วันที่ จันทร์ มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เยี่ยมค่ายนาง(ม้า)งาม๑


เยี่ยมค่ายนาง(ม้า)งาม

     นางงามที่ทำให้มีโอกาสไปเยื่ยมค่าย(เรียกเอง  ที่จริงคือ คอกม้า)คราวนี้ชื่อเต็มๆว่า  Manor  vale  Royal  Rahzid  ยาวเฟื้อยเลย  จึงต่างเรียกเธอสั้นๆว่า  แรช ค่ะ

เธอเป็นม้าหนุ่มน้อยอายุเพิ่งจะผ่านวันครบรอบสี่ขวบมาหยกๆ ...อันนี้หากมีผู้อ่านบางท่านสงสัยว่า  ถ้าเป็นม้าหนุ่ม  ทำไมไม่เรียกเธอเป็น นาย  ชายงามจพถูกกว่า  ก็ขอตอบว่าเพราะ  แรช  เธอถูกตอนเป็นขันทีเรียบร้อยโรงเรียนม้าไปแล้วนะซีคะ

     แรชเป็นม้า  Pony  ที่มีสายเลือด  Arabian  ผสม  จึงตัวโตแข็งแรง  ปราดเปรียว  ขนสีน้ำตาลเชสท์นัท เป็นมันปราบ วาววับดั่งแพรไหม  ด้วยมีสุขภาพสมบูรณ์  ท่วงท่ายามเหยาะย่า คล่องแคล่ว  สง่างาม  ต้องใจกรรมการ  แรชจึงคว้าตำแหน่งแชมเปียน  Riding  Pony  มาครองจากการประกวดในหลายสนามทั่วทัสมาเนีย  ฝ่ายจัดการ และเจ้าของ  คือ คุณแคเรน  จึงเห็นว่า  น่าจะถึงเวลาที่แรชจะออกสู่โลกกว้าง  เวทีใหญ่ในเมนแลนด์(ออสเตรเลีย)  และโลกต่อไปแล้ว

การประกวดแข่งขันขี่ม้าโชว์  โชว์ม้า  แข่งม้า  เป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่ชาวทัสมาเนีย  และออสเตรเลีชื่นชอบรองๆลงมาจากกีฬาทางน้ำ  มีสโมสร  สมาคมของคนขี่ม้า  เลี้ยงม้า  อยู่มากมายหลายระดับที่ตั้งขึ้น  เพื่อกิจกรรมของประชาชนผู้หลงใหลก้าวย่าง เหยาะย่อง เหย่าๆ  หรือควบวิ่งเร็วจีเป็นลมหมุนของเหล่าม้าทั้งหลาย  ตั้งแคลับเล็กๆ  อย่างเซนต์เฮเลนส์ที่แรชเริ่มโชว์ลวดลายนี้ ไปจนถึงต่างเมื่อง  และระดับรัฐ  ระดับชาติ  ระดับโลก  ซึ่งการขนส่ง  เดินทางข้ามน้ำ ข้ามฟ้าของม้า (และเจ้าของผู้ขับขี่ ผู้ดูแล) สู่ยุโรป เอเชีย  อเมริกาหรือที่อื่นใดในโลก  ทำกันเป็นเรื่องปกติ

และเพราะเพื่อแรช  และแคแรนแท้ๆ  จึงได้มีโอกาสออกเดินทางโดยสายการบิน เวอร์จินบลู  สู่ซิดนีย์  เมืองหลวงของรัฐนิวเซาท์เวลล์แล้วขึ้นรถต่อไปวูลลองกอง (Wollonggong)  ซึ่งเป็นเมืองท่าที่สำคัญอีกเมืองหนึ่งของออสเตรเลียแต่สมัยบุกเบิกมาแล้วจนปัจจุบัน  ตั้งอยู่ห่างจากซิดนีย์ไปทางใต้เลียบชายทะเลระยะทางประมาณ  80  กิโลเมตร  ส่วนแรชจะตามมาทีหลังโยบริษัทขนส่งม้า  ทางรถบรรทุกข้ามเรือเฟอรี่ที่ท่าเดอร์เวนพอร์ต สู่เมนเบิร์น  แล้วเดินทางไปที่วุลลองกองอีกที  ระยะทางจากเซนต์เฮเลนส์กว่าพันกิโลเมตร  ใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะถึง

