วันที่ อังคาร มีนาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

*****กิเลส...ธรรมชาติที่ทำให้เกิดความเร่าร้อนเศร้าหมองทั้งใจและกาย*****


กิเลส...ธรรมชาติที่ทำให้เกิดความเร่าร้อนเศร้าหมองทั้งใจและกาย

กิเลส เป็นธรรมชาติที่ทำให้เกิดความเศร้าหมองเร่าร้อนทั้งใจและกาย หมายความว่า จิต, เจตสิก, รูป ที่เกิดพร้อมกับกิเลส ย่อมจะต้องเศร้าหมองเร่าร้อนตามกิเลสไปด้วย กิเลสเป็นอกุศลเจตสิก พวกหนึ่ง ซึ่งเมื่อประกอบกับจิตแล้ว ย่อมทำจิตให้เป็นอกุศลตามเจตสิกไปด้วย และรูปที่เกิดจากอกุศล จิตเหล่านั้นก็พลอยเศร้าหมองเร่าร้อนไปด้วย เพราะธรรมชาติจิตใจของบุคคลที่มิได้ประกอบด้วยกิเลส คือความโลภ ความโกรธ และความหลง เป็นต้น บุคคลนั้นย่อมรู้สึกว่า จิตใจในขณะนั้นปลอดโปร่ง สบายใจและสบายกาย หน้าตาผ่องใส ไม่มีความเดือดร้อยกายใจแต่ประการใด และยังเป็นที่สบายตาสบายใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็นอีกด้วย

แต่ถ้าในขณะใด จิตใจของบุคคลมีความโลภ ความโกรธ คุกรุ่นอยู่ภายในจิตใจแล้ว ผู้นั้นก็มีความเดือดเนื้อร้อนใจ รูปร่างหน้าตาไม่แจ่มใส ด้วยอำนาจของกิเลสดังกล่าว ซ้ำยังทำให้ผู้อื่นที่พบเห็น ก็พลอยไม่สบายตาสบายใจแก่ผู้นั้นอีกด้วย

ฉะนั้นพระพุทธองค์จึงทรงเรียกอกุศลจิตบางประการ ที่มีสภาพที่ทำให้เกิดความเศร้าหมองเร่าร้อนแก่กายและใจนี้ว่า กิเลส ดังมีวจนัตถะแสดงว่า

กิเลเสนฺติ   อุปตาเปนฺตีติ  -  กิเลสา

แปลความว่า...ธรรมชาติใด ย่อมทำให้เร่าร้อน เศร้าหมอง ธรรมชาตินั้น ชื่อว่า กิเลส   อีกนัยหนึ่ง...

กิลิสฺสติ   เอเตหีติ   -   กิเลสา

แปลความว่า... สัมปยุตธรรม คือ จิต, เจตสิก ย่อมเศร้าหมองเร่าร้อนด้วยธรรมชาติใด ฉะนั้น ธรรมชาติที่เป็นเหตุแห่งความเศร้าหมองเร่าร้อนของสัมปยุตธรรมนั้น จึงชื่อว่า กิเลส

กิเลสมี ๑๐ ประการ

๑. โลภะกิเลส ธรรมชาติที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะยินดีติดใจในโลกียอารมณ์

๒. โทสะกิเลส ธรรมชาติที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะความโกรธ คือความไม่พอใจในอารมณ์

๓. โมหะกิเลส ธรรมชาติที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะความโง่ ความหลง  ไม่รู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง

๔. มานะกิเลส ธรรมชาตที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะความเย่อหยิ่ง ถือตัว

๕. ทิฏฐิกิเลส ธรรมชาติที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะความเห็นผิด

๖. วิจิกิจฉากิเลส ธรรมชาติที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะความสงสัย ลังเลในสิ่งที่ควรเชื่อ

๗. ถีนะกิเลส ธรรมชาติที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะความหดหู่ท้อถอยจากอารมณ์

๘. อุทธัจจกิเลส ธรรมชาติที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะความฟุ้งซ่าน

๙. อหิริกกิเลส ธรรมชาติที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะความไม่ละอายต่อบาปทุจริต

๑๐. อโนตตัปปกิเลส ธรรมชาติที่เป็นความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะความไม่กลัวเกรงต่อบาปทุจริต

ธรรมที่ละกิเลส ๑๐

ปัญญาใน โสดาปัตติมัคคจิต  ละ ทิฏฐิ และวิจิกิจฉา

ปัญญาใน อนาคามิมัคคจิต  ละ โทสะ

ปัญญาใน อรหัตตมัคคจิต  ละ กิเลสที่เหลือ ๗ อย่างทั้งหมด

ฐานะของกิเลส จำแนกออกได้เป็น ๓ ขั้นตอน คือ...

๑. อนุสัยกิเลส เป็นกิเลสอย่างละเอียด ที่นอนเนื่องอยู่ในขันธสันดาน คือกิเลสที่ยังละไม่ได้

๒. ปริยุฏฐานกิเลส เป็นกิเลสอย่างกลาง ที่กรุ่นอยู่ภายในใจ

๓. วีติกกมกิเลส เป็นกิเลสอย่างหยาบ ที่แสดงออกทางกาย และวาจา


Permalink : http://www.oknation.net/blog/pierra


โดย เด็กชาย-เด็กหญิง

 

กลับไปที่ www.oknation.net