกี่ยวกับ “ยูนนาน” ถึงแม้จะเริ่มด้วยคำถามเชิงแย้ง แต่ผมจบลงด้วยความชื่นชมคนหนุ่มอย่างเขาที่ฉลาด,ฉาดฉาน ผมเชื่อว่าเขามีดีกว่าหนังสือที่เขาเขียนเสียอีกและจะรออ่านหนังสือเล่มต่อไปของเขาไม่ว่าผมจะชอบหรือเห็นด้วยกับเขาหรือไม่ก็ตาม

ขอบตคุณ Asiabook สำหรับหนังสือ

โดย unified

 

กลับไปที่ www.oknation.net