วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

db ด้วยรักและไม้เรียว 03.2009




ด้วยรัก และไม้เรียว    
 

            “ใครที่จะไม่เหมาะที่จะอยู่ต่อหรือเธออาจจะถามต่อ พ่อขอบอกพวกเธอว่า พวกแรกคือ พวกที่ทำผิดรุนแรง เช่น ไม่นบนอบ ขโมย หรือทำผิดทำนองนั้น.. รองลงมาก็คือ พวกที่ทำตัวเป็นแบบอย่างไม่ดีด้วยคำพูดหรือการกระทำ และพวกที่แสดงตน­ว่าไม่ต้องการจะอยู่ที่ศูนย์เยาวชนนี้ต่อไป เราไม่ต้องการให้ใครอยู่ที่นี่เพราะถูกบังคับ ผู้ที่อยู่ควรอยู่เพราะต้องการที่จะอยู่ เราต้องการให้พวกเธอมีความสุข พ่อหวังว่าจะไม่เป็นเธอคนใดที่จะต้องกลับไปบ้านในฤดูร้อนนี้ พร้อมกับจดหมายบอกให้ผู้ปกครองของพวกเธอหาโรงเรียนใหม่ให้ พ่อไม่ต้องการให้คำพูดของพ่อ ทำให้พวกเธอกังวลมากเกินไป พ่อเพียงอยากเตือนพวกเธอเท่านั้น การใช้เหตุผลในการศึกษาจำเป็น เพื่อแก้ไขความผิดและการลงโทษ 

            พัฒนาการทางด้านสติปัญญา และจริยธรรมของเด็กนั้นเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้น เราไม่ควรจะใช้มาตรฐานการลงโทษสำหรับผู้ใหญ่กับพวกเขา คุณพ่อบอสโกเข้าใจถึงจิตใจของเยาวชน และกล่าวว่าสิ่งที่เยาวชนส่วนใหญ่ทำนั้น เป็นผลมาจากความเลินเล่อ ซึ่งเป็นลักษณะพฤติกรรมของวัยรุ่น

            คุณพ่อบอสโกกล่าวว่า “เหตุผลสำคัญในระบบนี้เห็นได้จากความเลินเล่อของเยาวชน ซึ่งอาจจะลืมระเบียบ และบทลงโทษไปชั่วขณะ ผลก็คือ เด็กมักจะทำผิด และต้องถูกทำโทษโดยที่พวกเขาไม่ได้คิดไว้ หรือลืมไปหากกระทำผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งพวกเขาน่าจะเลี่ยงได้หากมีคนที่คอยตักเตือนเขาฉันท์มิตร

            ดังนั้น หลักของ “เหตุผล” ในการศึกษา จึงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับวิธีการเชื้อเชิญและจูงใจ ไม่เพียงพอที่กฎระเบียบ แนวปฏิบัติ หรือการตักเตือนจะมีเหตุผลจำเป็นที่นักเรียนต้องเข้าใจเหตุผลเหล่านี้เพื่อให้พวกเขาสามารถตระหนักถึง และรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎเหล่านั้นด้วยตนเอง

            คุณพ่อบอสโกไม่ยอมรับความคิดแบบเก่าที่ว่า เราต้องเฝ้าดูเด็กแต่ไม่ต้องฟังพวกเขา ในสังคมของท่าน บิดาเป็นผู้มีอำนาจเด็ดขาดเสมอ มารดาและลูกจะต้องอยู่ภายใต้อำนาจของบิดา เด็กไม่มีสิทธิ์ใดๆ จนถึงอายุยี่สิบเอ็ดปี และมักจะไม่ค่อยได้รับคำปรึกษาในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเขา คุณพ่อบอสโกไม่อาจยอมรับประเพณีเหล่านี้ได้ ท่านต้องการให้เด็กได้รับการปฏิบัติแบบผู้ที่มีสติปัญญา และเหตุผล มีสิทธิ หน้าที่ และมีอิสระในการตัดสินใจด้วยตนเอง