แต่ก็ถือว่าคุ้มเพราะเธอจะได้เข้าค่ายใหญ่ที่มีชื่อเสียงที่นี่   เป็นอนาคตนางงามโลกตามความใฝ่ฝันของผู้เป็นเจ้าของ

จากอากาศที่หนาวเย็นช่วงมิถุนายนของทัสมาเนียสู่ความเย็นสบายในนิวเซาท์เวลล์  อุณหภูมิใกล้เคียงกับฤดูหนาวของอีสานตอนบนที่ตนคุ้นเคย  แถมเช้าๆมีเสียงนกเขาขันคูๆๆ  อยู่รอบด้านทำให้รู้สึกอบอุ่นใจเหมือนได้นอนอยู่แถวอุบล  สกลนครที่คุ้นเคยเลยทีเดียว  เวลาสองสัปดาห์ที่วูลลองกองจึงผ่านไปอย่างรวดเร็ว

วูลลองกองเป็นเมืองที่เติบโตจากการทำเหมืองแร่  ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่มแห่งประวัติศาสตร์ออสเตรเลียจนปัจจุบัน  ยังมีท่อเหล็กมหึมาจากโรงงานถลุงแร่แข่งกันพ่นเปลวไฟ  และควันโขมงอยู่ในหุบเขาริมทะเล  มองลงไปจากเนินสูงยามเช้าๆ  เย็นๆ  ที่บรรยากาศขมุกขมัวเห็นเป็นเหมือนยักษ์ยืนชุมนุมกันสูบบุหรี่พ่นไฟวาบๆ ส่งควันปุ๋ยๆ

ภูมิประเทศแถบนี้เป็นเทือกเขาแถบชายฝั่งแปซิปิค  พื้นที่โดยทั่วไปเป็นป่าเขียวครึ้ม  ดอกไม้ป่าหลากสีสันบานสะพรั่งตามรายทาง  วูลลองกองเติบโตใหญ่ขยายครอบคลุมเนินเขาหลายลูก  และดูเหมือนว่าลูกหลานผู้เติบใหญ่ภายหลังจะนิยมไต่ขึ้นไปสร้างบ้านบนภูเขาสูงขึ้นไปเรื่อยๆ  ทิ้งบ้านเรือนหลังเก่ายุคอาณานิคมไว้กับผู้เฒ่าผู้แก่ในหุบเขาและพื้นราบเบื้องล่าง  มองเห็นหลังคาลิบๆ  สงบเสงี่ยมใต้ทิวไม้

คอกฝึกม้า(Stable)  ที่ผู้เขียนเดาะเรียกว่า ค่ายนาง(ม้า)งามตามหัวเรื่องและมาเยี่ยม  มาพักอยู่ด้วยนี้  เป็นของหนุ่มหน้าหยกชาวเซนต์เฮเลนส์  ชื่อ  Anthony Mountney   ตั้งอยู่ในหุบเขาด้านหนึ่งของวูลลองกอง  เป็นย่านที่ชื่อ   Kembla  Grange   ดูเหมือนจะเป็นย่านเดียวในวูลลองกองที่มีที่ราบกว้างใหญ่กว่าที่อื่น  เป็นที่ตั้งสนามม้าแข่ง  ใกล้กันนั้น  มีฟาร์ม  มีคอกฝึกม้า  ดูแลม้ารวมกันอยู่เป็นกลุ่มมากมายราวกับเมืองแห่งม้าเลยทีเดียว   

00000

ยังมีต่อค่ะ

โดย เอื้อยนาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net