วันที่ พุธ มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกเรื่องแม่....ตอน นกเขาชวาตกรัง


Subject: ลูกนกเขาชวา กะ แม่มัลลิกา
Date: Thu, 5 Mar 2009 15:14:22 +0700

ส่งมาให้อ่านความน่ารักของแม่เรา ^^

 หม่ำข้าวเย็น ตอนสองทุ่ม เลยไม่รู้จะเรียกข้าวเย็นหรือข้าวค่ำกันแน่ ทำการย่อยอาหารมื้อเกือบดึกด้วยการเล่นกับเจ้าลูกตาล หมาพุดเดิ้ลไซด์ใหญ่ หัวฟู

จนขนพองๆ ของมันปิดหน้า ปิดตา เจ้าตาลดีใจใหญ่ กระโดดสองยืนสองขาอยู่ได้นานสองนาน หันไปเล่นกับเจ้าลูกกลิ้ง คุณนายหมาบางแก้ว ที่ถือตนเป็นใหญ่

เพราะถือตัวเองว่ามาอยู่บ้านนี้ก่อนเพื่อน คุณนายลูกกลิ้งเก่ง นั่งเรียบร้อยได้ พร้อมยกขาสวัสดีซ้าย ขวา ได้ แต่แรกๆ อาจจะได้ขาเดิมซ้ำๆ เพราะขี้เกียจยกอีกขา

แต่สักพักคงรำคาญ เพราะถ้าไม่ยกอีกขาสวัสดี คนเล่นคงไม่ยอมเลิกให้ยกขาเป็นแน่

 เล่นกับเจ้าสองตัวเสร็จ กางเกงมอมแมมไปด้วยขนเจ้าลูกตาล หมาที่เห็นแล้วอยากกินข้าวต้มกุ๊ย กะหมูหยองทุกที พร้อมกับได้เวลาอาบน้ำ อาบท่าสักที เวลาสองทุ่มครึ่งที่บ้านนอก

ดูดึกกว่าในเมืองสักสองชั่วโมงมั้งในความคิดของฉัน เพราะบ้านไหนๆ ก็ปิดบ้านเงียบ เสียงรถวิ่งบนถนนเล็กๆ ในหมู่บ้านยามนี้ เงียบไปนานแล้ว

 เสียงแม่แจ๋วๆ อยู่ไกล้ๆ ห้องน้ำ แต่ฟังไม่ถนัด

"ว่าไรนะแม่" ฉันถาม

ลูกนกเขามันตกจากรังในต้นขนุน มดแดงกัด นี่แม่เก็บมดแดงออกให้ เลยเอามาใส่กะละมังไว้

"กี่ตัวอะแม่"

"สอง" แม่เร่งเสียงตอบให้ดังขึ้นอีกหน่อย คงเพราะกลัวฉันจะไม่ได้ยิน "รังเล็กหน่อยเดียวเอง แม่มันเอาขึ้นรังไม่ได้หรอก นี่มันหาอาหารมาป้อนกันในกะละมัง" แม่ว่า

ฉันนึกภาพแม่นกเขาชวาป้อนหนอนให้ลูกนกในรังได้ แต่นึกภาพแม่นกป้อนอาหารลูกที่อยู่ในกะละมังไม่ออกแฮะ

"ป้อนซะกระเพาะเป่งเลย" แม่งึมงัม ขณะที่ฉันเปิดประตูห้องน้ำออกมา

 ภาพที่เห็นตรงหน้า คือ แม่มัลลิกาของฉันยืนยิ้มในมือถือกะละมังพลาสติกใบย่อมๆ เท่ากะละมังล้างผัก แต่มีสภาพมอมแมมมีรอยร้าวแตกที่ก้นกะละมัง แต่ก็ยังมีความสามารถที่จะรองรับน้ำหนักได้พอประมาณที่จะไม่ทะลุ ถัดจากรอยแตกของกะละมังใบนั้น มีกาบมะพร้าวแห้งขนาดประมาณครึ่งลูกวางอยู่พร้อมร่องรอยอึนกติดอยู่ด้านเปลือกแข็งๆ

 ลูกนกเขาชวาสองตัวนอนเบียดกันแน่นอยู่ในกาบมะพร้วนั้น

"โห ตัวมันโตเหมือนกันนะแม่ ขนขึ้นมาเยอะแล้วเหมือนกัน" ฉันพูดพลางมองดูเจ้าลูกนกเขาชวาสองตัวนอนขยับตัวเบียดกันเพื่อความอบอุ่น

"นี่ ดูซิ แม่มันป้อนอาหารจนกระเพาะเป่งเลย" แม่พูดประโยคนี้รอบสอง พร้อมทั้งจับลูกนกหนึ่งในสองตัวนั้นหงายท้องโชว์กระเพาะที่แม่ว่าเป่ง ให้ฉันดู

"เอ๊า!! ฉันร้องด้วยความตกใจ แม่ ไม่ต้องโชว์ขนาดนั้นก็ได้ม้างงงงงง......นกมันจะนอนแล้ววว หงายท้องนกมาโชว์กันขนาดนี้เลย กลัวลูกไม่เชื่อ เห้ออ!!!  ....สองแม่ลูกหัวเราะพร้อมกัน เจ้านกทำตาปรือๆ ก่อนที่แม่จะวางมันลงไปบนกาบมะพร้าวเบาๆ

 เสียงหัวเราะแม่เวลาลูกกลับบ้านมักสดใส มีชีวิตชีวามากกว่าเสียงในโทรศัพท์เสมอ ฉันรู้สึกได้

"แล้วแม่มันไม่ต้องป้อนอาหารกันในกะละมังจนโตเ หัดบินเลยหรอแม่"

"ก็คงงั้นล่ะ ไม่งั้น จะขึ้นรังได้ไง มีมดแดงเยอะอีกต่างหาก"

.

แม่เดินถือกะละมังไปไว้ที่เดิม  ก่อนเตรียมตัวไปอาบน้ำ พรุ่งนี้แม่นกคงมาป้อนอาหารลูกของมันเช่นเคย  ส่วนฉันนอนแอ้งแม้ง หยิบหนังสือที่พกมาจากที่ทำงานขึ้นมาอ่าน แต่อากาศที่ต่างจังหวัดนี่ช่างเย็นสบายเหลือเกิน อีกพักหนังสือคงได้อ่านฉันแทนเป็ นแน่

.

*************************************************************

รูปลูกนก หลังจากนั้นอีก 4-5 วัน ที่พวกเรากลับไปหาแม่ อีกตัวหัดบินได้แล้ว ส่วนตัวนี้กำลังหัดบินในระยะใกล้ๆ

โดย Rosefinchy

 

กลับไปที่ www.oknation.net