วันที่ อังคาร มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

‘เทพไท’ ย้ำ รัฐบาล ไม่นำนักโทษขึ้นธรรมาสน์สอนธรรม


                                             

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผ่านไปแล้วนั้น จะเห็นได้ว่าจะมีการเคลื่อนไหวขึ้นในพรรคเพื่อไทย ในหลากหลายทิศทาง โดยเฉพาะกรณีที่นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล ส..แพร่ พรรคเพื่อไทยได้ออกมาให้ความเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์จะมีการยุบสภา ภายใน 2 เดือน และจะมีการยุบพรรค โดยจัดตั้งพรรคขึ้นมาใหม่แล้วนั้น ตนขอชี้แจงว่าขณะนี้แนวทางของรัฐบาลที่บริหารงานโดยการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในรอบที่1 และรอบที่ 2 ถือว่าได้เดินทางมาถูกทางแล้ว และเป็นที่ยอมรับของสังคมเป็นอย่างมาก และเชื่อว่าถ้าหากการเมืองนิ่ง ทุกฝ่ายให้โอกาสรัฐบาล รัฐบาลก็สามารถที่จะพาประเทศชาติผ่านวิกฤตไปได้ แม้แต่ในกรณีการต่อสู้เรื่องการยุบพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคไทยรักไทยที่ผ่านมานั้นข้อหาค่อนข้างจะรุนแรงและเข้มข้นกว่านี้ พรรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่รู้สึกหวั่นไหว เพราะฉะนั้นกับการที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องเงิน 258 ล้านซึ่งไม่มีหลักฐานชิ้นใดเลยที่เกี่ยวข้องมาจากพรรคประชาธิปัตย์ ฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องไปเตรียมตัวจดทะเบียนพรรคสำรองไว้ เพียงแต่ปรากฎว่ามีการจดทะเบียนพรรคสำรองชื่อไปคล้องกับพรรคประชาธิปัตย์ นั่นคือพรรคธรรมาธิปัตย์ และมีผู้จดทะเบียน นามสกุลไกรฤกษ์ ซึ่งพรรคเพื่อไทยพยายามที่จะโยงให้เห็นว่า คำว่า ธิปัตย์ กับนามสกุลไกรฤกษ์มีความเกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องแต่ประการใด

สำหรับผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

 ตนคิดว่าสังคมได้สะท้อนความคิดเห็นจากโพลล์สำนักต่างๆ แต่ที่ได้รับคือ การที่จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้รับความเสียหายนั้น ตนคิดว่าพรรคที่ได้รับความเสียหายน่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยมากกว่า เห็นจากการ การอภิปรายโดยมีการนำเสนอข้อมูลในการอภิปรายที่ไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชน รวมไปถึงผลการลงมติ ก็มีความแตกแยกในพรรคเพื่อไทย โดยมีสมาชิกพรรคเพื่อไทยโหวตไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกับมติของพรรค มีการงดออกเสียงค่อนข้างมาก ตนคิดว่าทั้งหมดเป็นข้อสรุปจากผลโพลล์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกของประชาชนจริงๆ ว่าทีมงานในการอภิปรายครั้งนี้ของพรรคเพื่อไทยสอบตกทั้งแก๊ง ไม่มีผู้อภิปรายคนใดได้คะแนนเสียงที่ผ่านเกณฑ์ คือ 5 ขึ้นไปเลยแม้แต่คนเดียว

โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีแผนตากสิน ของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ปรากฏในสื่อ มีการวิพากษ์วิจารณ์ มีการขานรับ มีการยืนยันจากหลายฝ่าย จนถึงที่สุด พ.ต.ท. ทักษิณ ได้มีการโฟนอินมาและปฏิเสธว่า ไม่มีแผนทักษิณ ไม่มีแผนตากสินตามที่เป็นข่าว ตนเห็นว่าแผนตากสินหรือแผนทักษิณจะมีหรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่มีการเคลื่อนไหว กลุ่มคนเสื้อแดงที่มี การเคลื่อนไหวสอดคล้องกับแผนตากสินทุกขั้นตอน เพราะฉะนั้น ชื่ออะไรก็ไม่สำคัญ แต่การเคลื่อนไหวสำคัญกว่า เพราะฉะนั้นอยากให้เห็นถึงการเคลื่อนไหว ให้คอยดู คอยจับตามอง จับตาดูความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง เพราะพฤติกรรมทั้งหมดนั้น คือคำตอบ ว่านั่นคือแผนตากสินใช่หรือไม่

และกรณีที่ พ.ต.ท. ทักษิณ

 ใช้โอกาสโฟนอินมาเมื่อคืน พยายามที่จะกล่าวหาว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ ว่ากรณีที่ พ.ต.ท. ทักษิณ เข้ามาเป็นรัฐปี 2544 มีหนี้สินรุงรัง มีเงินสำรองค่อนข้างน้อย ตนอยากให้สื่อมวลชน ไปดูว่า ก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินนั้น รัฐบาลประชาธิปัตย์ได้เก็บหอมรอมริบ เก็บเงินสำรองไว้มากน้อยแค่ไหน นั่นเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่มีใครบิดเบือนได้ ซึ่งในยุค รัฐบาลประชาธิปัตย์รอบนี้ ไม่มีเงินทุนสำรองเหลืออยู่น้อยมาก “ผมคิด ว่า พ.ต.ท. ทักษิณ พยายามที่เอาเรื่องในอดีต ที่พยายามคิดว่าคนไทยลืมง่ายมาบิดเบือนตัวเลข แม้กระทั่งพยายามพูดถึงความสำเร็จในการใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ ซึ่งเป็นการนำเงินมาจากที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เก็บไว้แทบทั้งสิ้น การที่มาพูดในทำนองว่ามีประธานธนาคารเอดีบีจัดตั้งในเมืองไทย และพ.ต.ท.ทักษิณ รู้สึกอายที่ประเทศต้องไปกู้เงินกับธนาคารเอดีบี ผมขอถาม พ.ต.ท. ทักษิณว่า ที่ พ.ต.ท. ทักษิณไม่ไปกู้เงินเขา ในช่วงนั้น แต่กลับให้เอ็กซิมแบงก์ปล่อยกู้เงินให้พม่า จนกลายเป็นหนี้เสียในปัจจุบันนี้ พ.ต.ท. ทักษิณรู้สึกอายบ้างหรือไม่” โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

ทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์

นายเทพไท กล่าวต่อว่า ตนคิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พยายามที่จะพูดเรื่องเศรษฐกิจ เพราะพยายามที่จะให้ประชาชนเข้าใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเซียนเศรษฐกิจ และตอกย้ำว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์นั้นล้มเหลว ก็เป็นที่ทราบกันว่า วันที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ภายใต้แกนนำของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ สร้างความเชื่อมั่นให้กับคนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ การที่ พ.ต.ท. ทักษิณ บอกว่าจะขอโอกาสสอนแนวทางแก้ปัญหเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลชุดนี้ขอบอกว่า รัฐบาลคงไม่รับฟังแนวทางการแพ้เศรษฐกิจของคนที่ไม่มีความชอบธรรม และไม่มีความน่าเชื่อถือ “คงไม่มีใครเอานักโทษไปนั่งธรรมมาสน์ และไปสอนธรรมะให้กับพระภิกษุสงฆ์ มีแต่เขาจะเอาพระสงฆ์มาสอนธรรมะให้กับนักโทษที่อยู่ในคุกให้กลับเนื้อ กลับตัว เป็นคนดีมากกว่านายเทพไท กล่าว

สำหรับการกล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ไปตั้งพรรคสำรองไว้แล้วนั้น ไม่มีเหตุผลใดเลยที่พรรคประชาธิปัตย์จะต้องทำอย่างนั้น

โดย สราลี

 

กลับไปที่ www.oknation.net