วันที่ เสาร์ เมษายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แผนงานสร้างเสริมสุขภาวะมุสลิมไทยระยะที่ 2


แผนงานสร้างเสริมสุขภาวะมุสลิมไทยระยะที่ 2

        ผมนำบทความของแผนงานระยะที่ ๒ มาให้อ่าน ซึ่งได้มาจากเว๊ปของสมาคมแพทย์มุสลิม เป็นบทความเก่า แต่ก็ยังสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการทำงาน ระยะนี้ทางแผนงานฯ กำลังจะเริ่มทำแผนระยะที่ ๓ เป็นเวลาเกือบ ๖ ปีแล้วที่แผนงานได้ทำงานรับใช้พี่น้องมุสลิม โดยเฉพาะภาคเหนือ ทางศูนย์ประสานงานฯ คงจะต้องทำงานเพิ่มขึ้น เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาสังคมชุมชนมุสลิมต่อ

แผนงานสร้างเสริมสุขภาวะมุสลิมไทยระยะที่ 2

         ถึงวันนี้ เป็นเวลาเกือบสามปีแล้วที่แผนงานสร้างเสริมสุขภาวะ มุสลิมไทย ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและมีคุณภาพของพี่น้องมุสลิมไทย การดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนและกำลังใจจากหลายฝ่าย  มีความสำเร็จบางประการ  และได้รับบทเรียนหลายบท ที่นำไปสู่การปรับปรุงการดำเนินงานในระยะ ที่ 2  ที่ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2549 ที่ผ่านมาการดำเนินงานในระยะที่ 1 ของแผนงานฯ วางรากฐานอยู่บนความจริงหลายประการ ประการแรก มุสลิมไทยกว่า 3 ล้านคน อาศัยอยู่ในหลายพื้นที่ของประเทศ มีภูมิหลังทางด้านชาติพันธุ์ เศรษฐกิจ และสังคม ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตความเป็นอยู่ในหลาย ๆ ด้าน  แม้ปัญหาสุขภาวะส่วนใหญ่ของเราจะไม่ได้แตกต่างไปจากคนไทยอื่น ๆ แต่ด้วยภูมิหลังดังกล่าว หลายปัญหาจึงมีลักษณะเฉพาะในหมู่มุสลิม   ประการที่สอง หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังขาดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง พยายามขับเคลื่อนงานในลักษณะที่ไม่สอดคล้องกับหลักคำสอนอิสลาม ปัญหาจำนวนหนึ่งจึงไม่ได้รับการดูแลแก้ไขอย่างเหมาะสม  การดำเนินงานเพื่อสร้างเสริม สุขภาวะของมุสลิมในอดีตที่ผ่านมา  จึงมีอุปสรรค ไม่ได้รับการยอมรับ และไม่ประสบความสำเร็จมากเท่าที่ควร


                ดังนั้นการดำเนินงานของแผนงานฯ ในระยะที่ 1  จึงได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาหลักการของอิสลามในส่วนที่เกี่ยวกับสุขภาวะ  ซึ่งเป็นทุนทางสังคมที่มีค่ายิ่งของเรา และการทำความเข้าใจภูมิหลังของมุสลิมในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ  ซึ่งได้ช่วยให้สามารถระบุลงไปได้ว่า ความต้องการของเราคืออะไร  ปัญหาสุขภาวะของเรามีอะไรบ้าง  เป็นปัญหาร่วมของพี่น้องมุสลิมในทุกพื้นที่  ทุกกลุ่ม  หรือเป็นปัญหาเฉพาะ บางพื้นที่  บางกลุ่มเท่านั้น

                การดำเนินการในระยะแรก ๆ จำกัดอยู่ในพื้นที่ที่มีปัญหาและมีความพร้อม  จึงได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายในระยะเริ่มต้นไว้เพียง 8 จังหวัด ประกอบด้วย 2 จังหวัดในภาคกลาง (กรุงเทพ มหานคร พระนครศรีอยุธยา)  2 จังหวัดในภาคใต้ตอนบน (สงขลา ภูเก็ต)  2 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี นราธิวาส)  และ 2 จังหวัดในภาคเหนือ (เชียงใหม่ เชียงราย) ซึ่งเป็นการกำหนดพื้นที่เพื่อจุดประกายของการทำงานเท่านั้น  แต่ไม่ได้เป็นการจำกัดโอกาสของพื้นที่อื่นๆ ที่มีศักยภาพและความพร้อม  ผลก็คือเมื่อผ่านไประยะหนึ่ง แผนงานฯ สามารถขยายขอบข่ายการดำเนินงานไปได้ในอีกหลายพื้นที่  เช่น ปริมณฑล ของกรุงเทพฯ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช    ตาก และบางจังหวัดในภาคอีสาน           

  

                ผลการดำเนินงานในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ได้ทำให้เกิด บทเรียน และตำราวิชาการเกี่ยวกับอิสลามและสุขภาวะหลายฉบับ พร้อมทั้งได้ทำให้เกิด รายงานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาสุขภาวะมุสลิมไทยจำนวนหนึ่ง จากเดิมที่มีอยู่น้อยมาก เกิดการรณรงค์ในรูปแบบต่างๆ ที่สร้างกระแสของความใส่ใจในปัญหาสุขภาวะ จนอาจกล่าวได้ ว่าสังคมมุสลิมไทยได้ให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาวะมากขึ้นพร้อมๆ กับการเติบโตของ แผนงานฯ  ได้สร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรมุสลิมที่เป็นเครือข่ายของแผนงานฯ ได้ในระดับหนึ่ง และได้ให้การสนับสนุนองค์กรมุสลิมที่จะเข้ามาร่วม ขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาวะของมุสลิมไทยต่อไป  ที่สำคัญแผนงานฯ ได้ผลักดันให้การทำสุหนัตซึ่งเป็นหลักปฏิบัติทางด้านสุขภาวะของศาสนาได้รับการครอบคลุมโดย โครงการสามสิบบาทช่วยคนไทยห่างไกลโรคของรัฐ   ซึ่งองค์กรมุสลิมที่ทำงานทางด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสมาคมแพทย์มุสลิมและองค์กรอื่นที่แม้ว่าจะไม่ได้ร่วมงานกับแผนงานฯ โดยตรง ได้ร่วมกันนำสิทธิ์ดังกล่าวนี้มาให้พี่น้องมุสลิมหลาย พันคนได้ใช้ประโยชน์ในปีนี้ และจะเกิดประโยชน์ อีกต่อไปในระยะยาว

                ในรายละเอียด ถ้าไม่รวมความช่วยเหลือเร่งด่วนที่ให้กับผู้ประสบภัยสึนามิเมื่อปลายปี  2547 และผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ตอนต้นปี 2549  ผลผลิตและผลลัพธ์ของการดำเนินงานของแผนงานฯในระยะที่ 1 ประกอบด้วย


                1.ตำราหรือบทเรียนเกี่ยวกับสุขภาวะ   ในอิสลามรวม 6 ชุด ที่จะเป็นคู่มือในการดำเนินชีวิตสำหรับพี่น้องมุสลิม


                2.รายงานวิจัยปัญหาสุขภาพชาวไทยมุสลิม 2 ฉบับ  ที่จะเป็นฐานความรู้ในการดำเนิน งานของภาครัฐต่อไป


                3.รายงานการสำมะโนประชากรและเคหะปี 2543  ที่คัดแยกเฉพาะข้อมูลของมุสลิมไทย ทั่วประเทศออกมาจากสำมะโนประชากรและเคหะของสำนักงานสถิติแห่งชาติเป็นครั้งแรก ซึ่งแผนงานฯ ได้เผยแพร่รายงานชุดนี้แก่องค์กรศาสนาและหน่วยงานอื่นๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาสังคมมุสลิมไทยแล้ว

                4.การประกาศให้มัสยิดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภาคอีสาน และพื้นที่อื่นจำนวนหนึ่ง เป็นเขตปลอดบุหรี่

                5.ชุมชนตัวอย่างที่ดำเนินกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะอย่างเข้มแข็งและประสบความสำเร็จ  3 ชุมชน โดยเป็นชุมชนประมงในจังหวัดปัตตานี สงขลา และนครศรีธรรมราช จังหวัดละ 1 ชุมชน  นอกจากนี้ ยังมีชุมชนในเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร อีก 1 ชุมชนที่พัฒนาขึ้นมาในทิศทางเดียวกัน

                6.การทำสุหนัตได้รับการครอบคลุมโดยโครงการสามสิบบาทช่วยคนไทยห่างไกลโรคของรัฐ การทำสุหนัตสามารถช่วยป้องกันโรคร้ายหลายโรค เช่น มะเร็งในมดลูก และในอวัยวะเพศชาย

                7.สื่อต่างๆ ของมุสลิมให้ความสนใจ กับปัญหาสุขภาวะมากขึ้น  ประกอบด้วย  รายการโทรทัศน์เดือนรอมฎอน วารสารต่างๆ  รายการจุฬาราชมนตรีพบพี่น้องมุสลิมที่ ออกอากาศในรายการวิทยุภาคมุสลิมกว่า 20 สถานี  วารสารสุขสาระของแผนงานฯ ที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางและมีสมาชิกหลายร้อยราย และเว็บไซต์ของแผนงานฯ  ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิบ เว็บไซต์ระดับนำทางด้านสุขภาพของไทย

                8.ร่วมกับสำนักจุฬาราชมนตรีในการจัดประชุมตัดสิน และชี้ให้เห็นอันตรายของบุหรี่ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ และยาเสพติดชนิดต่าง ๆ


                9.. สนับสนุนผู้นำองค์กร ผู้นำชุมชน และผู้นำศาสนาที่มีความรู้ความเข้าใจในองค์ความรู้ สุขภาวะในอิสลาม  มีศักยภาพในการเผยแพร่องค์ความรู้ดังกล่าว  และมีจิตสำนึกร่วมกันในการ พัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องมุสลิมไทย


                ที่สำคัญที่สุด แผนงานฯ ได้รับการยอมรับ ในฐานะองค์กรที่ปฏิบัติงานสร้างเสริมสุขภาวะมุสลิมเป็นการเฉพาะ  โดยให้ความสำคัญกับอิสลามและวิถีชีวิตของมุสลิม  จนถูกเรียกติดปากกันในหลายพื้นที่ว่า  "สสม. " หรือ  "สสส. มุสลิม “


           จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา กลยุทธที่แผนงานฯ จะนำมาใช้ระยะที่ 2 จึงจะยึดแนวทาง เดิมเป็นหลัก  โดยจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและกลยุทธในการดำเนินงานของบางโครงการ และบางกิจกรรมในรายละเอียด  กล่าวคือ ยังคงมีองค์ความรู้ทางด้านสุขภาวะตามแนวทางอิสลาม เป็นหลักนำในการพัฒนาสุขภาวะของพี่น้องมุสลิม โดยสร้างกระแสความสนใจในสุขภาวะผ่านกระบวนการเรียนการสอนศาสนาทั้งในและนอกระบบ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และประสานสื่อที่มีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะพี่น้องมุสลิม ตลอดจนให้การสนับสนุนมาตรการทางศาสนา และช่วยพัฒนามาตรการทางสังคมตามแนวทางศาสนาขึ้น  เพื่อป้องกันมุสลิมจากสิ่งเสพย์ติดต่างๆ โดยจะเพิ่มการดำเนินงานในแนวดิ่ง ที่จะเน้นประเด็นหลักบางประเด็น ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศ เช่น การพัฒนาชุมชน และการพัฒนาทรัพยากรบุคคลซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญในระยะยาว  เพื่อสร้างความสำเร็จ  เพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของพี่น้อง มุสลิมให้มากยิ่งขึ้น


                กล่าวโดยรวม แผนงานสร้างเสริมสุขภาวะ มุสลิมไทยระยะที่ 2 มีวัตถุประสงค์  ดังนี้


                1.เพื่อรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับสุขภาวะในอิสลาม  และสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับปัญหาสุขภาวะมุสลิม


                2.เพื่อผลักดันให้เกิดมาตรการทางสังคม ในการควบคุมการบริโภคบุหรี่ และสิ่งเสพย์ติด อื่นๆ ต่อไป


                3.เพื่อสร้างเครือข่ายการถ่ายทอดองค์ความรู้อิสลามกับสุขภาวะ ที่จะโน้มนำให้เกิดการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่สร้างปัญหาสุขภาวะกับพี่น้องมุสลิม

                4.เพื่อสร้างเครือข่ายผู้นำในการสร้างเสริมสุขภาวะ

                5.เพื่อพัฒนาชุมชนและมัสยิดตัวอย่าง ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะ

                ยุทธศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของแผนงานฯ ในระยะที่ 2 ยังคงยึดแนวทางเดิม คือ

                1)ยุทธศาสตร์การรวบรวมและสร้างองค์ความรู้  โดยเน้นองค์ความรู้ อิสลามกับ
สุขภาวะ และปัญหาสุขภาวะชาวไทยมุสลิมซึ่งยังมีอยู่ค่อนข้างน้อย

                2)ยุทธศาสตร์การสร้างกระแสครอบ คลุมพื้นที่เป้าหมาย ที่มีปัญหาสุขภาวะชัดเจน และมีความพร้อมในการปฏิบัติงาน

                3)ยุทธศาสตร์การสร้างปัจจัยเปลี่ยน แปลงสังคม  โดยการดำเนินงานแนวดิ่งที่เน้นบางประเด็นปัญหาหลัก  ซึ่งความสำเร็จในการดำเนินงานจะมีรูปธรรมที่ชัดเจน และสามารถเป็นต้นแบบ  หรือเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสุขภาวะ  โดยแยกเป็นสามระดับ คือ ชุมชน มัสยิด และผู้นำ

              และ 4) ยุทธศาสตร์ประสานสื่อ ของมุสลิม ให้มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงและถ่ายทอดองค์ความรู้ และความเคลื่อนไหวของแผนงานฯ แก่พี่น้องมุสลิมทุกกลุ่ม ในทุกพื้นที่ของประเทศ 

                การทำงานทั้งหมดนี้จะต้องมีการผลักดันในระดับนโยบาย  เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดของแผนงานฯ คือ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่จะทำให้พี่น้องมุสลิมไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีความสุขมากขึ้น

                แน่นอนที่สุด ความสำเร็จของการดำเนินงานในช่วงสามปีข้างหน้าจะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับความทุ่มเทของเครือข่ายของแผนงานฯ  ทุกองค์กรและทุกคน ในการทำงานและอุทิศตัว และที่สำคัญที่สุดคือ การร่วมกันขอดุอาอฺจากอัลลอฮฺ (ซบ.) อย่าให้พวกเราท้อแท้ต่ออุปสรรคที่กำลังรออยู่ข้างหน้า  มีกำลังกาย และกำลังใจที่เข้มแข็ง เพื่อทำงานต่อไป

บทคว่มโดย ::รศ.ดร อิศรา  ศานติศาสตร์

http://thaimuslimmed.org/content/topic_view.php?topic_id=18

สมาคมแพทย์มุสลิม

โดย katiya

 

กลับไปที่ www.oknation.net