            คุณพ่อบอสโกเชื่อเสมอว่า เด็กควรได้รับการปฏิบัติตามพัฒนาการด้านสติปัญญา ควรได้รับความเข้าใจ และเคารพในสิทธิของเขาเอง บรรยากาศของอิสรภาพเช่นนี้เพียงประการเดียวก็สามารถช่วยให้เด็กพัฒนาบุคลิกภาพ เตรียมตัวเพื่อมีส่วนร่วมอย่างมีชีวิตชีวาในโลกของผู้ใหญ่ การเชิญชวนเป็นสิ่งที่เหมาะกับมนุษย์ มากกว่าการลงโทษและการบังคับ

            นักเรียนคนหนึ่งของคุณพ่อบอสโกในระหว่างปี 1851-1861 ได้เล่าในภายหลังว่า “คุณพ่อบอสโกให้การอบรมนักเรียน และนำพวกเขาไปสู่ความดีด้วยเหตุผล พวกเขาทำความดีด้วยความร่าเริง”

            ตลอดชีวิตของคุณพ่อบอสโกแทบจะเรียกได้ว่า โดยสัญชาตญาณหรือเป็นธรรมชาติที่ท่านให้ความสำคัญ และอาจถือว่าสำคัญที่สุดต่อความเข้าใจของเด็กๆ ในด้านความเชื่อ มโนธรรม และจิตใจของพวกเขา ท่านตระหนักถึงความจำเป็นของระเบียบวินัย แต่ก็ไม่ได้ใช้อย่างปราศจากเหตุผล ท่านจัดให้ระเบียบวินัยสำคัญเป็นอันดับรองเท่านั้น เป้าหมายแรกของท่านคือ การเข้าถึงหัวใจของเด็กๆ และทำตัวเป็นผู้ชี้นำพวกเขา ซึ่งถือเป็นงานของนักอบรมที่ดี

            นี่คือเหตุผลที่คุณพ่อบอสโกพยายามเอาชนะใจเด็กๆ อยู่ตลอดเวลา ท่านพูดกับเขาเหมือนเป็นผู้ใหญ่ตัวน้อยๆ ให้เขาเข้าใจความถูกต้องของกฎระเบียบ และแสดงให้เขาเห็นว่า อำนาจของผู้ใหญ่นั้นมาจากพระเจ้า

            โดยสรุปแล้ว คุณพ่อบอสโกพยายามที่จะชี้นำเด็กจากภายใน โดยมุ่งไปที่ความเข้าใจ มโนธรรม ความรัก และความเชื่อของเขา ด้วยวิธีนี้ท่านพยายาม ที่จะสร้างระเบียบวินัยจากภายใน ซึ่งหลักของการมีวินัยในตนเองนี้เป็นคติพจน์พื้นฐานในระบบการศึกษาของคุณพ่อบอสโก

            คุณพ่อบอสโกให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ “เหตุผล” ว่าเป็นพื้นฐานของระบบการศึกษาของท่าน การที่ความมีเหตุผลเข้ามาอยู่ในระบบการศึกษาของท่าน จึงเป็นปัจจัยที่เหนือกว่าทุกสิ่ง ซึ่งเป็นพื้นฐานของอีก 2 ปัจจัยที่เหลือด้วยนั่นคือ “ศาสนาและความรักใจดี”

            อย่างไรก็ตาม เหตุผลไม่ได้รับการยอมรับให้มีความสำคัญในแนวคิดด้านการศึกษา และการแนะแนวอื่นๆ ในทุกวันนี้ บางแนวคิดอาจให้ความสำคัญกับเหตุผลไว้สูงมาก แต่ในอีกบางแนวคิด เหตุผลมีความสำคัญน้อยกว่าปัจจัยอื่นๆ เช่น สัญชาตญาณ ความรู้สึก ฯลฯ...

โดย sdcenter

 

กลับไปที่ www.oknation.net