วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จิตกับแผ่นดิน


          ช่วงนี้ฝนตกติดต่อกันหลายวัน แม้จะไม่ใช่หน้าฝน แต่ก็ส่งผลให้พื้นดินชุ่มชื้น มองไปทางไหนก็เห็นแต่ความเขียวขจี สดใส เป็นที่สบายหูสบายตา ต้นไม้ใบหญ้าต่างก็ผลิใบ และเจริญงอกงามตามธรรมชาติของมัน ดูตัวอย่างใกล้ ๆ ตัวเราก็จะเห็น

           มองขึ้นใปข้างบน เห็นร่มเงาของใบไม้ที่แตกช่อออกใบเขียวขจี มองลงมาที่พื้นดินก็เห็นความเขียวสดใสของใบหญ้าที่ปกคลุมพื้นดินอันชุ่มชื่นนั้น

หากจะเปรียบเทียบโดยการมองให้ไกลออกไป บริเวณที่เดียวกันนี้ หากเป็นช่วงหน้าแล้ง ใบไม้ที่อยู่ที่ข้างบนก็จะร่วงหล่น หล่นแล้วหล่นอีกไม่เว้นแต่ละวัน บางต้นหล่นกระทั่งไม่เหลือแม้แต่ใบเดียว ขณะที่เบื้องล่าง หญ้าต่าง ๆ ที่เคยปกคลุมพื้นดินอยู่ก็เหี่ยวแห้ง และหากแผ่นดินแห้งมาก ก็อาจถึงตายไม่เหลือให้เราได้มองเห็น แผ่นดินจะเปลี่ยนสภาพแห้งจนเป็นฝุ่นเป็นผง

ข้อนี้แสดงให้เห็นความจริงของชีวิตในด้านธรรมชาติอย่างหนึ่งว่า น้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แผ่นดินชุ่มฉ่ำ และแผ่นดินที่ชุ่มฉ่ำนี้เอง ช่วยทำให้สิ่งมีชีวิตหลาย ๆ ชนิดอุบัติขึ้นมา

          ธรรมชาติภายในจิตใจของคนเราก็เฉกเช่นเดียวกัน กล่าวคือ ผู้ใดก็ตามที่มีจิตใจชุ่มชื้นเพราะประกอบด้วยเมตตาจิต เรียกว่าเป็นผู้มี “น้ำใจ” โอกาสที่คุณความดีทั้งหลายจะเกิดขึ้นในตัวก็ง่าย ครั้นเกิดขึ้นแล้วก็เจริญงอกงามไพบูรณ์ แผ่ขยายยิ่ง ๆ ขึ้นไป ตรงกันข้าม หากเป็นคน “แล้งน้ำใจ” สายตาที่มองเพื่อนมนุษย์ ตลอดสัตว์อื่นก็จะเย็นชา ปิดโอกาสที่จะได้สร้างคุณงามความดีต่าง ๆ คนแล้งน้ำใจ จึงเปรียบเหมือนแผ่นดินหน้าแล้ง ซึ่งนอกจากจะทำให้คุณความดีใหม่ไม่เจริญงอกงามแล้ว คุณความดีเก่า ๆ ที่เคยมีมา ก็อาจเหี่ยวเฉา และเหือดแห้งไปจากจิตใจในที่สุด สุดท้ายก็กลายเป็นหยาบกร้านหาความเจริญงอกงามใด ๆ ได้ยาก

          เราทั้งหลายจึงควรฝึกตนให้เป็นคน “มีน้ำใจ” อย่าเป็นคน “แล้งน้ำใจ” ความมีน้ำใจจะช่วยให้โลกร่มเย็น อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เพราะคนมีน้ำใจจะไม่เบียดเบียน ไม่ทำร้าย ไม่เอาเปรียบ ไม่เห็นแก่ตัว คนมีน้ำใจจะมองเพื่อนมนุษย์ และสัตว์ทั้งหลายด้วยความเป็นมิตรไมตรี      เอื้อเฟื้อ เกื้อกูล อุดหนุน เผื่อแผ่ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้โลกมีความร่มเย็น ผู้อาศัยอยู่ในโลกก็อยู่เป็นสุข

 

โดย บ้านพระธรรม

 

กลับไปที่ www.oknation.net